SO ตอกย้ำธรรมาภิบาล คว้า 100 คะแนนเต็ม AGM Checklist ต่อเนื่อง 3 ปี

AGM Checklist

[แถว]

SO ตรวจผลประเมิน AGM Checklist ปี 2569 ควบคุม 100 ต่อเนื่องเป็นปีที่ 3

บริษัท สยามราชธานี จำกัด (มหาชน) หรือเพื่อให้ผลการวิจัยคุณภาพการประชุมสามัญผู้ถือหุ้น รายการตรวจสอบ AGM ประจำปี 2569 ต่อเนื่อง 100 ในระดับ “ดีเยี่ยมที่จะเห็น” จากสมาคมส่งเสริมผู้ลงทุนไทยอย่างต่อเนื่องเป็นปี 3

รายงานให้เห็นถึงการสังเกตของ SO ในแผงควบคุมตามการควบคุมกิจการที่ดีโดยให้เชื่อถือข้อมูลและการปฏิบัติตามการปฏิบัติของผู้ถือหุ้นอย่างเท่าเทียมกับการที่ผู้บริโภคใช้สิทธิและการตัดสินใจในวาระสำคัญที่รับผิดชอบต่อ

รายการตรวจสอบ AGM เป็นโครงการประเมินคุณภาพการติดตามการประชุมสามัญผู้ถือหุ้นและการพิจารณาโดยการพิจารณาทั้งองค์กรที่บริษัทต้องปฏิบัติตามกฎหมายและแนวปฏิบัติที่ดีตามหลักบรรษัทภิบาลเพื่อส่งเสริมให้การประชุมผู้ถือหุ้นรับฟังประสิทธิภาพสูงและการปฏิบัติตามสิทธิของผู้ถือหุ้น

การได้รับคะแนนเต็มต่อเนื่องเป็นวันที่ 3 การรวบรวมข้อมูลภาพรวมประสิทธิภาพตามการประชุมผู้ถือหุ้นส่วนหัวของความต่อเนื่องอย่างต่อเนื่องการควบคุมมาตรฐานด้านธรรมาภิบาลของ SO สร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้ถือหุ้น นักลงทุนระบบควบคุมได้เสียทุกภาคส่วนพร้อมกับการพัฒนาองค์กรให้เติบโตอย่างมั่นคงและวิจัย

[/row]

ติดต่อ นักลงทุนสัมพันธ์

คุณอรชร บรรลือทรัพย์

@ LINE : So.IR โทร 084-324-3083

หมายเหตุ : ข้อมูลติดต่อสำหรับนักลงทุนสัมพันธ์เท่านั้น เรื่องอื่นไม่สามารถให้ข้อมูลได้

บุคลากร SO Outsourcing บริษัท สยามราชธานี จำกัด (มหาชน)

Writer : Wanvisa Mueansri 

Digital and Marketing Communication : SO-Siamrajathanee Plc.
Follow : Linkedin - Wanvisa 

นักการตลาดดิจิทัลสาย Marketing Communication ที่อยู่เบื้องหลังกลยุทธ์ออนไลน์ ของผู้ให้บริการ
รถเช่าสำหรับองค์กรชั้นนำ และหน่วยงานภาครัฐ ด้วยประสบการณ์มากกว่า 5 ปี
เชี่ยวชาญการวางแผนแคมเปญ การวิเคราะห์ข้อมูล และการเล่าเรื่องแบรนด์ให้ตรงใจกลุ่มเป้าหมาย
"เชื่อว่าการตลาดที่ดี ไม่ใช่แค่ดึงดูด แต่ต้องสร้างความเชื่อมั่นให้กับองค์กรคู่ค้าในระยะยาว"

SO ปันผลระหว่างกาล 0.18 บาท/หุ้น โชว์งบ 6 เดือน กำไร 102.92 ลบ. รายได้รวม 1,430.24 ลบ

Eernnings Call

บริษัท สยามราชธานี จำกัด (มหาชน) หรือ SO เดินหน้ายกระดับบทบาทจาก Service Provider สู่ Strategic Operations Partner มุ่งเป็นพันธมิตรที่ช่วยบริหารงานปฏิบัติการ และสร้างผลลัพธ์ทางธุรกิจให้แก่ลูกค้า พร้อมประกาศผลการดำเนินงานงวด 6 เดือนแรกปี 2569 มีรายได้รวม 1,430.24 ล้านบาท และกำไรสุทธิ 102.92 ล้านบาท ขณะที่คณะกรรมการบริษัทมีมติอนุมัติจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลในอัตรา 0.18 บาทต่อหุ้น พร้อมอัปเดตความคืบหน้าโครงการ JUMP+ และแผนขยายโอกาสทางธุรกิจของ FilesDay โซลูชันบริหารจัดการเอกสารและ Compliance ด้วย AI

นางสาวกัณธิมา แจ้งวันสุข ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท สยามราชธานี จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า โลกธุรกิจปัจจุบันต้องเผชิญทั้งความผันผวนทางเศรษฐกิจ ต้นทุนที่เพิ่มสูงขึ้น เทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว และปัญหาการขาดแคลนแรงงาน ทำให้องค์กรไม่จำเป็นต้องดำเนินงานทุกด้านด้วยตนเอง แต่ต้องการพันธมิตรที่เข้าใจธุรกิจ ช่วยยกระดับประสิทธิภาพ และสามารถปรับตัวเติบโตไปพร้อมกันได้

“SO กำลังก้าวจากการเป็น Outsourcing Service Provider สู่ Strategic Operations Partner โดยเปลี่ยนจากการให้บริการตามขอบเขตงานหรือรอรับคำสั่ง ไปสู่การทำงานเชิงรุกที่มุ่งเน้นผลลัพธ์ทางธุรกิจ นำบุคลากร กระบวนการ และเทคโนโลยีมาทำงานร่วมกัน เพื่อช่วยให้ลูกค้าลดต้นทุน เพิ่มประสิทธิภาพ และสามารถคาดการณ์ผลลัพธ์ของงานได้ชัดเจนยิ่งขึ้น” นางสาวกัณธิมากล่าว

SO มีประสบการณ์ด้านการให้บริการมากกว่า 50 ปี ผ่านการบริหารพนักงานมากกว่า 50,000 คน ให้บริการลูกค้าชั้นนำกว่า 1,000 ราย และบริหารสัญญามากกว่า 1,000 สัญญา โดยมีอัตราการรักษาฐานลูกค้ามากกว่า 90% ประสบการณ์ดังกล่าวถือเป็นฐานสำคัญในการต่อยอดจากบริการที่ใช้แรงงานเป็นหลัก ไปสู่บริการที่ขับเคลื่อนด้วยโซลูชันและเทคโนโลยี เพื่อสร้างผลลัพธ์ที่เชื่อถือได้และสามารถขยายผลตามการเติบโตของลูกค้า

บอร์ดอนุมัติปันผลระหว่างกาล 0.18 บาทต่อหุ้น

คณะกรรมการบริษัทมีมติอนุมัติจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลสำหรับผลการดำเนินงานระหว่างวันที่ 1 มกราคม–30 มิถุนายน 2569 ในอัตรา 0.18 บาทต่อหุ้น โดยกำหนดขึ้นเครื่องหมาย XD ในวันที่ 27 สิงหาคม 2569 กำหนดรายชื่อผู้ถือหุ้นที่มีสิทธิได้รับเงินปันผล หรือ Record Date ในวันที่ 28 สิงหาคม 2569 และกำหนดจ่ายเงินปันผลในวันที่ 10 กันยายน 2569

