SO ลงพื้นที่ดูแลพนักงาน จ.นครนายก หลังได้รับผลกระทบจาก อุทกภัย พร้อมส่งต่อกำลังใจให้ก้าวผ่านวิกฤตไปด้วยกัน

SO ลงพื้นที่ดูแลพนักงาน

วันที่ 23 ตุลาคม 2569 บริษัท สยามราชธานี จำกัด (มหาชน) หรือ SO นำโดยคณะผู้บริหาร กรรมการบริษัท และผู้แทนบริษัท ลงพื้นที่เยี่ยมเยียนพนักงานที่ปฏิบัติงานในสังกัดการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค จังหวัดนครนายก ซึ่งได้รับผลกระทบจากสถานการณ์อุทกภัยในช่วงต้นเดือนตุลาคมที่ผ่านมา

การลงพื้นที่ครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อพบปะ รับฟังสถานการณ์และผลกระทบที่เกิดขึ้นกับพนักงานและครอบครัว พร้อมมอบเงินช่วยเหลือเยียวยาเบื้องต้น เพื่อช่วยบรรเทาภาระค่าใช้จ่ายและเป็นอีกหนึ่งกำลังใจให้พนักงานสามารถผ่านช่วงเวลาที่ยากลำบากและกลับมาใช้ชีวิตได้ตามปกติโดยเร็ว

ลงพื้นที่เพื่อรับฟัง และเข้าใจผลกระทบที่พนักงานกำลังเผชิญ

สำหรับ SO การดูแลพนักงานไม่ได้เริ่มต้นจากการมอบความช่วยเหลือเพียงอย่างเดียว แต่เริ่มจากการเข้าใจว่าแต่ละคนกำลังเผชิญกับอะไร

ในครั้งนี้ คณะผู้บริหารและผู้แทนบริษัทได้พูดคุยกับพนักงานอย่างใกล้ชิด รับฟังถึงสถานการณ์ ความเสียหาย และผลกระทบที่เกิดขึ้นจากเหตุการณ์น้ำท่วม ทั้งในด้านความเป็นอยู่ ครอบครัว และภาระที่เกิดขึ้นภายหลังน้ำลด

การรับฟังโดยตรงจากพนักงานช่วยให้บริษัทเข้าใจสถานการณ์ได้มากขึ้น และสามารถให้ความช่วยเหลือในเบื้องต้นได้สอดคล้องกับความต้องการของผู้ที่ได้รับผลกระทบ

พร้อมกันนี้ SO ได้มอบเงินช่วยเหลือเยียวยาแก่พนักงาน เพื่อช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายในช่วงการฟื้นฟู และเป็นอีกหนึ่งแรงสนับสนุนให้พนักงานและครอบครัวสามารถค่อย ๆ กลับมาใช้ชีวิตได้ตามปกติ

เพราะการดูแลคน ไม่ได้มีเฉพาะในวันที่ทุกอย่างเป็นปกติ

สถานการณ์อุทกภัยอาจเกิดขึ้นโดยไม่ทันตั้งตัว และส่งผลกระทบต่อชีวิตของพนักงานในหลายด้าน ตั้งแต่ที่อยู่อาศัย ทรัพย์สิน การเดินทาง ไปจนถึงภาระค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นหลังเหตุการณ์

สำหรับ SO ช่วงเวลาเช่นนี้เป็นช่วงเวลาที่องค์กรต้องให้ความสำคัญกับการดูแลบุคลากรมากยิ่งขึ้น

เพราะพนักงานไม่ใช่เพียงผู้ปฏิบัติงาน แต่คือคนที่มีครอบครัว มีชีวิต และมีสถานการณ์ที่ต้องรับมือเช่นเดียวกับทุกคน การดูแลพนักงานจึงไม่ควรถูกจำกัดอยู่เฉพาะเรื่องงานหรือสวัสดิการในสถานการณ์ปกติ แต่ต้องรวมถึงการพร้อมช่วยเหลือในช่วงเวลาที่เกิดเหตุการณ์ไม่คาดคิดด้วย

การลงพื้นที่ของคณะผู้บริหารในครั้งนี้จึงไม่ได้มีความหมายเพียงการเข้าไปมอบความช่วยเหลือ แต่ยังเป็นการส่งต่อความห่วงใย และทำให้พนักงานรับรู้ว่าเมื่อเกิดปัญหา พวกเขาไม่ได้ต้องรับมือกับสถานการณ์เพียงลำพัง

จากความช่วยเหลือเบื้องต้น สู่กำลังใจในการกลับมาตั้งหลัก

หลังจากสถานการณ์น้ำลด สิ่งที่ผู้ได้รับผลกระทบต้องเผชิญต่อคือการฟื้นฟู ทั้งบ้าน ความเป็นอยู่ และการจัดการกับภาระที่ตามมา

เงินช่วยเหลือที่ SO มอบให้แก่พนักงานในครั้งนี้จึงมีเป้าหมายเพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยบรรเทาภาระในช่วงเริ่มต้นของการฟื้นฟู โดยให้พนักงานสามารถนำไปใช้ตามความจำเป็นของแต่ละคนและครอบครัว

แม้ความช่วยเหลือหนึ่งครั้งอาจไม่สามารถทดแทนความเสียหายทั้งหมดที่เกิดขึ้นได้ แต่ SO เชื่อว่าการเข้าไปอยู่เคียงข้างในเวลาที่พนักงานต้องการกำลังใจ เป็นอีกหนึ่งสิ่งสำคัญที่องค์กรสามารถทำได้

เพราะในช่วงหลังวิกฤต สิ่งที่หลายคนต้องการไม่ใช่เพียงการฟื้นฟูทรัพย์สิน แต่ยังต้องการความมั่นใจว่า ยังมีคนพร้อมสนับสนุนและช่วยให้สามารถกลับมาตั้งหลักได้อีกครั้ง

พนักงานคือกำลังสำคัญของ SO

SO ให้ความสำคัญกับพนักงานในฐานะกำลังหลักที่อยู่เบื้องหลังการดำเนินงานและการให้บริการแก่ลูกค้าในแต่ละพื้นที่

การดูแลบุคลากรจึงไม่ได้หมายถึงเพียงการพัฒนาทักษะหรือสร้างสภาพแวดล้อมในการทำงานที่เหมาะสม แต่ยังรวมถึงการดูแลความเป็นอยู่ คุณภาพชีวิต และการสร้างความมั่นใจให้พนักงานรู้ว่าองค์กรพร้อมอยู่เคียงข้างเมื่อเกิดสถานการณ์ที่ยากลำบาก

สำหรับ SO ความสัมพันธ์ระหว่างองค์กรกับพนักงานไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะในเวลาที่งานดำเนินไปตามปกติ แต่ถูกสะท้อนชัดที่สุดในช่วงเวลาที่คนในองค์กรต้องการความช่วยเหลือ

การลงพื้นที่ครั้งนี้จึงเป็นอีกหนึ่งการยืนยันถึงแนวทางการดูแลบุคลากรของ SO ที่ให้ความสำคัญกับทั้งการทำงานและชีวิตของพนักงานอย่างรอบด้าน

อยู่เคียงข้างกัน เพื่อก้าวผ่านช่วงเวลาที่ยากลำบาก

เหตุการณ์อุทกภัยในครั้งนี้อาจสร้างผลกระทบต่อพนักงานและครอบครัวในหลายด้าน แต่ในขณะเดียวกันก็สะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญของการดูแลและการช่วยเหลือซึ่งกันและกันภายในองค์กร

SO ขอส่งกำลังใจให้แก่พนักงานทุกคนที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์น้ำท่วม รวมถึงครอบครัวและประชาชนในพื้นที่จังหวัดนครนายกที่อยู่ระหว่างการฟื้นฟู

บริษัทจะยังคงให้ความสำคัญกับการดูแลพนักงานอย่างใกล้ชิด ทั้งในด้านการทำงาน ความเป็นอยู่ และคุณภาพชีวิต เพื่อสร้างสภาพแวดล้อมที่เต็มไปด้วยความเข้าใจ ความห่วงใย และการสนับสนุนซึ่งกันและกัน

เพราะสำหรับ SO “พนักงานคือหัวใจสำคัญขององค์กร” และในวันที่ต้องเผชิญกับสถานการณ์ที่ยากลำบาก เราพร้อมอยู่เคียงข้างและก้าวผ่านไปด้วยกัน

บุคลากร SO Outsourcing บริษัท สยามราชธานี จำกัด (มหาชน)

Writer : Wanvisa Mueansri 

Digital and Marketing Communication : SO-Siamrajathanee Plc.
Follow : Linkedin - Wanvisa 

นักการตลาดดิจิทัลสาย Marketing Communication ที่อยู่เบื้องหลังกลยุทธ์ออนไลน์ ของผู้ให้บริการ
รถเช่าสำหรับองค์กรชั้นนำ และหน่วยงานภาครัฐ ด้วยประสบการณ์มากกว่า 5 ปี
เชี่ยวชาญการวางแผนแคมเปญ การวิเคราะห์ข้อมูล และการเล่าเรื่องแบรนด์ให้ตรงใจกลุ่มเป้าหมาย
"เชื่อว่าการตลาดที่ดี ไม่ใช่แค่ดึงดูด แต่ต้องสร้างความเชื่อมั่นให้กับองค์กรคู่ค้าในระยะยาว"

SO ร่วมพันธมิตรส่งต่อความช่วยเหลือ ฟื้นฟู โรงเรียนวัดท่าช้าง หลังอุทกภัย จังหวัดนครนายก

โรงเรียนวัดท่าช้าง

วันที่ 23 ตุลาคม 2569 บริษัท สยามราชธานี จำกัด (มหาชน) หรือ SO ร่วมกับบริษัทพันธมิตรและผู้ร่วมสนับสนุน ส่งมอบสิ่งของและอุปกรณ์ที่จำเป็นให้แก่ โรงเรียนวัดท่าช้าง (แสงปัญญาวิทยาคาร) จังหวัดนครนายก เพื่อร่วมฟื้นฟูสถานศึกษาและบรรเทาความเดือดร้อนของครู นักเรียน และผู้ปกครอง ภายหลังโรงเรียนได้รับผลกระทบอย่างหนักจากสถานการณ์อุทกภัยในช่วงต้นเดือนตุลาคมที่ผ่านมา