สำหรับผลการดำเนินงานงวด 6 เดือนแรกปี 2569 บริษัทมีรายได้รวม 1,430.24 ล้านบาท แบ่งเป็นรายได้ค่าบริหารจัดการบุคลากร 1,136.75 ล้านบาท และรายได้ค่าเช่าและบริการ 293.49 ล้านบาท มีกำไรขั้นต้น 231.26 ล้านบาท และกำไรสุทธิ 102.92 ล้านบาท

ข้อมูลที่นำเสนอในงาน Eernnings Call (OPPDAY) ยังแสดงให้เห็นว่า บริษัทมีกำไรสุทธิจากการดำเนินงาน 92.7 ล้านบาท ขณะที่กำไรจากการขายรถอยู่ที่ 10.3 ล้านบาท เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนซึ่งมีกำไรจากการขายรถ 41.1 ล้านบาท ส่งผลให้กำไรสุทธิรวมลดลงจาก 138.7 ล้านบาท เป็น 102.9 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม โครงสร้างกำไรส่วนใหญ่ยังคงมาจากการดำเนินงานหลักของบริษัท

ครึ่งปีหลัง SO ยังคงเดินหน้าขยายธุรกิจภายใต้แนวทาง All SOLUTIONS ONE OUTSOURCE เสริมความแข็งแกร่งของธุรกิจ Outsource Service ควบคู่กับ Technology Service เร่งขยายฐานลูกค้าใหม่ในกลุ่มอุตสาหกรรมที่มีศักยภาพ อาทิ ภาคการผลิต พลังงาน โลจิสติกส์ และธุรกิจบริการ พร้อมคงเป้าหมายรายได้ปี 2569 เติบโตประมาณ 10%

โครงการ JUMP+ SMARTOPS 2.0 คืบหน้าแผนปี 2569 แล้ว 54%

ด้านความคืบหน้าภายใต้แผน SMARTOPS 2.0–JUMP+ ข้อมูล ณ วันที่ 14 สิงหาคม 2569 ระบุว่า SO ดำเนินงานตามแผนประจำปี 2569 แล้ว 54% ขณะที่ความคืบหน้าของ Transformation Roadmap ระยะ 3 ปีอยู่ที่ 19% และตั้งเป้าดำเนินการให้ได้ 35% ภายในสิ้นปี 2569

ระบบสำคัญบางส่วนดำเนินการแล้วเสร็จ 100% อาทิ ระบบสนับสนุนงานธุรการและการบริหารเงินสำรองของหน่วยงาน ระบบตรวจสอบรถสำหรับ Fix Services ระบบจัดซื้อ และระบบจัดซื้อ–รับของ–เจ้าหนี้การค้า ขณะที่ระบบอื่นอยู่ระหว่างพัฒนาตาม Roadmap เพื่อเชื่อมโยงข้อมูล ลดขั้นตอนการทำงาน และเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารงานภายในองค์กร

ความคืบหน้าดังกล่าวไม่เพียงเป็นการ Transformation ระบบภายในของ SO แต่ยังช่วยเสริมความพร้อมในการนำกระบวนการ เทคโนโลยี และองค์ความรู้ไปพัฒนาบริการที่สามารถสร้างผลลัพธ์ให้แก่ลูกค้าได้อย่างเป็นระบบ รองรับบทบาท Strategic Operations Partner ในระยะยาว

เปิดโอกาสเติบโต FilesDay จับตลาดเป้าหมาย 2.16 พันล้านบาท

อีกหนึ่งโอกาสสำคัญของ SO คือ FilesDay ภายใต้ธุรกิจ SO NEXT ซึ่งพัฒนาในรูปแบบ Smart Document Compliance by AI เพื่อช่วยองค์กรบริหารจัดการเอกสารและกระบวนการอนุมัติอย่างครบวงจร ตั้งแต่การนำเข้า จัดเก็บ ค้นหา ควบคุมเวอร์ชัน จัดทำ Workflow ลงนามอิเล็กทรอนิกส์ กำหนดสิทธิ์การเข้าถึง ตลอดจนใช้ OCR และ AI ช่วยค้นหา อ่าน และวิเคราะห์ข้อมูล โดยสามารถตรวจสอบประวัติย้อนหลังผ่าน Audit Trail ได้

SO ประเมินว่าตลาดเป้าหมายของ FilesDay ในประเทศไทยมีมูลค่าประมาณ 2.16 พันล้านบาท กระจายอยู่ใน 6 กลุ่มอุตสาหกรรม ได้แก่ ภาคการผลิต ภาครัฐ องค์กรขนาดใหญ่และค้าปลีก การเงิน พลังงานและสาธารณูปโภค และรัฐวิสาหกิจ โดยภาคการผลิตและภาครัฐมีสัดส่วนรวมกันเกือบ 75% ของโอกาสทางการตลาดทั้งหมด

บริษัทตั้งเป้าสร้างรายได้จาก FilesDay จำนวน 50 ล้านบาทในปี 2570 หรือคิดเป็นส่วนแบ่งตลาดประมาณ 2.3% ในระยะแรก โดยรายได้จะมาจากทั้งค่าสมาชิกแบบต่อเนื่อง และรายได้จากโครงการติดตั้ง พัฒนา และขยายการใช้งานภายในองค์กร ก่อนต่อยอดฐานลูกค้าและฟังก์ชัน AI & Automation เพื่อรองรับตลาดองค์กรในวงกว้างขึ้น

FilesDay เป็นตัวอย่างที่สะท้อนทิศทางใหม่ของ SO อย่างชัดเจน จากผู้ให้บริการที่รับผิดชอบงานตามขอบเขต ไปสู่พันธมิตรที่เข้าใจปัญหาของลูกค้าและพัฒนาโซลูชันเพื่อแก้ไขปัญหาเหล่านั้นอย่างเป็นระบบ เราจะเดินหน้าพัฒนาขีดความสามารถทั้งด้านบุคลากร กระบวนการ และเทคโนโลยี เพื่อสร้างบริการที่มีมูลค่าเพิ่ม และผลักดันการเติบโตอย่างมั่นคงในระยะยาว

ติดต่อ นักลงทุนสัมพันธ์

คุณอรชร บรรลือทรัพย์

@ LINE : So.IR โทร 084-324-3083

หมายเหตุ : ข้อมูลติดต่อสำหรับนักลงทุนสัมพันธ์เท่านั้น เรื่องอื่นไม่สามารถให้ข้อมูลได้

บุคลากร SO Outsourcing บริษัท สยามราชธานี จำกัด (มหาชน)

Writer : Wanvisa Mueansri 

Digital and Marketing Communication : SO-Siamrajathanee Plc.
Follow : Linkedin - Wanvisa 

นักการตลาดดิจิทัลสาย Marketing Communication ที่อยู่เบื้องหลังกลยุทธ์ออนไลน์ ของผู้ให้บริการ
รถเช่าสำหรับองค์กรชั้นนำ และหน่วยงานภาครัฐ ด้วยประสบการณ์มากกว่า 5 ปี
เชี่ยวชาญการวางแผนแคมเปญ การวิเคราะห์ข้อมูล และการเล่าเรื่องแบรนด์ให้ตรงใจกลุ่มเป้าหมาย
"เชื่อว่าการตลาดที่ดี ไม่ใช่แค่ดึงดูด แต่ต้องสร้างความเชื่อมั่นให้กับองค์กรคู่ค้าในระยะยาว"

SO ร่วมส่งต่อพื้นที่สีเขียว สนับสนุนกิจกรรม “ปลูกป่า ปลูกธรรม ปลูกปัญญา” สู่คุณค่าที่ยั่งยืน

ปลูกป่า

เพราะความยั่งยืนไม่ได้เกิดขึ้นจากสิ่งที่องค์กรตั้งเป้าหมายไว้เพียงอย่างเดียว แต่เริ่มต้นจากการลงมือทำ และการร่วมกันสร้างคุณค่าให้กับสังคมและสิ่งแวดล้อม

บริษัท สยามราชธานี จำกัด (มหาชน) หรือ SO ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุนกิจกรรม “ปลูกป่า ปลูกธรรม ปลูกปัญญา” ซึ่งจัดขึ้นโดยสายงานภาคเหนือ การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (PEA) เมื่อวันที่ 16 สิงหาคม 2569 ณ วัดป่าธรรมวิสุทธิมงคล (วัดหลวงตามหาบัว ญาณสัมปันโน) จังหวัดลพบุรี โดย SO ร่วมบริจาคเงินจำนวน 10,000 บาท เพื่อสนับสนุนการจัดซื้อพรรณไม้และการฟื้นฟูพื้นที่สีเขียว

กิจกรรมครั้งนี้เกิดจากความร่วมมือของผู้บริหาร พนักงาน อดีตผู้บริหาร และผู้ร่วมกิจกรรมกว่า 400 คน โดยสามารถรวบรวมเงินสำหรับจัดซื้อพรรณไม้ได้กว่า 250,000 บาท เพื่อนำไปพัฒนาพื้นที่ภายในวัดให้มีความร่มรื่น เกิดความสมดุลกับธรรมชาติ และเป็นพื้นที่ที่เอื้อต่อการปฏิบัติธรรมและการใช้ประโยชน์ของประชาชนในระยะยาว

ปลูกมากกว่า “ต้นไม้” คือการปลูกคุณค่าที่เติบโตไปพร้อมกัน

แนวคิดของกิจกรรม “ปลูกป่า ปลูกธรรม ปลูกปัญญา” สะท้อนให้เห็นว่า การดูแลสิ่งแวดล้อมไม่จำเป็นต้องแยกออกจากการดูแลผู้คนและสังคม

“ปลูกป่า” คือการช่วยฟื้นฟูและเพิ่มพื้นที่สีเขียว
“ปลูกธรรม” คือการสร้างพื้นที่ที่เอื้อต่อการพัฒนาจิตใจ
และ “ปลูกปัญญา” คือการส่งต่อความตระหนักว่า ธรรมชาติและมนุษย์สามารถเติบโตไปด้วยกันได้

กิจกรรมจึงไม่ได้มุ่งเพียงการปลูกต้นไม้ แต่ยังเชื่อมโยงการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติเข้ากับการสร้างประโยชน์ให้แก่ชุมชนและผู้ที่เข้ามาใช้พื้นที่

จาก ESG สู่การลงมือทำร่วมกับสังคม

สำหรับ SO แนวคิดด้านความยั่งยืนไม่ได้จำกัดอยู่เพียงภายในองค์กร แต่รวมถึงการมีส่วนร่วมกับพันธมิตร ชุมชน และสังคม เพื่อช่วยกันสร้างผลลัพธ์เชิงบวกในระยะยาว

การร่วมสนับสนุนกิจกรรมครั้งนี้จึงเป็นอีกหนึ่งการลงมือทำที่เชื่อมโยงมิติของ Environment และ Social เข้าด้วยกัน ตั้งแต่การสนับสนุนการเพิ่มพื้นที่สีเขียว ไปจนถึงการส่งเสริมพื้นที่เพื่อประโยชน์ของชุมชน

ขณะเดียวกัน แนวคิดดังกล่าวยังสอดคล้องกับทิศทางการดำเนินธุรกิจของ SO GREEN ที่มองการดูแลพื้นที่สีเขียวมากกว่าความสวยงาม แต่ให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการพื้นที่อย่างมีคุณค่าและยั่งยืน

เพราะความยั่งยืนเกิดขึ้นได้ เมื่อทุกฝ่ายช่วยกัน

เงินสนับสนุนจำนวน 10,000 บาท อาจเป็นเพียงส่วนหนึ่งของกิจกรรมในครั้งนี้ แต่เมื่อรวมเข้ากับพลังของทุกภาคส่วน ก็สามารถต่อยอดไปสู่พื้นที่สีเขียวที่สร้างประโยชน์ได้อีกยาวนาน

SO เชื่อว่า การเดินหน้าสู่ความยั่งยืนไม่จำเป็นต้องเริ่มต้นจากโครงการขนาดใหญ่เสมอไป แต่สามารถเริ่มจาก การลงมือทำในสิ่งที่ทำได้ การร่วมมือกับพันธมิตร และการสร้างผลกระทบเชิงบวกอย่างต่อเนื่อง

เพราะทุกต้นไม้ที่ได้รับการดูแลในวันนี้ ไม่ได้เพียงสร้างร่มเงาให้กับพื้นที่ แต่ยังเป็นส่วนหนึ่งของการส่งต่อคุณค่าจากคนรุ่นนี้ไปสู่คนรุ่นต่อไป

SO – All Solutions One Outsource
ร่วมสร้างคุณค่าให้ธุรกิจ ผู้คน สังคม และสิ่งแวดล้อม เติบโตไปด้วยกันอย่างยั่งยืน

อ้างอิงกิจกรรม: ข่าว “กฟภ.ภาคเหนือ ร่วมปลูกป่า-ปลูกธรรม วัดหลวงตามหาบัวลพบุรี สานต่อพื้นที่สีเขียวคู่คุณธรรม” สยามรัฐออนไลน์

ติดต่อ นักลงทุนสัมพันธ์

คุณอรชร บรรลือทรัพย์

@ LINE : So.IR โทร 084-324-3083

หมายเหตุ : ข้อมูลติดต่อสำหรับนักลงทุนสัมพันธ์เท่านั้น เรื่องอื่นไม่สามารถให้ข้อมูลได้

SO ร่วมส่งต่อ “พื้นที่แห่งโอกาส” ให้เด็กพิเศษทองผาภูมิ

ศูนย์การศึกษาพิเศษ

ร่วมงาน Open House และพิธีส่งมอบศูนย์การศึกษาพิเศษ หลังสนับสนุนการก่อสร้างอาคารเรียน

บริษัท สยามราชธานี จำกัด (มหาชน) หรือ SO ร่วมงาน Open House และพิธีส่งมอบ ศูนย์การศึกษาพิเศษประจำจังหวัดกาญจนบุรี หน่วยบริการทองผาภูมิ ซึ่งจัดขึ้นเมื่อวันที่ 1 สิงหาคม 2569 ณ อำเภอทองผาภูมิ จังหวัดกาญจนบุรี หลังจากบริษัทได้ร่วมบริจาคเงินสนับสนุนการก่อสร้างอาคาร เพื่อร่วมสร้างพื้นที่การเรียนรู้ การฝึกทักษะ และการบำบัดสำหรับเด็กพิเศษในพื้นที่

สำหรับเด็กพิเศษ อาคารหนึ่งหลังไม่ได้เป็นเพียงสถานที่สำหรับเรียนหนังสือ แต่ทุกอิฐ ทุกผนัง และทุกห้อง ล้วนเป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาคุณภาพชีวิต ตั้งแต่ห้องฝึกทักษะ ห้องกระตุ้นพัฒนาการ ห้องกายภาพบำบัด ไปจนถึงพื้นที่การเรียนรู้ที่ได้รับการออกแบบให้เหมาะสมกับความต้องการของเด็กแต่ละคน เพื่อให้พวกเขาได้เรียนรู้ ฝึกฝน และเติบโตตามศักยภาพในแบบของตนเอง