จากเหตุการณ์น้ำท่วมที่ส่งผลกระทบต่อหลายพื้นที่ของจังหวัดนครนายก โรงเรียนวัดท่าช้างได้รับความเสียหายทั้งด้านอาคาร สภาพแวดล้อม และอุปกรณ์ที่จำเป็นต่อการจัดการเรียนการสอน ทำให้โรงเรียนต้องเร่งฟื้นฟูพื้นที่และจัดหาอุปกรณ์ทดแทน เพื่อให้นักเรียนสามารถกลับมาเรียนได้ตามปกติ

SO ตระหนักถึงผลกระทบที่เกิดขึ้นกับเด็ก ครู และครอบครัวในพื้นที่ จึงร่วมกับพันธมิตรและผู้มีจิตศรัทธา สนับสนุนสิ่งของที่โรงเรียนมีความจำเป็นต้องใช้จริง เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยให้สถานศึกษากลับมามีความพร้อมในการดูแลนักเรียนและจัดการเรียนการสอนได้อีกครั้ง

ช่วยในสิ่งที่โรงเรียนต้องการ เพื่อให้การเรียนรู้เดินหน้าต่อ

สำหรับโรงเรียน การฟื้นฟูหลังอุทกภัยไม่ได้หมายถึงเพียงการทำความสะอาดพื้นที่หรือซ่อมแซมอาคาร แต่ยังรวมถึงการจัดหาอุปกรณ์พื้นฐานที่จำเป็นต่อการเรียน การใช้ชีวิต และการดูแลนักเรียนภายในโรงเรียน

สิ่งของที่ส่งมอบในครั้งนี้จึงเป็นสิ่งที่ตอบโจทย์การใช้งานจริงของโรงเรียน ประกอบด้วย คอมพิวเตอร์ ตู้เย็น ตู้แช่เย็น ชั้นวางของ ไวท์บอร์ด เครื่องนอนสำหรับนักเรียน ชุดอุปกรณ์การเรียน และขนมสำหรับนักเรียน รวมถึงสิ่งของที่ช่วยสนับสนุนการฟื้นฟูพื้นที่และการดำเนินงานของโรงเรียน

นอกจากนี้ ยังมีการจัดเตรียมอาหารสำหรับนักเรียน ผู้ปกครอง และผู้ที่เข้าร่วมกิจกรรม เพื่อร่วมส่งต่อกำลังใจและสร้างบรรยากาศแห่งการช่วยเหลือกันในช่วงเวลาที่หลายครอบครัวยังอยู่ระหว่างการฟื้นตัวจากเหตุการณ์น้ำท่วม

การช่วยเหลือครั้งนี้จึงไม่ได้มองเพียงว่า “จะนำอะไรไปมอบ” แต่เริ่มจากการมองว่า โรงเรียนกำลังขาดอะไร และสิ่งใดจะช่วยให้การเรียนการสอนกลับมาเดินต่อได้จริง

เพราะการฟื้นฟูโรงเรียน คือการช่วยให้เด็กกลับมาเรียนได้อีกครั้ง

เมื่อสถานศึกษาได้รับผลกระทบจากภัยพิบัติ ความเสียหายไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะกับทรัพย์สินหรืออาคาร แต่ยังส่งผลต่อความต่อเนื่องในการเรียนรู้และชีวิตประจำวันของเด็ก ๆ

สำหรับ SO การช่วยฟื้นฟูโรงเรียนจึงมีความหมายมากกว่าการส่งมอบสิ่งของ แต่คือการช่วยสร้างความพร้อมให้เด็กสามารถกลับเข้าสู่สภาพแวดล้อมการเรียนรู้ที่เหมาะสมได้เร็วขึ้น

คอมพิวเตอร์หนึ่งเครื่อง ไวท์บอร์ดหนึ่งแผ่น หรือชุดอุปกรณ์การเรียนหนึ่งชุด อาจเป็นเพียงสิ่งของในมุมหนึ่ง แต่สำหรับโรงเรียน สิ่งเหล่านี้คือเครื่องมือที่ช่วยให้ครูสามารถกลับมาจัดการเรียนการสอน และช่วยให้เด็ก ๆ สามารถกลับมาเรียนรู้ได้ต่อเนื่องอีกครั้ง

นี่คือเหตุผลที่ SO ให้ความสำคัญกับการช่วยเหลือในลักษณะที่ตอบโจทย์ความต้องการจริง มากกว่าการมองเพียงมูลค่าของสิ่งที่ส่งมอบ

พลังความร่วมมือที่ช่วยให้ความช่วยเหลือไปได้ไกลขึ้น

กิจกรรมในครั้งนี้เกิดขึ้นจากความร่วมมือของ SO พันธมิตรทางธุรกิจ และผู้ร่วมสนับสนุนจากหลายภาคส่วน ที่ร่วมกันส่งต่อสิ่งของ อุปกรณ์ และกำลังใจให้แก่โรงเรียนวัดท่าช้าง

ผู้ร่วมสนับสนุน ได้แก่ บริษัท สิริมงคลพาวเวอร์เคเบิ้ล จำกัด, ห้างหุ้นส่วนจำกัด สยามอุดรเทรดดิ้ง, บริษัท เพาเวอร์เทคโนโลยี ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด, บริษัท อีทีอี เบเนจเม้นท์ จำกัด, บริษัท เอ็กซ์คอลตี้ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด, บริษัท พี.เอ็ม.ซี คอนแทร็กเตอร์ จำกัด, ห้างหุ้นส่วนจำกัด โชคสุวัฒนา และคุณกฤษณ์สุดา กุลสิงห์

สิ่งของและอุปกรณ์ที่ร่วมกันส่งมอบในครั้งนี้มีมูลค่ารวม 397,000 บาท โดย SO ขอขอบคุณผู้ร่วมสนับสนุนทุกท่านที่ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการช่วยให้โรงเรียนกลับมามีความพร้อมอีกครั้ง

สำหรับ SO ความร่วมมือในลักษณะนี้สะท้อนให้เห็นว่า เมื่อหลายฝ่ายมองเห็นความต้องการเดียวกันและพร้อมเข้ามาช่วยในสิ่งที่แต่ละฝ่ายสามารถทำได้ ความช่วยเหลือก็สามารถสร้างผลลัพธ์ที่มีความหมายต่อผู้ได้รับผลกระทบได้มากขึ้น

จากการช่วยเหลือ สู่การส่งต่อโอกาสและกำลังใจ

SO เชื่อว่าการช่วยเหลือสังคมไม่ควรจบเพียงการส่งมอบสิ่งของ แต่ควรช่วยให้ผู้ได้รับผลกระทบสามารถกลับมาใช้ชีวิต เรียน และเดินหน้าต่อได้อย่างมั่นคงมากขึ้น

กิจกรรมในครั้งนี้จึงเป็นอีกหนึ่งส่วนของการดำเนินธุรกิจควบคู่กับความรับผิดชอบต่อสังคม โดยให้ความสำคัญกับการช่วยเหลือในประเด็นที่ส่งผลต่อคุณภาพชีวิต การศึกษา และชุมชน

โดยเฉพาะในช่วงหลังเกิดภัยพิบัติ การฟื้นฟูถือเป็นช่วงเวลาสำคัญ เพราะเป็นช่วงที่ผู้ได้รับผลกระทบต้องการทั้งทรัพยากร ความช่วยเหลือ และกำลังใจในการกลับมาตั้งหลักอีกครั้ง

บริษัท สยามราชธานี จำกัด (มหาชน) ขอส่งกำลังใจให้คณะครู นักเรียน ผู้ปกครอง และประชาชนในพื้นที่จังหวัดนครนายกที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์อุทกภัย พร้อมขอขอบคุณพันธมิตรและผู้ร่วมสนับสนุนทุกภาคส่วนที่ร่วมกันส่งต่อความช่วยเหลือในครั้งนี้

เพราะการช่วยเหลือที่มีความหมาย ไม่ได้วัดเพียงจากสิ่งที่มอบให้ แต่คือการมองเห็นว่าอีกฝ่ายกำลังต้องการอะไร และร่วมกันช่วยให้เขากลับมาเดินหน้าต่อได้อีกครั้ง

SO ร่วมแสดงความยินดีในโอกาสวันสถาปนา การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ครบรอบ 66 ปี

การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค

บริษัท สยามราชธานี จำกัด (มหาชน) หรือ SO ร่วมแสดงความยินดีเนื่องในโอกาส วันสถาปนาการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (PEA) ครบรอบ 66 ปี ซึ่งจัดขึ้นภายใต้แนวคิด “66 ปี แห่งความไว้วางใจ กฟภ. เติมพลังให้ทุกชีวิต” หรือ “66 Years of Trust: PEA Powering Every Life” ณ สำนักงานใหญ่ การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค เมื่อวันที่ 9 ตุลาคม 2569

การเข้าร่วมแสดงความยินดีในครั้งนี้ เป็นอีกหนึ่งโอกาสที่ SO ได้ร่วมส่งมอบความปรารถนาดีให้กับการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคในวาระสำคัญขององค์กร พร้อมสะท้อนถึงความสัมพันธ์อันดีระหว่างภาคธุรกิจและหน่วยงานภาครัฐที่มีบทบาทสำคัญต่อการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ สังคม และคุณภาพชีวิตของประชาชน

66 ปี การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค กับบทบาทสำคัญต่อประเทศ

ตลอดระยะเวลา 66 ปี การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคมีบทบาทสำคัญในการพัฒนาระบบไฟฟ้าและการให้บริการแก่ประชาชนในพื้นที่ต่าง ๆ ทั่วประเทศ โดยมีเป้าหมายในการสร้างระบบไฟฟ้าที่มีความมั่นคง เชื่อถือได้ และตอบสนองต่อความต้องการที่เปลี่ยนแปลงของผู้ใช้ไฟฟ้า