ภายในงานมีพิธีทางศาสนา พิธีเจิมอาคาร การแสดงจากเด็กพิเศษ ตลอดจนพิธีส่งมอบอาคารอย่างเป็นทางการให้แก่หน่วยงานด้านการศึกษา พร้อมเปิดโอกาสให้ผู้ร่วมงานได้เยี่ยมชมพื้นที่ต่าง ๆ ภายในศูนย์ และเห็นถึงความตั้งใจของทุกภาคส่วนที่ร่วมกันเปลี่ยนความฝันให้กลายเป็นสถานที่จริงสำหรับเด็กและครอบครัวในอำเภอทองผาภูมิ

การเข้าร่วมกิจกรรมครั้งนี้สะท้อนความมุ่งมั่นของ SO ในการดำเนินธุรกิจควบคู่กับความรับผิดชอบต่อสังคม โดยบริษัทเชื่อว่า “โอกาส” คือรากฐานสำคัญของการเติบโต และเด็กทุกคนควรได้รับพื้นที่ที่ปลอดภัย เหมาะสม และพร้อมสนับสนุนให้พวกเขาพัฒนาตนเองได้อย่างเต็มศักยภาพ

SO ขอขอบคุณมูลนิธิเพจอีจัน หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน ผู้บริจาค อาสาสมัคร และทุกหัวใจที่ร่วมกันสร้างศูนย์การศึกษาแห่งนี้ขึ้นมา จนวันนี้อาคารได้ถูกส่งมอบและกลายเป็นบ้านหลังใหม่แห่งการเรียนรู้ของน้อง ๆ อย่างสมบูรณ์

เพราะสิ่งที่ถูกส่งมอบในวันนี้ ไม่ได้มีเพียงอาคารหนึ่งหลัง แต่คือโอกาส ความหวัง และพื้นที่สำหรับการเติบโตของเด็กพิเศษในวันข้างหน้า

ติดต่อ นักลงทุนสัมพันธ์

คุณอรชร บรรลือทรัพย์

@ LINE : So.IR โทร 084-324-3083

หมายเหตุ : ข้อมูลติดต่อสำหรับนักลงทุนสัมพันธ์เท่านั้น เรื่องอื่นไม่สามารถให้ข้อมูลได้

SO เปิดตัว ระบบจัดการเอกสาร FilesDay ผู้ช่วยอัจฉริยะ Smart Document Compliance by AI

ระบบจัดการเอกสาร

จะเกิดอะไรขึ้น…หากวันหนึ่งคนที่รู้เรื่องทั้งหมดขององค์กรไม่อยู่แล้ว?

ในยุคที่องค์กรต้องเผชิญกับกฎระเบียบที่ซับซ้อน การตรวจสอบที่เข้มงวด และข้อมูลที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง หลายองค์กรไม่ได้ขาดข้อมูล แต่กำลังเสี่ยงสูญเสีย “องค์ความรู้” เพราะความรู้และประสบการณ์ยังคงผูกติดอยู่กับบุคคล ากกว่าถูกจัดเก็บไว้ในระบบจัดการเอกสารอย่างเป็นระบบ เมื่อบุคลากรสำคัญลาออก ย้ายงาน หรือเกษียณ ความรู้ กระบวนการทำงาน และเหตุผลในการตัดสินใจอาจหายไปพร้อมกัน นำไปสู่ความผิดพลาด ความล่าช้า และความเสี่ยงด้าน Compliance

ระบบจัดการเอกสาร FilesDay 
ผู้ช่วยอัจฉริยะ AI ที่เข้าใจเอกสาร กฎระเบียบ และขับเคลื่อนองค์กรสู่ AI-Driven Future

วันนี้ “เอกสาร” จึงไม่ได้เป็นเพียงหลักฐานการดำเนินงานอีกต่อไป แต่เป็นสินทรัพย์สำคัญขององค์กร ที่ต้องสามารถจัดเก็บ ค้นหา ตรวจสอบ และนำองค์ความรู้มาต่อยอดได้อย่างเป็นระบบ เพื่อสร้างความโปร่งใส ลดความเสี่ยง และรองรับการขับเคลื่อนองค์กรด้วย AI ในอนาคต

SO NEXT ภายใต้ บริษัท สยามราชธานี จำกัด (มหาชน) เปิดตัว FilesDay : Smart Compliance Document by AI ผู้ช่วยอัจฉริยะด้านการจัดการเอกสารและ Compliance ที่ผสานเทคโนโลยี AI เข้ากับกระบวนการทำงาน เพื่อช่วยให้องค์กรสามารถตรวจสอบ ควบคุม และบริหารจัดการเอกสารได้อย่างถูกต้อง โปร่งใส และสอดคล้องกับนโยบายและข้อกำหนดที่เกี่ยวข้อง

ดูชข้อมูลเพิ่มเติมเกียวกับระบบจัดการเอกสาร ได้ที่ 
คลิก : filesday.com

ฟีเจอร์เด่นของ FilesDay

🔹 เข้าใจเอกสารด้วย AI (AI Document Understanding)
วิเคราะห์ สรุป และดึงข้อมูลสำคัญจากเอกสารได้อย่างรวดเร็ว

🔹 ทำงานอัตโนมัติตาม Workflow (Smart Workflow Automation)
ลดงานซ้ำซ้อนและควบคุมกระบวนการอนุมัติอย่างมีประสิทธิภาพ

🔹 ตรวจสอบ Compliance อัตโนมัติ (Compliance Check Engine)
ช่วยลดความเสี่ยงจากการไม่ปฏิบัติตามนโยบายและข้อกำหนด

🔹 ตรวจสอบย้อนหลังได้ทุกขั้นตอน (Audit Trail & Traceability)
เพิ่มความโปร่งใสด้วยระบบ Audit Trail ที่ครบถ้วน

🔹 ควบคุมสิทธิ์การเข้าถึงข้อมูล (Role-Based Access Control)
รักษาความปลอดภัยของเอกสารตามระดับผู้ใช้งาน

🔹 ค้นหาและสร้าง Insight ด้วย AI (AI-Powered Search & Insight)
เปลี่ยนข้อมูลจำนวนมากให้เป็นคำตอบและมุมมองเชิงธุรกิจที่ใช้งานได้จริง

FilesDay ถูกพัฒนาขึ้นภายใต้แนวคิด “Compliance by Design” โดยผสานหลักการกำกับดูแล นโยบายองค์กร และ Workflow ที่เกี่ยวข้องไว้ในกระบวนการจัดการเอกสารตั้งแต่ต้นทาง ช่วยตรวจสอบความถูกต้อง ความครบถ้วน และความสอดคล้องของเอกสารก่อนเข้าสู่กระบวนการอนุมัติ ลดความผิดพลาดและความเสี่ยงจากการดำเนินงานแบบเดิม

นอกจากนี้ AI ภายในระบบยังถูกออกแบบให้ทำงานภายใต้แนวคิด AI Under Governance เพื่อสนับสนุนการตรวจสอบ วิเคราะห์ และบริหารจัดการข้อมูลภายใต้กรอบการกำกับดูแลขององค์กร โดยทุกขั้นตอนสามารถตรวจสอบย้อนหลังได้อย่างชัดเจนและน่าเชื่อถือ

ความสามารถดังกล่าวช่วยให้องค์กรลดภาระงานด้านเอกสาร เพิ่มความรวดเร็วในการดำเนินงาน และสร้างความมั่นใจว่ากระบวนการสำคัญต่าง ๆ เป็นไปตามมาตรฐานที่กำหนด ทั้งในมิติของการบริหารจัดการภายใน การกำกับดูแลกิจการ และการรองรับการตรวจสอบจากหน่วยงานภายนอก

สำหรับองค์กรที่ต้องดำเนินงานภายใต้ข้อกำหนดด้าน Regulatory, Governance, Risk Management และ Compliance ที่เข้มงวด FilesDay จะช่วยเปลี่ยนการจัดการเอกสารจากภาระงานที่ซับซ้อน ให้กลายเป็นระบบสนับสนุนการตัดสินใจและการบริหารความเสี่ยงที่มีประสิทธิภาพ

“FilesDay ไม่ได้เป็นเพียงระบบจัดเก็บเอกสาร แต่เป็นผู้ช่วยอัจฉริยะที่ช่วยให้องค์กรมั่นใจได้ว่า เอกสารทุกฉบับถูกต้อง เป็นไปตามกระบวนการที่กำหนด และสามารถตรวจสอบย้อนหลังได้ในทุกขั้นตอน”

SO NEXT เชื่อว่าการนำ AI มาใช้ในองค์กรอย่างมีประสิทธิภาพ ไม่ได้เริ่มต้นจากเทคโนโลยีเพียงอย่างเดียว แต่เริ่มต้นจากข้อมูลและเอกสารที่มีคุณภาพ มีมาตรฐาน และสามารถตรวจสอบได้

FilesDay ผู้ช่วยอัจฉริยะ Smart Compliance Document by AI จึงเป็นอีกก้าวสำคัญในการวางรากฐานให้องค์กรพร้อมต่อยอดสู่การบริหารงานด้วยข้อมูลและ AI อย่างเต็มรูปแบบ พร้อมยกระดับมาตรฐานการกำกับดูแล สร้างความโปร่งใส และขับเคลื่อนองค์กรสู่อนาคตอย่างยั่งยืน

Smart Document Compliance by AI
Smarter Document. Stronger Compliance. AI-Driven Future.

ทีมงาน SO Outsourcing บริษัท สยามราชธานี จำกัด (มหาชน)

WORKFORCE OUTSOURCING

จัดหาพนักงานมืออาชีพ

บริหารบุคลากร ติดต่อเรา ⬈
ทีมงาน SO Outsourcing บริษัท สยามราชธานี จำกัด (มหาชน)

VEHICLE RENTAL AND MAINTENANCE

บริการเช่ารถยนต์หลากหลายประเภท

เช่ารถสำหรับองค์กร ติดต่อเรา ⬈
ทีมงาน SO Outsourcing บริษัท สยามราชธานี จำกัด (มหาชน)

LANDSCAPE MANAGEMENT

ดูแลพื้นที่สวนสวยงามเกิน 1,000 ไร่

บริหารพื้นที่สีเขียว ติดต่อเรา ⬈
ทีมงาน SO Outsourcing บริษัท สยามราชธานี จำกัด (มหาชน)

WASTE MANAGEMENT

บริการกำจัดขยะอุตสาหกรรม

จัดการขยะอันตราย ติดต่อเรา ⬈
ทีมงาน SO Outsourcing บริษัท สยามราชธานี จำกัด (มหาชน)

DATA ENTRY AND DIGITIZATION

คัดแยก สแกน บันทึก ตรวจสอบข้อมูล

บริหารข้อมูล ติดต่อเรา ⬈
ทีมงาน SO Outsourcing บริษัท สยามราชธานี จำกัด (มหาชน)

WORKFLOW PLATFORM

ระบบเวิร์กโฟลว์และกระบวนการอัตโนมัติ

บริหารข้อมูล ติดต่อเรา ⬈
กิจกรรมองค์กร SO Outsourcing บริษัท สยามราชธานี จำกัด (มหาชน)

Writer : Thanatwarit Phalinratthanadet

Digital and Marketing Communication. : SO-Siamrajathanee Plc.
Follow : Linkedin - Thanatwarit.p 

นักการตลาดดิจิทัล มีประสบการณ์การทำ Marketing Communication มากกว่า 5 ปี เชื่อว่าคอนเทนท์ที่ดีต้องมีประโยชน์ สร้างแรงบันดาลใจให้กับผู้คน จึงอยากแชร์เรื่องราวและแนวคิดที่ทำให้ “ธรรมชาติ” กลับมาเป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์ธุรกิจและสร้างความสุขให้กับผู้คนอีกครั้ง 

สยามราชธานี × มหาวิทยาลัยมหิดล ร่วมพัฒนาคนรุ่นใหม่สู่โลกการทำงาน

บริษัท สยามราชธานี จำกัด (มหาชน) ลงนาม MOU กับมหาวิทยาลัยมหิดล พัฒนา “การศึกษาเชิงบูรณาการกับการทำงาน (CWIE)” สร้างกำลังคนคุณภาพสู่ภาคอุตสาหกรรม

เมื่อวันที่ 8 มิถุนายน พ.ศ. 2569 ณ มหาวิทยาลัยมหิดล บริษัท สยามราชธานี จำกัด (มหาชน) หรือ Siamrajathanee PCL ได้ร่วมลงนามในบันทึกข้อตกลงความร่วมมือทางวิชาการ (MOU) กับมหาวิทยาลัยมหิดล สถาบันอุดมศึกษาชั้นนำของประเทศ เพื่อร่วมกันพัฒนาการศึกษาเชิงบูรณาการกับการทำงาน หรือ Cooperative and Work Integrated Education (CWIE)

ความร่วมมือครั้งนี้มีวัตถุประสงค์หลัก 3 ประการ ได้แก่

1. ส่งเสริมการพัฒนาผู้เรียนผ่านกิจกรรมการเรียนรู้ที่เชื่อมโยงองค์ความรู้ทางวิชาการกับบริบทการทำงานจริงในภาคอุตสาหกรรม

2. สนับสนุนการจัดการศึกษาในรูปแบบ CWIE เพื่อเสริมสร้างทักษะวิชาชีพ สมรรถนะการทำงาน และความพร้อมในการประกอบอาชีพของนักศึกษา

3. สนับสนุนความร่วมมือเชิงวิชาการในรูปธรรม อาทิ การนำกรณีศึกษาธุรกิจจริง (Real Business Case) มาประยุกต์ใช้ในการเรียนการสอน การบรรยายพิเศษ การให้คำปรึกษา (Mentorship) รวมถึงการฝึกอบรมทักษะที่จำเป็นต่อการทำงาน

ความร่วมมือระหว่างสยามราชธานีและมหาวิทยาลัยมหิดลในครั้งนี้ สะท้อนเจตนารมณ์ขององค์กรในการเป็นสะพานเชื่อมระหว่างภาควิชาการและภาคธุรกิจ พร้อมเดินหน้าพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ที่มีคุณภาพ ตอบโจทย์ความต้องการของตลาดแรงงานในยุคที่โลกธุรกิจเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว

“ประสบการณ์ไม่มีวันเอาท์” SO จับมือกรมกิจการผู้สูงอายุ เปิดประตูโอกาสให้คนวัย 55-65 ได้ทำงานอย่างมีคุณค่า