นอกจากการดูแลระบบไฟฟ้าในปัจจุบันแล้ว PEA ยังเดินหน้าพัฒนาการบริการและขับเคลื่อนองค์กรสู่พลังงานแห่งอนาคต ภายใต้แนวคิด “Powering Every Life” ซึ่งสะท้อนถึงการมุ่งสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ผู้ใช้ไฟฟ้า ควบคู่กับการสนับสนุนการเติบโตทางเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน

บทบาทของ PEA จึงไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการเป็นผู้ให้บริการด้านไฟฟ้า แต่ยังเชื่อมโยงกับโครงสร้างพื้นฐานที่มีความสำคัญต่อการดำเนินชีวิตของประชาชน ภาคธุรกิจ และภาคอุตสาหกรรมในวงกว้าง เพราะระบบพลังงานที่มีความมั่นคงเป็นอีกหนึ่งพื้นฐานสำคัญของการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมในระยะยาว

“Powering Every Life” กับความหมายของพลังงานในชีวิตประจำวัน

แนวคิด “66 Years of Trust: PEA Powering Every Life” สะท้อนถึงบทบาทของการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคที่อยู่เบื้องหลังการใช้ชีวิตและการดำเนินงานในหลายภาคส่วน

พลังงานไฟฟ้าไม่เพียงรองรับการใช้ชีวิตประจำวันของประชาชน แต่ยังเป็นปัจจัยสำคัญของภาคธุรกิจ อุตสาหกรรม การแพทย์ การศึกษา การขนส่ง และการพัฒนาพื้นที่ในระดับภูมิภาค

เมื่อระบบไฟฟ้ามีความมั่นคงและสามารถตอบสนองต่อความต้องการได้อย่างต่อเนื่อง ย่อมช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ทั้งประชาชนและองค์กรที่ต้องพึ่งพาโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานในการดำเนินงาน

ด้วยเหตุนี้ วันสถาปนา PEA ครบรอบ 66 ปี จึงไม่ใช่เพียงการนับระยะเวลาของการดำเนินงาน แต่ยังสะท้อนถึงการสั่งสมความเชื่อมั่นและบทบาทขององค์กรที่มีต่อสังคมไทยมาอย่างต่อเนื่อง

SO ร่วมแสดงความยินดีกับอีกหนึ่งก้าวสำคัญของ PEA

สำหรับ บริษัท สยามราชธานี จำกัด (มหาชน) หรือ SO การเข้าร่วมแสดงความยินดีในโอกาสวันสถาปนา การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ครบรอบ 66 ปี ถือเป็นอีกหนึ่งวาระสำคัญในการร่วมชื่นชมความสำเร็จขององค์กรที่มีบทบาทต่อโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานและคุณภาพชีวิตของประชาชนมาอย่างต่อเนื่อง

ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคมีบทบาทสำคัญต่อทั้งชีวิตประจำวันของประชาชน การดำเนินงานของภาคธุรกิจ และการพัฒนาเศรษฐกิจในหลายพื้นที่ ระบบไฟฟ้าที่มีความมั่นคง เชื่อถือได้ และสามารถตอบสนองความต้องการของผู้ใช้ จึงเป็นหนึ่งในพื้นฐานสำคัญของการพัฒนาประเทศในระยะยาว

วาระครบรอบ 66 ปีของ PEA จึงไม่ได้สะท้อนเพียงระยะเวลาการดำเนินงาน แต่ยังเป็นอีกหนึ่งหมุดหมายของความเชื่อมั่นที่องค์กรสั่งสมมาอย่างต่อเนื่อง ทั้งในด้านการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน การยกระดับการบริการ และการเตรียมความพร้อมต่อการเปลี่ยนแปลงของภาคพลังงานในอนาคต

การที่ SO ได้เข้าร่วมแสดงความยินดีในครั้งนี้ จึงเป็นอีกหนึ่งโอกาสในการร่วมรับรู้และชื่นชมความสำเร็จของ PEA พร้อมส่งต่อความปรารถนาดีไปยังบุคลากรและผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการขับเคลื่อนองค์กรในทุกระดับ

สำหรับ SO การสร้างและรักษาความสัมพันธ์ที่ดีกับหน่วยงานภาครัฐและองค์กรสำคัญของประเทศ เป็นส่วนหนึ่งของการให้ความสำคัญกับความร่วมมือระหว่างภาคส่วนต่าง ๆ ซึ่งมีบทบาทต่อการสนับสนุนการดำเนินงานและการพัฒนาสังคมในภาพรวม

SO ขอร่วมแสดงความยินดีในโอกาสครบรอบ 66 ปี การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค และขอส่งความปรารถนาดีให้ PEA เดินหน้าพัฒนาระบบไฟฟ้า การบริการ และนวัตกรรมด้านพลังงานอย่างต่อเนื่อง ภายใต้แนวคิด “Powering Every Life” เติมพลังให้ทุกชีวิต พร้อมก้าวต่อไปอย่างมั่นคงและยั่งยืน

ความร่วมมือระหว่างภาครัฐ และภาคเอกชนกับการพัฒนาประเทศ

ในบริบทของการพัฒนาประเทศ การทำงานร่วมกันระหว่างหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชนมีความสำคัญอย่างมาก โดยเฉพาะในด้านโครงสร้างพื้นฐาน พลังงาน การบริการ และการพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชน เพราะการขับเคลื่อนงานขนาดใหญ่ในระดับประเทศจำเป็นต้องอาศัยทั้งความมั่นคงของระบบจากภาครัฐ และความคล่องตัว ความเชี่ยวชาญ และประสบการณ์จากภาคเอกชนมาทำงานร่วมกัน

ภาครัฐมีบทบาทสำคัญในการวางระบบ กำหนดมาตรฐาน ดูแลโครงสร้างพื้นฐาน และสร้างความมั่นคงให้กับประชาชน ขณะที่ภาคเอกชนสามารถเข้ามามีส่วนสนับสนุนในด้านการบริหารจัดการ เทคโนโลยี การบริการ การพัฒนาบุคลากร และการยกระดับประสิทธิภาพการดำเนินงานให้ตอบโจทย์ต่อการเปลี่ยนแปลงของสังคมและเศรษฐกิจ

ความร่วมมือระหว่างสองภาคส่วนจึงไม่ได้เกิดขึ้นเพียงในรูปแบบของโครงการหรือกิจกรรมเฉพาะครั้ง แต่ยังมีความสำคัญต่อการสร้างความต่อเนื่องในการพัฒนา ทั้งในด้านการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ การประสานงานระหว่างองค์กร และการต่อยอดแนวทางใหม่ ๆ ที่ช่วยให้การให้บริการประชาชนและการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานมีประสิทธิภาพมากขึ้น

ในมุมของ SO การสร้างและรักษาความสัมพันธ์ที่ดีกับหน่วยงานภาครัฐและองค์กรสำคัญของประเทศ เป็นอีกหนึ่งส่วนของการทำงานร่วมกันในระยะยาว เพราะแต่ละองค์กรมีบทบาทและความเชี่ยวชาญที่แตกต่างกัน การเชื่อมโยงความสามารถของแต่ละฝ่ายจึงสามารถนำไปสู่การสนับสนุนงานในมิติที่กว้างขึ้น และช่วยสร้างคุณค่าให้กับสังคมได้อย่างต่อเนื่อง

การรักษาความสัมพันธ์ระหว่างองค์กรจึงไม่ได้มีความหมายเพียงในเชิงพิธีการ แต่ยังเป็นพื้นฐานของความร่วมมือที่สามารถต่อยอดไปสู่การพัฒนางาน การยกระดับการบริการ และการสนับสนุนภารกิจที่มีผลต่อประชาชนในวงกว้าง

สำหรับ SO การได้ร่วมแสดงความยินดีกับ การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (PEA) ในวาระครบรอบ 66 ปี จึงเป็นอีกหนึ่งโอกาสในการแสดงถึงความเคารพต่อบทบาทขององค์กรที่มีส่วนสำคัญต่อโครงสร้างพื้นฐานของประเทศ พร้อมร่วมส่งกำลังใจให้ PEA เดินหน้าพัฒนาการดำเนินงาน การบริการ และนวัตกรรมด้านพลังงาน เพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงและความต้องการของประชาชนในอนาคตอย่างต่อเนื่อง

ร่วมส่งความยินดีสู่ก้าวต่อไปของการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค

SO ขอร่วมแสดงความยินดีกับ การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ในโอกาสครบรอบ 66 ปี และขอส่งความปรารถนาดีให้ PEA เดินหน้าพัฒนาระบบไฟฟ้า การบริการ และนวัตกรรมด้านพลังงานอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างความมั่นคง ความเชื่อมั่น และคุณภาพชีวิตที่ดีให้แก่ประชาชน

วาระครบรอบ 66 ปีในครั้งนี้จึงนับเป็นอีกหนึ่งหมุดหมายสำคัญของการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค และเป็นจุดเริ่มต้นของการเดินหน้าสู่อนาคตภายใต้แนวคิด “Powering Every Life” เติมพลังให้ทุกชีวิต

SO ขอร่วมเป็นอีกหนึ่งเสียงแห่งความยินดี และร่วมส่งกำลังใจให้ PEA ก้าวต่อไปอย่างมั่นคง พร้อมสร้างคุณค่าให้กับประชาชนและสังคมไทยอย่างยั่งยืน

ร่วมแสดงความยินดี พร้อมส่งต่อคุณค่าสู่สังคม

นอกจากการเข้าร่วมแสดงความยินดีในโอกาสวันสถาปนา การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ครบรอบ 66 ปี แล้ว SO ยังได้ ร่วมสมทบทุนเพื่อสนับสนุนกิจกรรมด้านการกุศล ในโอกาสดังกล่าว เพื่อร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการส่งต่อประโยชน์และคุณค่าที่ดีสู่สังคม

สำหรับ SO การมีส่วนร่วมในกิจกรรมขององค์กรพันธมิตรไม่ได้มีความหมายเพียงในมิติของการรักษาความสัมพันธ์ระหว่างองค์กร แต่ยังเป็นโอกาสในการร่วมสนับสนุนกิจกรรมที่สามารถสร้างประโยชน์ต่อสังคมในวงกว้าง