วันพฤหัสบดีที่ 14 พฤษภาคม พ.ศ. 2569 ณ กรมกิจการผู้สูงอายุ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ บริษัท สยามราชธานี จำกัด (มหาชน) หรือ SO นำโดย คุณกัณธิมา แจ้งวันสุข ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และคุณชินภัทร จาดเจริญ ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายเทคโนโลยี ได้เข้าพบ นายโชคชัย วิเชียรชัยยะ อธิบดีกรมกิจการผู้สูงอายุ พร้อมด้วย นางวรรณภา สุขคง รองอธิบดีกรมกิจการผู้สูงอายุ และทีมงาน เพื่อพูดคุยกันอย่างเปิดใจถึงเรื่องที่ทุกคนในห้องเห็นตรงกันว่า “สำคัญและรอไม่ได้” นั่นคือ การสร้างโอกาสให้ผู้สูงวัยได้ทำงานอย่างมีคุณค่าและมีศักดิ์ศรี

ในวันที่ประเทศไทยก้าวเข้าสู่สังคมสูงวัยอย่างเต็มตัว คำถามที่หลายคนเริ่มถามตัวเองคือ “พออายุ 55 แล้ว…เราจะทำอะไรต่อ?” คำถามนี้ไม่ได้เป็นแค่คำถามเชิงเศรษฐกิจ แต่มันคือคำถามถึง คุณค่าของชีวิต ของคนคนหนึ่ง ที่ยังมีไฟ ยังมีฝีมือ ยังมีประสบการณ์ที่สั่งสมมาทั้งชีวิต แต่กลับถูกระบบบอกว่า “ถึงเวลาต้องหยุดแล้ว”

SO เชื่อว่ามันไม่ควรเป็นแบบนั้น

ในฐานะบริษัท Outsourcing และ Strategic Operations Partner ที่ทำงานเคียงข้างองค์กรต่างๆ มากว่าหลายทศวรรษ SO ได้เห็นด้วยตาตัวเองว่า คนวัย 55-65 ปี จำนวนมาก ยังคงเป็นกำลังสำคัญที่ทำงานได้ดี มีวินัย มีความรับผิดชอบ และที่สำคัญที่สุดคือ มีหัวใจที่อยากส่งต่อสิ่งดีๆ ให้กับคนรุ่นต่อไป นี่จึงเป็นที่มาของข้อเสนอในการขยายขอบเขตการจ้างงานจากอายุ 55 ปี ไปจนถึง 65 ปี เพื่อให้คนกลุ่มนี้ได้มีพื้นที่ยืนในสังคมการทำงานต่อไป

คุณกัณธิมา แจ้งวันสุข ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท สยามราชธานี จำกัด (มหาชน) กล่าวด้วยความตั้งใจว่า

“เราไม่ได้มองว่าผู้สูงวัยคือคนที่ต้องได้รับการดูแล แต่เรามองว่าพวกเขาคือคนที่ยังพร้อมจะดูแลคนอื่น ดูแลครอบครัว ดูแลสังคม และดูแลตัวเองได้ ถ้าเรามีระบบที่เปิดโอกาสให้เขาเพียงพอ”

“จะดีแค่ไหน…ถ้าอายุไม่ใช่ข้อจำกัดของคนที่ยังมีศักยภาพ”

“จะดีแค่ไหน…ถ้าอายุไม่ใช่เงื่อนไขที่ทำให้ใครสักคนรู้สึกว่าตัวเองหมดคุณค่า”

“และจะดีแค่ไหน…ถ้าเราทุกคนช่วยกัน ทำให้สังคมในระยะยาว เศรษฐกิจ รายได้ และคุณค่าของคน เดินไปด้วยกันได้ในทิศทางเดียวกัน”

SO พร้อมเป็นพันธมิตรของกรมกิจการผู้สูงอายุในการ Unlock ศักยภาพของผู้สูงวัยให้กลับมาเปล่งประกายอีกครั้ง ไม่ว่าจะเป็นการสร้างตำแหน่งงานที่เหมาะสม การพัฒนาทักษะใหม่ๆ ให้สอดคล้องกับโลกที่เปลี่ยนแปลง และการออกแบบคุณภาพชีวิตในการทำงานที่ให้เกียรติคนทำงานทุกช่วงวัย

คุณกัณธิมา แจ้งวันสุข ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท สยามราชธานี จำกัด (มหาชน)

เมื่อทุกฝ่ายเดินไปด้วยกัน…นั่นคือความยั่งยืนที่แท้จริง

ความร่วมมือในครั้งนี้ไม่มีใครได้ใครเสีย แต่ทุกคนได้ไปด้วยกัน

ผู้สูงวัยได้ มีงาน มีรายได้ และได้รู้สึกว่าตัวเองยังมีคุณค่า ภาครัฐได้ เห็นนโยบายดูแลผู้สูงวัยเดินหน้าเป็นรูปธรรม ภาคเอกชนได้ บุคลากรที่มีประสบการณ์และทำงานด้วยใจ และสังคมไทยได้ เศรษฐกิจที่แข็งแรงขึ้น เพราะเมื่อคนมีรายได้และมีคุณค่า สังคมก็มีพลังที่จะเดินต่อไปข้างหน้า

เพราะสำหรับ SO แล้ว สิ่งที่เรากำลังทำไม่ใช่แค่ “การจ้างงาน” แต่มันคือการบอกกับผู้สูงวัยทุกคนว่า “คุณยังมีที่ยืน คุณยังมีค่า และเรายังต้องการคุณ”

ศักยภาพของคน…ไม่มีวันหมดอายุ และคุณค่าของคนคนหนึ่ง…ก็ไม่ควรถูกตัดสินด้วยตัวเลขบนบัตรประชาชนเช่นกัน

SO โชว์ผลงาน Q1/2569 กำไร 55.62 ล้านบาท เดินหน้าขยายธุรกิจ Outsource-Technology

Outsource Technology

บมจ.สยามราชธานี หรือ SO เผยผลการดำเนินงานไตรมาส 1/2569 มีรายได้รวม 726.36 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิ 55.62 ล้านบาท จากการเติบโตของรายได้ค่าบริการและการรับรู้รายได้ธุรกิจ SO NEXT พร้อมเดินหน้าขยายธุรกิจบริการเอาท์ซอร์สและเทคโนโลยีเต็มรูปแบบ มุ่งเพิ่มฐานลูกค้าองค์กรขนาดใหญ่ ควบคู่การนำดิจิทัลและระบบอัตโนมัติเข้ามาเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน รองรับความต้องการด้าน Digital Transformation และสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว

นางสาวกัณธิมา แจ้งวันสุข ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท สยามราชธานี จำกัด (มหาชน) หรือ SO  ประกอบการธุรกิจหลัก 2 รูปแบบเพื่อ Transformation องค์กรของลูกค้า คือธุรกิจบริการเอาท์ซอร์ส (Outsource Service) และธุรกิจบริการด้านเทคโนโลยี (Technology Service) เปิดเผยภาพรวมผลการดำเนินงานสำหรับไตรมาส 1/2569 สิ้นสุดวันที่ 31 มีนาคม 2568 เทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อน มีรายได้รวม 726.36 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 34.80 ล้านบาทหรือเพิ่มขึ้น 5.03% และมีกำไรสุทธิเท่ากับ 55.62 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2 ล้านบาท หรือ 3.73% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน

โดยมีปัจจัยสนับสนุนหลักจากการเติบโตของรายได้ค่าบริการอื่นที่เรียกเก็บจากลูกค้า รวมถึงการรับรู้รายได้จากงานพัฒนาโปรแกรมภายใต้ธุรกิจ SO NEXT ซึ่งรับรู้รายได้ตามความสำเร็จของงาน นอกจากนี้ บริษัทยังได้รับคืนเงินสมทบส่วนเกินจากประกันสังคมเพิ่มขึ้น ขณะเดียวกันการบริหารจัดการสินทรัพย์ประเภทรถยนต์รอจำหน่ายมีประสิทธิภาพมากขึ้น จากเดิมที่มีรถยนต์รอจำหน่ายจำนวน 74 คัน ณ สิ้นเดือนมีนาคม 2569 บริษัทสามารถทยอยจำหน่ายออกได้ทั้งหมด สะท้อนถึงการวางแผนบริหารสินทรัพย์และควบคุมต้นทุนได้อย่างเหมาะสม ส่งผลให้ภาพรวมรายได้และประสิทธิภาพการดำเนินงานของบริษัทปรับตัวดีขึ้นต่อเนื่อง

สำหรับแผนงานปี 2569 บริษัทพร้อมเดินหน้าขยายธุรกิจภายใต้แนวทางการเป็นพันธมิตรด้านการบริหารจัดการองค์กรครบวงจร โดยมุ่งเสริมความแข็งแกร่งให้กับธุรกิจบริการเอาท์ซอร์ส (Outsource Service) และธุรกิจบริการด้านเทคโนโลยี (Technology Service) ควบคู่กัน บริษัทตั้งเป้าเพิ่มฐานลูกค้าในกลุ่มอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ ทั้งภาคการผลิต พลังงาน โลจิสติกส์ และบริการ พร้อมยกระดับคุณภาพการให้บริการผ่านการนำเทคโนโลยีดิจิทัลเข้ามาช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารบุคลากรและกระบวนการทำงาน เพื่อตอบโจทย์องค์กรที่ต้องการลดต้นทุนและเพิ่มความคล่องตัวในการดำเนินธุรกิจ ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงของเศรษฐกิจและตลาดแรงงานในปัจจุบัน

ขณะเดียวกัน บริษัทให้ความสำคัญกับการเติบโตของธุรกิจ SO NEXT ซึ่งเป็นหน่วยงานด้านเทคโนโลยีและพัฒนาระบบดิจิทัล โดยมุ่งต่อยอดบริการด้าน Digital Transformation เพื่อสนับสนุนลูกค้าองค์กรในการปรับเปลี่ยนกระบวนการทำงานสู่ระบบอัตโนมัติและแพลตฟอร์มดิจิทัลมากยิ่งขึ้น นอกจากนี้ บริษัทมีแผนบริหารต้นทุนและทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ ควบคู่กับการสร้างรายได้ประจำ (Recurring Income) จากบริการระยะยาว เพื่อรักษาความสามารถในการทำกำไรและสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว รวมถึงมองหาโอกาสใหม่ในการขยายบริการที่สอดคล้องกับแนวโน้มธุรกิจและความต้องการของลูกค้าองค์กรในอนาคต

“เรามุ่งขยายการเติบโตของธุรกิจบริการเอาท์ซอร์สและธุรกิจเทคโนโลยี ควบคู่กับการนำดิจิทัลและระบบอัตโนมัติเข้ามาเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานให้ลูกค้าองค์กร โดยเฉพาะการต่อยอดบริการภายใต้ SO NEXT เพื่อตอบโจทย์การทำ Digital Transformation ของภาคธุรกิจ พร้อมทั้งเดินหน้าบริหารต้นทุนและสร้างรายได้ประจำจากสัญญาระยะยาว เพื่อรักษาความสามารถในการทำกำไรและสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนในอนาคต” นางสาวกัณธิมา กล่าว

ติดต่อ นักลงทุนสัมพันธ์

คุณอรชร บรรลือทรัพย์

@ LINE : So.IR โทร 084-324-3083

หมายเหตุ : ข้อมูลติดต่อสำหรับนักลงทุนสัมพันธ์เท่านั้น เรื่องอื่นไม่สามารถให้ข้อมูลได้

เมื่อการเงินนิ่ง ชีวิตก็มั่นคงขึ้น SO ชวนพนักงานเริ่มต้นดูแลเงินอย่างเป็นระบบผ่านการอบรม Financial Well-being

Financial Well-being

ในวันที่ค่าครองชีพผันผวน เรื่องเงินจึงไม่ใช่แค่เรื่องส่วนตัว แต่เป็นเรื่องที่กระทบทั้งความสบายใจ แผนชีวิต และพลังในการทำงาน SO จึงเปิดพื้นที่การเรียนรู้ด้านการเงินสำหรับพนักงานทุกระดับ เพื่อช่วยให้ทุกคนมีสุขภาวะทางการเงิน (Financial Well-being) ที่แท้จริง
ไม่ใช่แค่มีเงินพอใช้ แต่ “วางแผนได้ มีภูมิคุ้มกัน และเติบโตได้อย่างมั่นคง”

ผู้นำอบรม นายณัฐนนท์ กฤษณรุ่งเรือง (กรรมการผู้จัดการ บัญชีและการเงิน)

หนึ่งในไฮไลต์สำคัญของกิจกรรมครั้งนี้ คือการที่ นายณัฐนนท์ กฤษณรุ่งเรือง กรรมการผู้จัดการ บัญชีและการเงิน มารับบทบาทเป็นผู้นำการอบรมด้วยตนเอง สะท้อนให้เห็นชัดว่า “การเงิน” ไม่ใช่เรื่องไกลตัว หรือเรื่องของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเท่านั้น แต่เป็น “ทักษะจำเป็นของทุกคน” ที่ช่วยให้ชีวิตทำงานเดินหน้าได้อย่างมั่นคง

นายณัฐนนท์ เน้นย้ำว่า การจัดการการเงินที่ดี คือรากฐานของความมั่นใจในชีวิต เพราะเมื่อเราคุมเงินได้ เราจะคุมความเสี่ยงได้ และเมื่อความเสี่ยงลดลง ความกังวลก็ลดลงตามไปด้วย  สิ่งนี้ส่งผลโดยตรงต่อทั้งคุณภาพชีวิตและศักยภาพในการทำงาน

“เราอยากให้ทุกคน ‘รู้เท่าทันเงิน’ และมีระบบที่ทำให้ชีวิตมั่นคงขึ้นได้จริง”

เริ่มจาก “เข้าใจตัวเอง” ก่อนจะ “เข้าใจการเงิน”

Work Shop อบรมการเงินของ SO ออกแบบให้เป็นภาษาที่เข้าใจง่ายและนำไปใช้ได้จริง เน้น “ลงมือทำ” มากกว่าแค่ฟังทฤษฎี เพราะการเงินที่ดีไม่ใช่เรื่องของคนเก่งตัวเลขอย่างเดียว แต่คือการรู้ทันพฤติกรรมตัวเอง และค่อยๆ ปรับด้วยวิธีที่เหมาะกับชีวิตของเรา

หัวใจของการอบรมครั้งนี้คือการพาแต่ละคน “จัดระเบียบเงิน” แบบเป็นขั้นเป็นตอน เช่น

  • รู้รายรับ–รายจ่ายแบบไม่หลอกตัวเอง (เงินไหลเข้า–ออกจริงๆ ในแต่ละเดือน)
  • วางระบบเงินสำรองและลดความเสี่ยง (เหตุฉุกเฉิน เจ็บป่วย รถเสีย งานสะดุด)
  • จัดการหนี้อย่างมีแผน (ไม่ใช่แค่จ่าย…แต่จ่ายให้เร็วขึ้นและเบาลง)
  • ตั้งเป้าหมายการเงินที่จับต้องได้ (สั้น–กลาง–ยาว) และค่อยๆ ทำให้สำเร็จ
  • พื้นฐานการออม–การลงทุนอย่างพอดี ให้เหมาะกับความเสี่ยงที่รับได้ของแต่ละคน