แนวทางดังกล่าวสอดคล้องกับการดำเนินงานด้าน ความรับผิดชอบต่อสังคมขององค์กร (Corporate Social Responsibility: CSR) ที่ SO ให้ความสำคัญมาอย่างต่อเนื่อง โดยมองว่าการเติบโตขององค์กรควรเกิดขึ้นควบคู่กับการมีส่วนร่วมในการสร้างคุณค่าให้กับชุมชน สังคม และผู้ที่เกี่ยวข้อง

การร่วมสมทบทุนในครั้งนี้จึงเป็นอีกหนึ่งการแสดงออกถึงความตั้งใจของ SO ในการเป็นส่วนหนึ่งของการสนับสนุนกิจกรรมเพื่อสังคม ควบคู่ไปกับการร่วมแสดงความยินดีกับ PEA ในอีกหนึ่งวาระสำคัญขององค์กร

บุคลากร SO Outsourcing บริษัท สยามราชธานี จำกัด (มหาชน)

Writer : Wanvisa Mueansri 

Digital and Marketing Communication : SO-Siamrajathanee Plc.
Follow : Linkedin - Wanvisa 

นักการตลาดดิจิทัลสาย Marketing Communication ที่อยู่เบื้องหลังกลยุทธ์ออนไลน์ ของผู้ให้บริการ
รถเช่าสำหรับองค์กรชั้นนำ และหน่วยงานภาครัฐ ด้วยประสบการณ์มากกว่า 5 ปี
เชี่ยวชาญการวางแผนแคมเปญ การวิเคราะห์ข้อมูล และการเล่าเรื่องแบรนด์ให้ตรงใจกลุ่มเป้าหมาย
"เชื่อว่าการตลาดที่ดี ไม่ใช่แค่ดึงดูด แต่ต้องสร้างความเชื่อมั่นให้กับองค์กรคู่ค้าในระยะยาว"

SO รับรางวัล “องค์กรผู้ส่งเสริมความรู้ด้านการเงินการลงทุนแก่บุคลากร” ประจำปี 2569

SO องค์กรผู้ส่งเสริมความรู้ด้านการเงินการลงทุนแก่บุคลากร

บริษัท สยามราชธานี จำกัด (มหาชน) หรือ SO ได้รับประกาศนียบัตร “องค์กรผู้ส่งเสริมความรู้ด้านการเงินการลงทุนแก่บุคลากร” ประจำปี 2569 จากสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ หรือ สำนักงาน ก.ล.ต. ภายใต้โครงการ Financial Well-being in Workplace

การได้รับประกาศนียบัตรในครั้งนี้สะท้อนถึงแนวทางของ บริษัท สยามราชธานี จำกัด (มหาชน) ในการให้ความสำคัญกับการพัฒนาบุคลากรในมิติที่มากกว่าทักษะในการทำงาน โดยครอบคลุมถึงการสร้าง ความรู้ด้านการเงินและการลงทุน เพื่อช่วยให้พนักงานสามารถวางแผน บริหารจัดการ และตัดสินใจทางการเงินได้อย่างเหมาะสมกับเป้าหมายของตนเอง

สำหรับ SO การสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีให้กับบุคลากรจึงไม่ได้หมายถึงเพียงการสร้างสภาพแวดล้อมการทำงานที่เหมาะสม แต่ยังรวมถึงการสนับสนุนให้พนักงานมีพื้นฐานความรู้ที่สามารถนำไปใช้วางแผนชีวิตและสร้างความมั่นคงทางการเงินในระยะยาว

Financial Well-being คืออีกหนึ่งพื้นฐานสำคัญของคุณภาพชีวิตพนักงาน

ในโลกการทำงานปัจจุบัน การดูแลบุคลากรไม่ได้จำกัดอยู่เพียงเรื่องผลตอบแทนหรือการพัฒนาทักษะในสายงานเท่านั้น แต่ยังรวมถึงการสร้างความพร้อมในด้านต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับคุณภาพชีวิต

หนึ่งในนั้นคือ Financial Well-being หรือสุขภาวะทางการเงิน ซึ่งเกี่ยวข้องกับความสามารถในการบริหารรายรับ รายจ่าย การออม การลงทุน ตลอดจนการวางแผนเพื่อรองรับเป้าหมายทางการเงินในอนาคต

บริษัท สยามราชธานี จำกัด (มหาชน) จึงให้ความสำคัญกับการสร้าง Financial Literacy หรือความรู้ความเข้าใจด้านการเงิน ให้แก่บุคลากร เพื่อช่วยให้พนักงานสามารถนำความรู้ไปปรับใช้กับการบริหารจัดการเงินในชีวิตประจำวันได้อย่างเหมาะสม

ไม่ว่าจะเป็นการวางแผนรายรับ–รายจ่าย การสร้างวินัยในการออม การทำความเข้าใจเรื่องการลงทุน ไปจนถึงการเตรียมพร้อมสำหรับเหตุการณ์ทางการเงินที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต

โครงการ Financial Well-being in Workplace ส่งเสริมความรู้ทางการเงินในองค์กร

ภายใต้โครงการ Financial Well-being in Workplace องค์กรที่เข้าร่วมมีการนำหลักสูตรต้นแบบความรู้ด้านการเงินและการลงทุนของสำนักงาน ก.ล.ต. มาใช้เป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาความรู้ให้แก่บุคลากร พร้อมทั้งวางแผนการส่งเสริมความรู้ทางการเงินอย่างต่อเนื่อง

แนวทางดังกล่าวสอดคล้องกับมุมมองของ บริษัท สยามราชธานี จำกัด (มหาชน) ที่เชื่อว่า การพัฒนาบุคลากรควรเป็นกระบวนการระยะยาว ไม่ใช่เพียงกิจกรรมการเรียนรู้เฉพาะครั้ง เพราะการสร้างความเข้าใจด้านการเงินให้เกิดผลอย่างแท้จริง จำเป็นต้องอาศัยทั้งองค์ความรู้ การนำไปทดลองใช้ และการทบทวนอย่างต่อเนื่องตามบริบทของชีวิตและช่วงวัยที่เปลี่ยนแปลงไป

ความรู้ด้านการเงินจึงไม่ได้มีความหมายเฉพาะในวันที่พนักงานเริ่มออมเงินหรือเริ่มลงทุนเท่านั้น แต่ยังเกี่ยวข้องกับการตัดสินใจในชีวิตประจำวัน เช่น การบริหารรายรับและรายจ่าย การกำหนดเป้าหมายทางการเงิน การเตรียมเงินสำรองสำหรับเหตุการณ์ไม่คาดคิด รวมถึงการวางแผนเพื่อเป้าหมายในอนาคต

สำหรับ บริษัท สยามราชธานี จำกัด (มหาชน) การนำองค์ความรู้เหล่านี้เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาบุคลากร จึงเป็นการช่วยให้พนักงานสามารถมองเรื่องการเงินอย่างเป็นระบบมากขึ้น จากเดิมที่อาจเป็นเรื่องที่ต้องตัดสินใจเฉพาะหน้า ไปสู่การวางแผนที่มีเป้าหมายและพิจารณาความเสี่ยงอย่างเหมาะสมกับสถานการณ์ของตนเอง

นอกจากนี้ การส่งเสริม Financial Literacy ภายในองค์กรยังช่วยสร้างพื้นฐานให้พนักงานรู้จักตั้งคำถามก่อนตัดสินใจทางการเงิน เข้าใจความแตกต่างระหว่างการออมและการลงทุน ตระหนักถึงความเสี่ยง และสามารถเลือกใช้ข้อมูลประกอบการตัดสินใจได้อย่างรอบคอบมากขึ้น

เป้าหมายที่สำคัญจึงไม่ใช่เพียงการทำให้พนักงาน “ได้รับความรู้” แต่คือการทำให้ความรู้นั้นสามารถถูกนำไปใช้ประกอบการตัดสินใจในชีวิตจริง และช่วยสร้างความพร้อมทางการเงินในระยะยาว

สำหรับ บริษัท สยามราชธานี จำกัด (มหาชน) นี่คือหนึ่งในแนวทางของการพัฒนาบุคลากรที่มองคนอย่างรอบด้าน เพราะเมื่อพนักงานมีทั้งทักษะในการทำงานและความรู้ที่ช่วยให้บริหารจัดการชีวิตของตนเองได้ดีขึ้น ก็จะช่วยสร้างพื้นฐานของการเติบโตที่มั่นคงทั้งในระดับบุคคลและในระยะยาวขององค์กรด้วยค่ะ

จากความรู้ด้านการเงิน สู่การวางแผนชีวิตที่มั่นคงมากขึ้น

การส่งเสริมความรู้ด้านการเงินและการลงทุนไม่ได้มีเป้าหมายเพียงเพื่อให้พนักงานรู้จักผลิตภัณฑ์ทางการเงินหรือรูปแบบการลงทุนต่าง ๆ แต่ยังช่วยสร้างพื้นฐานสำหรับการวางแผนชีวิตในระยะยาว

เมื่อบุคลากรมีความเข้าใจเกี่ยวกับการบริหารจัดการเงินมากขึ้น ก็สามารถมองเห็นสถานะทางการเงินของตนเอง วางเป้าหมายได้ชัดเจน และตัดสินใจโดยพิจารณาจากทั้งโอกาสและความเสี่ยงที่เหมาะสมกับตนเอง

สำหรับ SO สิ่งเหล่านี้เป็นส่วนหนึ่งของการสร้างความพร้อมให้กับบุคลากร เพราะ ความมั่นคงในการทำงานและความมั่นคงในการใช้ชีวิตมีความเชื่อมโยงกัน

การได้รับประกาศนียบัตร องค์กรผู้ส่งเสริมความรู้ด้านการเงินการลงทุนแก่บุคลากร ประจำปี 2569 จึงสะท้อนถึงความตั้งใจของ SO ในการสร้างพื้นฐานความรู้ที่สามารถนำไปต่อยอดกับชีวิตของพนักงานได้จริง