จาก “มนุษย์เงินเดือน” สู่ “มนุษย์เงินเดิน”

คำว่า “มนุษย์เงินเดินไปด้วย” ไม่ได้แปลว่าต้องรวยเร็วหรือเสี่ยงหนัก แต่คือการทำให้เงินของเรา “ทำงานเป็นระบบ” มากขึ้น—มีเงินสำรอง มีแผน มีเป้าหมาย และค่อยๆ สร้างอนาคตที่เราเลือกได้

ตัวอย่างแนวคิดที่หยิบมาใช้ได้ทันทีหลังอบรม เช่น

  • ทำให้การออมเป็น “อัตโนมัติ” (เงินเก็บก่อนใช้ ไม่ใช่เหลือค่อยเก็บ)
  • แยกเงินเป็นก้อนตามหน้าที่: ใช้–เก็บ–เป้าหมาย–ฉุกเฉิน
  • ลดรูรั่วเล็กๆ ที่สะสมเป็นก้อนใหญ่ โดยไม่ต้องตัดความสุขจนเครียด
  • ตั้ง “กติกาเงิน” ของตัวเอง ให้ชีวิตไปต่อได้แบบไม่กดดัน

ทำไม SO ถึงให้ความสำคัญกับเรื่องนี้

SO เชื่อว่าการดูแลพนักงานไม่ใช่แค่เรื่องทักษะการทำงาน แต่รวมถึง “ทักษะชีวิต” ที่ทำให้ทุกคนเติบโตได้จริง และการที่ผู้บริหารสายบัญชีและการเงินอย่างนายณัฐนนท์มาร่วมขับเคลื่อนด้วยตัวเอง ก็ยิ่งตอกย้ำว่า Financial Well-being คือวาระสำคัญขององค์กร ไม่ใช่กิจกรรมครั้งคราว

เพราะการเติบโตที่ยั่งยืนขององค์กร เริ่มจากการเติบโตที่ยั่งยืนของคนในองค์กร

ผู้ถือหุ้น SO ไฟเขียวทุกวาระ พร้อมจ่ายปันผลรวมทั้งปี 0.38 บาท/หุ้น ลุยแผนปี 69 โต 10% เดินหน้าขยาย Tech-Enabled Outsourcing

บมจ.สยามราชธานี หรือ SO จัดประชุมผู้ถือหุ้นปี 2569 ผ่าน E-AGM อนุมัติทุกวาระ พร้อมเคาะจ่ายปันผลรวม 0.38 บาทต่อหุ้น คิดเป็น Dividend Yield ราว 9% สะท้อนฐานะการเงินแข็งแกร่ง พร้อมตั้งเป้ารายได้ปี 2569 แตะ 3,000 ล้านบาท โต 10% จากการขยายธุรกิจเอาท์ซอร์สควบคู่พัฒนาเทคโนโลยี เดินหน้าสู่โมเดล Tech-Enabled Outsourcing รองรับความต้องการองค์กรยุคดิจิทัลที่เน้นประสิทธิภาพและการควบคุมต้นทุน

นายเวทย์ นุชเจริญ ประธานกรรมการ และนางสาวกัณธิมา แจ้งวันสุข ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท สยามราชธานี จำกัด (มหาชน) หรือ SO พร้อมด้วยคณะกรรมการบริษัทฯ ได้จัดการประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปี 2569 ผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ (E-AGM) ถ่ายทอดสดจากสำนักงานใหญ่ เมื่อวันที่ 23 เมษายน 2569 สรุปผลการดำเนินงานประจำปี 2568 และพิจารณาวาระสำคัญต่างๆ โดยที่ประชุมมีมติอนุมัติครบทุกวาระตามข้อเสนอของคณะกรรมการ สะท้อนถึงผลการดำเนินงานที่มั่นคงและฐานะทางการเงินที่แข็งแกร่ง ท่ามกลางสภาพเศรษฐกิจที่ยังคงมีความผันผวน ทั้งนี้ บริษัทยังคงมุ่งมั่นที่จะดำเนินธุรกิจบนหลักความยั่งยืน พร้อมสร้างผลตอบแทนที่ดีให้กับผู้ถือหุ้นอย่างต่อเนื่อง

ทั้งนี้ ที่ประชุมยังมีมติอนุมัติการจ่ายเงินปันผลสำหรับผลการดำเนินงานปี 2568 ในอัตราหุ้นละ 0.38 บาทต่อหุ้น คิดเป็นเงินทั้งสิ้น 180.94 ล้านบาท โดยเป็นการจ่ายปันผลระหว่างกาลในอัตราหุ้นละ 0.20 บาทต่อหุ้น จำนวน 95.23 ล้านบาท เมื่อวันที่ 4 กันยายน 2568 สำหรับการปันผลส่วนที่เหลือในอัตราหุ้นละ 0.18 บาทต่อหุ้น จำนวน 85.7 ล้านบาท คิดเป็นอัตราการจ่ายเงินปันผล 80% ของกำไรสุทธิหลังจากหักเงินทุนสำรองตามกฎหมาย หรือคิดเป็นอัตราผลตอบแทนจากเงินปันผล (Dividend Yield) ประมาณ 9%

ด้านแผนธุรกิจปี 2569 บริษัทตั้งเป้ารายได้เติบโตประมาณ 10% หรือแตะระดับ 3,000 ล้านบาท จากการขยายธุรกิจบริการเอาท์ซอร์ส (Outsource Service) ควบคู่กับการพัฒนาโซลูชันด้านเทคโนโลยีเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานให้กับองค์กรลูกค้า ทั้งนี้บริษัทจะมุ่งเน้นการขยายฐานลูกค้าองค์กรขนาดใหญ่ พร้อมเพิ่มสัดส่วนรายได้จากบริการที่มีมูลค่าเพิ่มสูง โดยเดินหน้าพัฒนาโซลูชันด้านเทคโนโลยี เช่น ระบบบริหารจัดการข้อมูล (Data Management) ระบบ Workflow ดิจิทัล และระบบอัตโนมัติ (Automation) เพื่อยกระดับประสิทธิภาพการดำเนินงานขององค์กรลูกค้า และสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านสู่การดำเนินธุรกิจในยุคดิจิทัลได้อย่างมีประสิทธิภาพ.

สำหรับแนวโน้มอุตสาหกรรมบริการ Outsourcing และ Business Process Outsourcing (BPO) ในประเทศไทยยังมีทิศทางเติบโตต่อเนื่อง จากความต้องการขององค์กรที่ต้องการเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานและควบคุมต้นทุน ท่ามกลางสภาพแวดล้อมทางธุรกิจที่เปลี่ยนแปลงรวดเร็ว โดยเฉพาะการนำเทคโนโลยีดิจิทัลและระบบอัตโนมัติเข้ามาใช้ในกระบวนการทำงานมากขึ้นบริษัทจึงเดินหน้าพัฒนาโมเดล Tech-Enabled Outsourcing ซึ่งเป็นการผสานการทำงานของบุคลากร เทคโนโลยี และระบบข้อมูลเข้าด้วยกัน เพื่อยกระดับการให้บริการจากผู้ให้บริการเอาท์ซอร์สแบบดั้งเดิม สู่การเป็น Strategic Operations Partner ที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานให้กับองค์กรลูกค้า

ติดต่อ นักลงทุนสัมพันธ์

คุณอรชร บรรลือทรัพย์

@ LINE : So.IR โทร 084-324-3083

หมายเหตุ : ข้อมูลติดต่อสำหรับนักลงทุนสัมพันธ์เท่านั้น เรื่องอื่นไม่สามารถให้ข้อมูลได้