SO กับแนวคิดการพัฒนาบุคลากรที่มากกว่าทักษะในการทำงาน

การพัฒนาคนไม่ได้หมายถึงเพียงการทำให้บุคลากรมีความสามารถในการทำงานที่ดีขึ้น แต่ยังรวมถึงการสร้างความพร้อมสำหรับการใช้ชีวิตในระยะยาว เพราะศักยภาพของบุคลากรไม่ได้เกิดจากความรู้และทักษะในสายงานเพียงอย่างเดียว แต่ยังเชื่อมโยงกับความสามารถในการปรับตัว การบริหารจัดการชีวิต และการมีพื้นฐานคุณภาพชีวิตที่มั่นคง

บริษัท สยามราชธานี จำกัด (มหาชน) จึงมองการพัฒนาบุคลากรในมิติที่กว้างขึ้น โดยให้ความสำคัญกับทั้ง ความรู้ ทักษะ ความสามารถในการปรับตัว และคุณภาพชีวิต ซึ่งล้วนเป็นองค์ประกอบที่ช่วยให้บุคลากรสามารถเติบโตไปพร้อมกับองค์กรได้อย่างยั่งยืน

หนึ่งในองค์ประกอบสำคัญคือ Financial Literacy หรือความรู้ความเข้าใจด้านการเงิน เพราะเรื่องการเงินเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวันที่ส่งผลต่อการวางแผนทั้งในระยะสั้นและระยะยาว ตั้งแต่การบริหารรายรับ–รายจ่าย การออม การจัดการภาระทางการเงิน ไปจนถึงการวางแผนลงทุนและเตรียมความพร้อมสำหรับอนาคต

การส่งเสริมความรู้ด้านการเงินและการลงทุนจึงไม่ใช่เพียงการเพิ่มองค์ความรู้ให้แก่พนักงาน แต่เป็นการช่วยสร้างพื้นฐานในการตัดสินใจทางการเงินอย่างมีเหตุผล สามารถประเมินทางเลือกและความเสี่ยงได้เหมาะสมกับสถานการณ์ของตนเอง รวมถึงช่วยให้บุคลากรวางแผนชีวิตได้อย่างเป็นระบบมากขึ้น

สำหรับ บริษัท สยามราชธานี จำกัด (มหาชน) แนวคิด Financial Well-being จึงเป็นส่วนหนึ่งของการดูแลบุคลากรในระยะยาว เพราะเมื่อพนักงานมีความรู้และความเข้าใจในการบริหารจัดการการเงิน ย่อมช่วยเพิ่มความพร้อมในการรับมือกับการเปลี่ยนแปลงและสร้างความมั่นคงให้กับชีวิตของตนเองได้มากขึ้น

ขณะเดียวกัน การสร้างสภาพแวดล้อมที่สนับสนุนให้พนักงานเข้าถึงองค์ความรู้ที่นำไปใช้ได้จริง ยังสะท้อนถึงบทบาทขององค์กรที่ไม่ได้มองบุคลากรเพียงในฐานะผู้ปฏิบัติงาน แต่ให้ความสำคัญกับการเติบโตของคนในระยะยาว

การส่งเสริม Financial Literacy จึงเป็นอีกหนึ่งส่วนของแนวทางการพัฒนาบุคลากรของ บริษัท สยามราชธานี จำกัด (มหาชน) ที่มุ่งให้ความรู้ด้านการเงินและการลงทุนสามารถต่อยอดไปสู่การวางแผนชีวิต การสร้างความพร้อม และการดูแลอนาคตของตนเองได้อย่างเป็นรูปธรรม

SO หนึ่งในองค์กรที่ได้รับประกาศนียบัตร Financial Well-being in Workplace ประจำปี 2569

ในปี 2569 SO เป็นหนึ่งในบริษัทจดทะเบียนที่ได้รับประกาศนียบัตร “องค์กรผู้ส่งเสริมความรู้ด้านการเงินการลงทุนแก่บุคลากร” ภายใต้โครงการ Financial Well-being in Workplace จากสำนักงาน ก.ล.ต.

การได้รับประกาศนียบัตรในครั้งนี้ไม่ใช่เพียงอีกหนึ่งความภาคภูมิใจขององค์กร แต่เป็นอีกหนึ่งก้าวของ บริษัท สยามราชธานี จำกัด (มหาชน) ในการสร้างสภาพแวดล้อมที่สนับสนุนให้บุคลากรสามารถพัฒนาตัวเองได้ทั้งในด้านการทำงานและการใช้ชีวิต

เพราะสำหรับ บริษัท สยามราชธานี จำกัด (มหาชน) การพัฒนาคนไม่ได้จบเพียงการทำให้ “ทำงานได้ดีขึ้น” แต่ยังหมายถึงการสร้างความรู้และความพร้อมที่ช่วยให้บุคลากรสามารถวางแผน เติบโต และสร้างความมั่นคงให้กับชีวิตของตนเองได้ในระยะยาว

บุคลากร SO Outsourcing บริษัท สยามราชธานี จำกัด (มหาชน)

Writer : Wanvisa Mueansri 

Digital and Marketing Communication : SO-Siamrajathanee Plc.
Follow : Linkedin - Wanvisa 

นักการตลาดดิจิทัลสาย Marketing Communication ที่อยู่เบื้องหลังกลยุทธ์ออนไลน์ ของผู้ให้บริการ
รถเช่าสำหรับองค์กรชั้นนำ และหน่วยงานภาครัฐ ด้วยประสบการณ์มากกว่า 5 ปี
เชี่ยวชาญการวางแผนแคมเปญ การวิเคราะห์ข้อมูล และการเล่าเรื่องแบรนด์ให้ตรงใจกลุ่มเป้าหมาย
"เชื่อว่าการตลาดที่ดี ไม่ใช่แค่ดึงดูด แต่ต้องสร้างความเชื่อมั่นให้กับองค์กรคู่ค้าในระยะยาว"

SO จับมือ สมาคมโปรแกรมเมอร์ไทย ปั้น Digital Talent จาก “ความรู้” สู่ “ทักษะที่ตลาดแรงงานต้องการ”

สมาคมโปรแกรมเมอร์ไทย

ในวันที่เทคโนโลยีเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว โจทย์สำคัญไม่ได้อยู่เพียงว่า คนรุ่นใหม่เรียนรู้ทักษะด้านเทคโนโลยีมากแค่ไหน แต่อยู่ที่ว่า ทักษะเหล่านั้นพร้อมนำไปใช้กับการทำงานจริงหรือยัง

นี่คือจุดเริ่มต้นของความร่วมมือระหว่าง บริษัท สยามราชธานี จำกัด (มหาชน) หรือ SO และ สมาคมโปรแกรมเมอร์ไทย ในการลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) เพื่อร่วมกันออกแบบและพัฒนาหลักสูตรด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ การเขียนโปรแกรม และนวัตกรรมดิจิทัล โดยมีเป้าหมายในการพัฒนาผู้เรียนให้มีทั้งองค์ความรู้ ทักษะ และความพร้อมที่สอดคล้องกับความต้องการของตลาดแรงงาน

 

 

 

 

เมื่อ “สิ่งที่เรียน” ต้องเชื่อมกับ “สิ่งที่ใช้ในการทำงาน”

การเรียนรู้ด้านเทคโนโลยีในวันนี้ไม่ได้จบเพียงการเรียนภาษาโปรแกรม หรือการมีความรู้เชิงเทคนิคเท่านั้น แต่สิ่งสำคัญคือความสามารถในการนำความรู้นั้นไปประยุกต์ใช้กับโจทย์ในการทำงานจริง

ด้วยประสบการณ์ของ SO ในการทำงานร่วมกับองค์กรและภาคธุรกิจ รวมถึงความเชี่ยวชาญด้านการบริหาร และพัฒนาบุคลากร ทำให้ SO มีความเข้าใจถึงความต้องการขององค์กร และเห็นความสำคัญของการเชื่อมทักษะของผู้เรียนให้ใกล้กับความต้องการของตลาดแรงงานมากขึ้น

ความร่วมมือครั้งนี้จึงนำประสบการณ์จากโลกการทำงานของ SO มาผสานกับองค์ความรู้และความเชี่ยวชาญด้านวิชาชีพของสมาคมโปรแกรมเมอร์ไทย เพื่อร่วมกันออกแบบการเรียนรู้ที่ไม่ได้มุ่งเพียงให้ผู้เรียน “เรียนเป็น” แต่ช่วยให้สามารถ “ทำงานเป็น” และมีความพร้อมต่อโลกการทำงานมากขึ้น

นางสาวกัณธิมา แจ้งวันสุข ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท สยามราชธานี จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า

“จากประสบการณ์ของ SO ที่ทำงานร่วมกับภาคธุรกิจ และบริหารบุคลากรมาอย่างต่อเนื่อง เราเห็นว่าสิ่งสำคัญไม่ใช่เพียงการทำให้คนมีความรู้ แต่คือการทำให้ความรู้และทักษะที่มีสามารถเชื่อมต่อกับการทำงานจริงได้

ความร่วมมือครั้งนี้จึงเป็นโอกาสที่ SO จะนำประสบการณ์และความเข้าใจจากโลกการทำงาน มาช่วยออกแบบการพัฒนาทักษะให้ผู้เรียนไม่ได้มีเพียงความรู้เชิงเทคนิค แต่สามารถนำความรู้ไปประยุกต์ใช้กับโจทย์จริง และมีความพร้อมในแบบที่องค์กรกำลังมองหา”

จากความรู้เชิงเทคนิค สู่ความพร้อมในการทำงานจริง ระหว่าง SO และ สมาคมโปรแกรมเมอร์ไทย

SO และ สมาคมโปรแกรมเมอร์ไทย จะร่วมกันออกแบบ พัฒนา และผลิตหลักสูตรการเรียนรู้ด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ การเขียนโปรแกรม และนวัตกรรมดิจิทัล ทั้งในรูปแบบ ออนไลน์และออนไซต์

การพัฒนาผู้เรียนจะไม่ได้มองเฉพาะองค์ความรู้เชิงเทคนิค แต่ให้ความสำคัญกับการเชื่อมโยงความรู้เข้ากับบริบทของการทำงาน เพื่อให้ผู้เรียนเข้าใจว่า

ความรู้ที่มีจะนำไปใช้แก้ปัญหาอย่างไร ทำงานร่วมกับองค์กรอย่างไร และควรพัฒนาทักษะใดเพิ่มเติมเพื่อให้พร้อมต่อโลกการทำงาน

แนวทางดังกล่าวครอบคลุมทั้งการ ยกระดับทักษะเดิม (Up-skill) และ พัฒนาทักษะใหม่ (Re-skill) เพื่อรองรับความต้องการและโอกาสทางอาชีพที่เปลี่ยนแปลงไป

ความร่วมมือยังครอบคลุมกลุ่มเป้าหมายตั้งแต่นักเรียน นักศึกษา บุคลากรสายเทคโนโลยี ผู้ประกอบการ ไปจนถึงผู้สนใจทั่วไป เพื่อให้การพัฒนาทักษะสามารถเกิดขึ้นได้ในหลายช่วงของเส้นทางอาชีพ ทั้งการเตรียมตัวเข้าสู่ตลาดแรงงาน การพัฒนาความสามารถในสายงานเดิม และการเตรียมพร้อมสู่บทบาทใหม่

จากโจทย์ในองค์กร สู่การเรียนรู้ที่ใกล้กับการทำงานจริง

สิ่งที่ SO สามารถเติมให้กับการพัฒนาผู้เรียน คือ มุมมองจากโจทย์ที่เกิดขึ้นจริงในองค์กร เพราะการทำงานด้านเทคโนโลยีไม่ได้วัดเพียงว่ารู้ภาษาโปรแกรมหรือใช้เครื่องมือได้มากแค่ไหน แต่ยังรวมถึงการเข้าใจปัญหา การเลือกใช้ความรู้ให้เหมาะกับสถานการณ์ และการทำงานให้ตอบโจทย์ขององค์กร

ประสบการณ์จากการทำงานร่วมกับภาคธุรกิจของ SO จึงสามารถนำมาใช้เป็นมุมมองประกอบการออกแบบการเรียนรู้ เพื่อช่วยให้ผู้เรียนเห็นความเชื่อมโยงระหว่าง “สิ่งที่กำลังเรียน” กับ “สถานการณ์ที่อาจพบเมื่อเข้าสู่การทำงานจริง”

แนวคิดดังกล่าวจะช่วยให้การพัฒนาทักษะไม่ได้หยุดอยู่เพียงการเรียนรู้เนื้อหา แต่ทำให้ผู้เรียนเริ่มเข้าใจว่า ความรู้หนึ่งชุดสามารถนำไปใช้แก้โจทย์อะไรได้บ้าง องค์กรคาดหวังผลลัพธ์แบบใด และการทำงานจริงต้องอาศัยความสามารถมากกว่าการมีความรู้เชิงเทคนิคเพียงอย่างเดียว

สำหรับ SO นี่คือส่วนสำคัญของการพัฒนาคนให้พร้อมกับโลกการทำงาน เพราะการมีทักษะที่ดี ไม่ได้หมายถึงเพียง “รู้วิธีทำ” แต่ต้องเข้าใจด้วยว่า “ทำไปเพื่อแก้ปัญหาอะไร และสร้างผลลัพธ์อะไรให้กับองค์กร”

ไม่ใช่แค่ “สอนให้รู้” แต่ต้อง “พัฒนาให้พร้อมใช้งาน”

อีกหนึ่งหัวใจสำคัญของความร่วมมือ คือการทำให้การเรียนรู้มีทั้ง ความถูกต้อง ความน่าเชื่อถือ และมาตรฐานของเนื้อหา

สมาคมโปรแกรมเมอร์ไทย จะมีบทบาทในการตรวจสอบและรับรองคุณภาพของเนื้อหาและหลักสูตรในฐานะสมาคมวิชาชีพ เพื่อให้ผู้เรียนได้รับองค์ความรู้ที่เป็นระบบ มีมาตรฐาน และสามารถนำไปต่อยอดได้

ขณะที่ SO จะนำประสบการณ์จากการทำงานร่วมกับภาคธุรกิจและการบริหารบุคลากร มาช่วยสะท้อนมุมมองจากโลกการทำงานว่า องค์กรกำลังมองหาบุคลากรที่มีความพร้อมแบบใด และทักษะใดมีความสำคัญต่อการทำงานในบริบทจริงขององค์กร

จึงเป็นการนำ มาตรฐานทางวิชาชีพ มาทำงานร่วมกับ ประสบการณ์จากภาคธุรกิจ เพื่อให้การพัฒนาคนเชื่อมโยงกับความต้องการของโลกการทำงานได้ชัดเจนยิ่งขึ้น

 

 

 

 

พัฒนาคนให้พร้อมกับโลกการทำงานที่เปลี่ยนไป

สำหรับ SO การพัฒนาคนไม่จำเป็นต้องเริ่มต้นเฉพาะวันที่บุคลากรเข้ามาทำงานในองค์กร แต่สามารถเริ่มได้ตั้งแต่ช่วงที่กำลังเรียนรู้และเตรียมตัวเข้าสู่เส้นทางอาชีพ

หากผู้เรียนเข้าใจว่าองค์กรคาดหวังอะไร ทักษะใดมีความสำคัญ และสิ่งที่เรียนสามารถนำไปประยุกต์ใช้กับการทำงานได้อย่างไร ก็จะช่วยให้การพัฒนาตัวเองมีทิศทางที่ชัดเจนมากขึ้น

นี่จึงเป็นอีกหนึ่งบทบาทที่ SO ต้องการนำประสบการณ์จากการบริหารคนและการทำงานร่วมกับภาคธุรกิจ มาต่อยอดสู่การพัฒนาคนให้มีทั้ง ความรู้ ความพร้อมในการทำงาน ความสามารถในการปรับตัว และศักยภาพในการเติบโตไปพร้อมกับการเปลี่ยนแปลงของตลาด

เชื่อมโลกของการเรียนรู้กับโลกของการทำงาน ระหว่าง SO และ สมาคมโปรแกรมเมอร์ไทย

ในระยะยาว ความร่วมมือระหว่าง SO และ สมาคมโปรแกรมเมอร์ไทย ยังมีเป้าหมายในการสร้างเครือข่ายระหว่างสมาคมวิชาชีพ ภาคเอกชน ผู้เชี่ยวชาญ และผู้เรียน เพื่อร่วมกันสนับสนุนระบบนิเวศด้านการพัฒนาซอฟต์แวร์และบุคลากรดิจิทัลของประเทศไทยให้แข็งแรงมากขึ้น

สำหรับ SO ความร่วมมือครั้งนี้จึงไม่ใช่เพียงการพัฒนาหลักสูตรเพิ่มขึ้น แต่คือการนำ ประสบการณ์จากโลกการทำงาน มาเชื่อมต่อกับโลกของการเรียนรู้ เพื่อช่วยให้ผู้เรียนสามารถเปลี่ยนองค์ความรู้ที่มีไปสู่ทักษะที่นำไปใช้ในการทำงานและต่อยอดเส้นทางอาชีพได้

เพราะท้ายที่สุด เป้าหมายของการพัฒนาคนไม่ควรจบอยู่แค่การ “มีความรู้” แต่ควรไปถึงวันที่ความรู้นั้นกลายเป็น “ทักษะที่ใช้ได้จริง” และสร้างโอกาสให้คนเติบโตไปพร้อมกับความต้องการของตลาดแรงงาน

 

 

บุคลากร SO Outsourcing บริษัท สยามราชธานี จำกัด (มหาชน)

Writer : Wanvisa Mueansri 

Digital and Marketing Communication : SO-Siamrajathanee Plc.
Follow : Linkedin - Wanvisa 

นักการตลาดดิจิทัลสาย Marketing Communication ที่อยู่เบื้องหลังกลยุทธ์ออนไลน์ ของผู้ให้บริการ
รถเช่าสำหรับองค์กรชั้นนำ และหน่วยงานภาครัฐ ด้วยประสบการณ์มากกว่า 5 ปี
เชี่ยวชาญการวางแผนแคมเปญ การวิเคราะห์ข้อมูล และการเล่าเรื่องแบรนด์ให้ตรงใจกลุ่มเป้าหมาย
"เชื่อว่าการตลาดที่ดี ไม่ใช่แค่ดึงดูด แต่ต้องสร้างความเชื่อมั่นให้กับองค์กรคู่ค้าในระยะยาว"

 

 

 

[/แถว]

SO พร้อมอยู่ข้างกัน ส่งต่อ 600 มื้อแห่งความห่วงใย สู่ผู้ประสบภัยน้ำท่วม หมู่บ้านชวนชื่น บางนา-ตราด

น้ำท่วม

ท่ามกลางสถานการณ์ น้ำท่วม ที่ส่งผลกระทบต่อประชาชนในหลายพื้นที่ของกรุงเทพฯ และปริมณฑล
บริษัท สยามราชธานี จำกัด (มหาชน) หรือ SO ร่วมส่งต่อความห่วงใยและกำลังใจ ด้วยการจัดเตรียม อาหารปรุงสุกพร้อมรับประทาน จำนวน 600 ชุด เพื่อนำไปมอบให้แก่ผู้ประสบภัย ณ หมู่บ้านชวนชื่น บางนา-ตราด กม.29 เพื่อช่วยบรรเทาความเดือดร้อนและเป็นอีกหนึ่งกำลังใจให้กับผู้ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์น้ำท่วมในครั้งนี้

SO พร้อมอยู่ข้างกัน ในวันที่สังคมต้องการความช่วยเหลือ

ตลอดการดำเนินธุรกิจของ SO เราเชื่อว่าการเป็นองค์กรที่เติบโตอย่างยั่งยืน ไม่ได้วัดจากผลลัพธ์ทางธุรกิจเพียงอย่างเดียว แต่ยังรวมถึงการเป็นส่วนหนึ่งของสังคม และพร้อมใช้ศักยภาพขององค์กรเพื่อช่วยเหลือผู้คนเมื่อมีโอกาส

แนวคิด “พร้อมอยู่ข้างกัน” จึงสะท้อนถึงความตั้งใจของ SO ที่ต้องการอยู่เคียงข้างทั้งลูกค้า พนักงาน ชุมชน และสังคม ไม่เฉพาะในวันที่ทุกอย่างดำเนินไปตามปกติ แต่รวมถึงวันที่เกิดสถานการณ์ไม่คาดคิดและหลายคนต้องการความช่วยเหลือ

เพราะบางครั้ง สิ่งเล็ก ๆ ที่ส่งต่อในเวลาที่เหมาะสม อาจมีความหมายมากกว่าที่เราคิด

จากความห่วงใย สู่การลงมือทำ

การช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วม ในครั้งนี้ เป็นอีกหนึ่งกิจกรรมที่สะท้อนแนวคิดด้านความรับผิดชอบต่อสังคมของ SO ผ่านการ “ลงมือทำ” และการส่งต่อสิ่งที่สามารถช่วยบรรเทาความเดือดร้อนให้กับผู้ได้รับผลกระทบได้โดยตรง

SO เชื่อว่าความรับผิดชอบต่อสังคมไม่จำเป็นต้องเริ่มต้นจากสิ่งที่ใหญ่เสมอไป แต่สามารถเริ่มต้นได้จากการมองเห็นความต้องการของผู้คนรอบตัว และลงมือช่วยเหลือในสิ่งที่เราสามารถทำได้

600 มื้อในครั้งนี้ จึงไม่ใช่เพียงตัวเลขของอาหารที่ถูกส่งมอบ แต่คือ 600 ความห่วงใยที่ SO ต้องการส่งต่อไปถึงผู้ประสบภัย

ส่งกำลังใจให้ทุกครอบครัวผ่านสถานการณ์ น้ำท่วม ไปด้วยกัน

SO ขอส่งกำลังใจไปยังประชาชนทุกครอบครัวที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์น้ำท่วม รวมถึงเจ้าหน้าที่ อาสาสมัคร และทุกภาคส่วนที่ร่วมกันให้ความช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ต่าง ๆ

เราหวังเป็นอย่างยิ่งว่าสถานการณ์จะคลี่คลายโดยเร็ว และทุกคนจะสามารถกลับมาใช้ชีวิตได้ตามปกติอย่างปลอดภัย

เพราะในวันที่ใครบางคนต้องการความช่วยเหลือ
SO พร้อมอยู่ข้างกัน และพร้อมส่งต่อความห่วงใยไปด้วยกัน

ข้อมูลที่ควรรู้ รับมือ น้ำท่วม อย่างปลอดภัย

นอกจากการส่งต่อความช่วยเหลือและกำลังใจ SO ขอร่วมแบ่งปันข้อมูลที่เป็นประโยชน์สำหรับประชาชน เพื่อเตรียมพร้อมรับมือสถานการณ์น้ำท่วม ดูแลตนเองและคนในครอบครัวให้ปลอดภัย ทั้งในช่วงน้ำท่วมและหลังน้ำลด

1784 — สายด่วนนิรภัย กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.)
สำหรับแจ้งเหตุสาธารณภัยและขอความช่วยเหลือ โดยสามารถติดต่อได้ตลอด 24 ชั่วโมง

1669 — การแพทย์ฉุกเฉิน
สำหรับกรณีเจ็บป่วยหรือได้รับบาดเจ็บฉุกเฉิน และต้องการความช่วยเหลือทางการแพทย์

191 — เหตุด่วน เหตุร้าย
สำหรับแจ้งเหตุด่วน เหตุร้าย หรือต้องการความช่วยเหลือจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ

1130 — MEA Call Center การไฟฟ้านครหลวง
สำหรับแจ้งปัญหาด้านระบบไฟฟ้าในพื้นที่กรุงเทพมหานคร นนทบุรี และสมุทรปราการ

1129 — PEA Contact Center การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค
สำหรับแจ้งเหตุไฟฟ้าดับหรือปัญหาด้านระบบไฟฟ้าในพื้นที่ให้บริการของการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ตลอด 24 ชั่วโมง

1422 — สายด่วนกรมควบคุมโรค
สำหรับสอบถามข้อมูลเกี่ยวกับโรคและภัยสุขภาพที่อาจเกิดขึ้นในช่วงน้ำท่วมและหลังน้ำลด

แนะนำ: บันทึกหมายเลขสำคัญไว้ในโทรศัพท์ และจดสำรองไว้ในจุดที่หยิบใช้ได้ง่าย เผื่อกรณีฉุกเฉินหรือไม่สามารถใช้อินเทอร์เน็ตได้

ช่วง น้ำท่วม ควรปฏิบัติตัวอย่างไร?

1. ติดตามประกาศจากหน่วยงานภาครัฐอย่างใกล้ชิด
ตรวจสอบระดับน้ำ เส้นทางที่ได้รับผลกระทบ และประกาศเตือนภัยในพื้นที่ หากมีคำสั่งให้อพยพ ควรปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่

2. หลีกเลี่ยงการเดินหรือขับรถฝ่ากระแสน้ำ
โดยเฉพาะบริเวณที่น้ำไหลแรง น้ำลึก หรือไม่สามารถมองเห็นพื้นด้านล่างได้ เพราะอาจมีหลุม สิ่งกีดขวาง หรือกระแสน้ำที่เป็นอันตราย

3. ระวังไฟฟ้าเป็นพิเศษ
หากน้ำเข้าบ้านหรือพื้นที่ที่มีระบบไฟฟ้า ควรตัดกระแสไฟจากบริเวณที่ปลอดภัย ห้ามสัมผัสปลั๊ก เครื่องใช้ไฟฟ้า หรือสายไฟขณะร่างกายเปียก และห้ามเข้าใกล้สายไฟหรืออุปกรณ์ไฟฟ้าที่ตกอยู่ในน้ำ

4. หากจำเป็นต้องลุยน้ำ ควรป้องกันร่างกาย
สวมรองเท้าบูตหรือรองเท้าที่ปิดมิดชิด หากมีบาดแผลควรปิดด้วยวัสดุกันน้ำ หลังสัมผัสน้ำท่วมควรรีบล้างมือ เท้า และร่างกายด้วยสบู่และน้ำสะอาด พร้อมเช็ดให้แห้ง

5. กินอาหาร “สุก ร้อน สะอาด”
รับประทานอาหารที่ปรุงสุกใหม่ ดื่มน้ำสะอาดหรือน้ำต้มสุก และหลีกเลี่ยงอาหาร น้ำ หรือวัตถุดิบที่สัมผัสกับน้ำท่วม

6. ดูแลเด็ก ผู้สูงอายุ และผู้ป่วยเป็นพิเศษ
ไม่ควรปล่อยเด็กอยู่ใกล้บริเวณน้ำท่วมตามลำพัง ส่วนผู้ที่มีโรคประจำตัวควรเตรียมยาให้เพียงพอและเก็บยาไว้ในบริเวณที่แห้ง หากยาเปียกน้ำหรือชำรุด ไม่ควรนำมารับประทาน

7. ระวังสัตว์มีพิษที่หนีน้ำ
งู ตะขาบ แมงป่อง และสัตว์อื่น ๆ อาจเข้าไปหลบในบ้าน รองเท้า หรือกองสิ่งของ ควรใช้ไฟฉายตรวจสอบก่อนหยิบจับหรือเคลื่อนย้ายสิ่งของ

โรคและภัยสุขภาพที่ต้องระวังช่วง น้ำท่วม

โรคฉี่หนู (Leptospirosis)
เสี่ยงจากการสัมผัสน้ำหรือดินโคลนที่ปนเปื้อนเชื้อ โดยเฉพาะผู้ที่มีบาดแผล ควรสังเกตอาการไข้สูง ปวดศีรษะ ปวดกล้ามเนื้อ โดยเฉพาะบริเวณน่อง ตาแดง คลื่นไส้ หรืออาเจียน

โรคระบบทางเดินอาหารและอาหารเป็นพิษ
น้ำท่วมอาจทำให้อาหาร น้ำดื่ม และภาชนะปนเปื้อนเชื้อโรค หากมีอาการถ่ายเหลว ปวดท้อง คลื่นไส้ อาเจียน หรือมีไข้ ควรเฝ้าระวังอาการ โดยเฉพาะกรณีที่มีอาการรุนแรง

โรคน้ำกัดเท้าและโรคผิวหนัง
การแช่น้ำเป็นเวลานานอาจทำให้ผิวหนังเปื่อย คัน เกิดผื่นหรือแผลติดเชื้อ หลังลุยน้ำควรล้างเท้าให้สะอาดและเช็ดให้แห้ง

โรคตาแดงหรือตาอักเสบ
หลีกเลี่ยงการใช้มือที่สัมผัสน้ำสกปรกขยี้ตา ล้างมือเป็นประจำ และไม่ใช้ผ้าเช็ดตัวหรือของใช้ส่วนตัวร่วมกับผู้อื่น

โรคที่มียุงเป็นพาหะ เช่น ไข้เลือดออก
น้ำขังหลังน้ำท่วมอาจกลายเป็นแหล่งเพาะพันธุ์ยุง ควรกำจัดภาชนะและจุดที่มีน้ำขัง รวมถึงป้องกันไม่ให้ยุงกัด

โรคระบบทางเดินหายใจ
สภาพอากาศชื้น ฝุ่น โคลน หรือการอยู่รวมกันในพื้นที่พักพิงอาจเพิ่มความเสี่ยงต่อโรคระบบทางเดินหายใจ ควรรักษาสุขอนามัย และสวมหน้ากากเมื่อมีอาการไอหรือจาม

สัญญาณที่ไม่ควรรอ: หากหลังสัมผัสน้ำท่วมมีไข้สูง ปวดกล้ามเนื้อรุนแรงโดยเฉพาะบริเวณน่อง ตาแดง หายใจเหนื่อย แผลบวมแดงเป็นหนอง ท้องเสียหรืออาเจียนรุนแรง ควรรีบพบแพทย์ พร้อมแจ้งประวัติการสัมผัสน้ำหรือดินโคลน

กิจกรรมองค์กร SO Outsourcing บริษัท สยามราชธานี จำกัด (มหาชน)

Writer : Thanatwarit Phalinratthanadet

Digital and Marketing Communication. : SO-Siamrajathanee Plc.
Follow : Linkedin - Thanatwarit.p 

นักการตลาดดิจิทัล มีประสบการณ์การทำ Marketing Communication มากกว่า 5 ปี เชื่อว่าคอนเทนท์ที่ดีต้องมีประโยชน์ สร้างแรงบันดาลใจให้กับผู้คน จึงอยากแชร์เรื่องราวและแนวคิดที่ทำให้ “ธรรมชาติ” กลับมาเป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์ธุรกิจและสร้างความสุขให้กับผู้คนอีกครั้ง 

ทีมงาน SO Outsourcing บริษัท สยามราชธานี จำกัด (มหาชน)

WORKFORCE OUTSOURCING

จัดหาพนักงานมืออาชีพ

บริหารบุคลากร ติดต่อเรา ⬈
ทีมงาน SO Outsourcing บริษัท สยามราชธานี จำกัด (มหาชน)

VEHICLE RENTAL AND MAINTENANCE

บริการเช่ารถยนต์หลากหลายประเภท

เช่ารถสำหรับองค์กร ติดต่อเรา ⬈
ทีมงาน SO Outsourcing บริษัท สยามราชธานี จำกัด (มหาชน)

LANDSCAPE MANAGEMENT

ดูแลพื้นที่สวนสวยงามเกิน 1,000 ไร่

บริหารพื้นที่สีเขียว ติดต่อเรา ⬈
ทีมงาน SO Outsourcing บริษัท สยามราชธานี จำกัด (มหาชน)

WASTE MANAGEMENT

บริการกำจัดขยะอุตสาหกรรม

จัดการขยะอันตราย ติดต่อเรา ⬈
ทีมงาน SO Outsourcing บริษัท สยามราชธานี จำกัด (มหาชน)

DATA ENTRY AND DIGITIZATION

คัดแยก สแกน บันทึก ตรวจสอบข้อมูล

บริหารข้อมูล ติดต่อเรา ⬈
ทีมงาน SO Outsourcing บริษัท สยามราชธานี จำกัด (มหาชน)

WORKFLOW PLATFORM

ระบบเวิร์กโฟลว์และกระบวนการอัตโนมัติ

บริหารข้อมูล ติดต่อเรา ⬈

SO ร่วมลงนาม MOU ส่งเสริมการจ้างงานผู้สูงอายุ ขับเคลื่อนโอกาสการทำงานในสังคมสูงวัยอย่างยั่งยืน

จ้างงานผู้สูงอายุ

24 กันยายน 2569 บริษัท สยามราชธานี จำกัด (มหาชน) หรือ SO นำโดย นางสาวกัณธิมา แจ้งวันสุข ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร เข้าร่วมพิธีลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) ว่าด้วยความร่วมมือด้านการส่งเสริมการจ้างงานผู้สูงอายุ ร่วมกับ กรมกิจการผู้สูงอายุ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ และสถานประกอบการภาคเอกชน ภายในงาน “วันผู้สูงอายุสากล ประจำปี 2569” (International Day of Older Persons 2026) ณ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์

ความร่วมมือครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อ เพิ่มโอกาสให้ผู้สูงอายุสามารถกลับเข้าสู่ตลาดแรงงานหรือทำงานต่อได้อย่างเหมาะสมกับศักยภาพ ประสบการณ์ และความพร้อมของแต่ละบุคคล พร้อมสนับสนุนให้ภาคธุรกิจมีแนวทางในการบริหารกำลังคนที่รองรับโครงสร้างประชากรไทยที่กำลังก้าวเข้าสู่สังคมสูงวัยอย่างเต็มรูปแบบ

ในฐานะองค์กรที่มีความเชี่ยวชาญด้าน Workforce Management และการบริหารบุคลากรให้กับองค์กรชั้นนำในหลากหลายอุตสาหกรรม SO พร้อมนำประสบการณ์ด้านการสรรหา การบริหารจัดการกำลังคน และการออกแบบรูปแบบการทำงานที่เหมาะสม มาช่วยเชื่อมโยง “ศักยภาพของผู้สูงอายุ” กับ “ความต้องการกำลังคนของภาคธุรกิจ” ให้เกิดขึ้นได้จริง

นางสาวกัณธิมา แจ้งวันสุข ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท สยามราชธานี จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า

“ผู้สูงอายุจำนวนมากยังมีทั้งประสบการณ์ ความรู้ และศักยภาพที่สามารถสร้างคุณค่าให้กับองค์กรได้ การจ้างงานผู้สูงอายุจึงไม่ใช่เพียงเรื่องของการสร้างรายได้ แต่เป็นการเปิดพื้นที่ให้คนที่มีประสบการณ์ได้มีส่วนร่วมกับเศรษฐกิจและสังคมอย่างมีคุณค่า ขณะเดียวกันภาคธุรกิจก็สามารถเข้าถึงกำลังคนที่มีทักษะและประสบการณ์ในรูปแบบการทำงานที่ยืดหยุ่นมากขึ้น”

SO มองว่าการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างประชากรเป็นหนึ่งในโจทย์สำคัญที่ทุกภาคส่วนต้องเตรียมพร้อม โดยเฉพาะการออกแบบระบบการทำงานที่รองรับแรงงานหลากหลายช่วงวัย ทั้งในด้านลักษณะงาน ชั่วโมงการทำงาน การพัฒนาทักษะ และการนำเทคโนโลยีเข้ามาช่วยให้การทำงานมีประสิทธิภาพมากขึ้น

การร่วมลงนาม MOU ในครั้งนี้จึงเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญของ SO ในการนำความเชี่ยวชาญด้าน People, Process, Technology และ Data มาร่วมสร้างระบบการจ้างงานที่ครอบคลุมมากขึ้น และสนับสนุนให้ผู้สูงอายุสามารถใช้ความรู้และประสบการณ์สร้างคุณค่าให้กับเศรษฐกิจได้อย่างต่อเนื่อง

งาน “วันผู้สูงอายุสากล ประจำปี 2569” จัดขึ้นระหว่างวันที่ 24–25 กันยายน 2569 ภายใต้แนวคิด “The Age of Longevity: Rethinking Systems for Longer Lives – ยุคแห่งอายุยืนยาว: การทบทวนและปรับเปลี่ยนระบบเพื่อชีวิตที่ยืนยาวขึ้น” เพื่อสร้างความตระหนักและเตรียมความพร้อมของทุกภาคส่วนในการรองรับสังคมที่ประชากรมีอายุยืนยาวขึ้นอย่างมีคุณภาพ

SO เชื่อว่า “อายุ” ไม่ควรเป็นข้อจำกัดของการทำงาน หากแต่ประสบการณ์และศักยภาพของคนทุกช่วงวัยสามารถเป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนองค์กรและเศรษฐกิจไทยให้เติบโตอย่างยั่งยืน

MOU ส่งเสริมการจ้างงานผู้สูงอายุ สร้างโอกาสการทำงานในสังคมสูงวัย

การส่งเสริมการจ้างงานผู้สูงอายุเป็นหนึ่งในแนวทางสำคัญในการรับมือกับการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างประชากรของประเทศไทย โดยเฉพาะในช่วงที่หลายองค์กรเริ่มเผชิญทั้งความท้าทายด้านกำลังคนและการเข้าสู่สังคมสูงวัยอย่างเต็มรูปแบบ

ความร่วมมือผ่าน MOU จึงไม่ได้มีความหมายเพียงการเปิดโอกาสให้ผู้สูงอายุสามารถกลับเข้าสู่ตลาดแรงงานเท่านั้น แต่ยังเป็นการสร้างแนวทางให้ภาครัฐและภาคธุรกิจร่วมกันพัฒนารูปแบบการทำงานที่เหมาะสมกับประสบการณ์ ทักษะ และศักยภาพของแรงงานสูงอายุ

สำหรับองค์กร การเปิดโอกาสให้แรงงานที่มีประสบการณ์ยังคงมีส่วนร่วมในการทำงาน สามารถช่วยรักษาองค์ความรู้ ถ่ายทอดประสบการณ์ให้กับบุคลากรรุ่นใหม่ และเพิ่มทางเลือกในการบริหารกำลังคนให้มีความยืดหยุ่นมากขึ้น

SO เตรียมความพร้อมด้าน Workforce เพื่อรองรับสังคมสูงวัยอย่างไร

เมื่อโครงสร้างประชากรเปลี่ยนแปลง การบริหารกำลังคนขององค์กรก็จำเป็นต้องปรับตามไปด้วย จากเดิมที่อาจพิจารณาแรงงานเป็นกลุ่มเดียว องค์กรในอนาคตอาจต้องบริหาร Workforce ที่มีความหลากหลายมากขึ้น ทั้งในด้านอายุ ประสบการณ์ ทักษะ และรูปแบบการทำงาน

แนวทางสำคัญจึงไม่ใช่เพียงการเพิ่มจำนวนแรงงานเข้าสู่ระบบ แต่เป็นการออกแบบงานให้เหมาะสมกับความสามารถของแต่ละกลุ่ม เช่น การกำหนดบทบาทที่เหมาะสม ชั่วโมงการทำงานที่ยืดหยุ่น การจัดสรรงานตามประสบการณ์ ตลอดจนการนำเทคโนโลยีเข้ามาช่วยลดข้อจำกัดในการทำงาน

สำหรับองค์กรที่ต้องบริหารกำลังคนจำนวนมาก การมีระบบ Workforce Management ที่สามารถมองเห็นทั้งจำนวนคน ทักษะ ความพร้อม และความต้องการของแต่ละหน่วยงาน จะช่วยให้องค์กรสามารถวางแผนกำลังคนได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น และพร้อมรองรับการเปลี่ยนแปลงของตลาดแรงงานในระยะยาว

วันผู้สูงอายุสากล 2569 กับการส่งเสริมโอกาสการทำงานของผู้สูงอายุ

วันผู้สูงอายุสากลเป็นโอกาสสำคัญในการสร้างความตระหนักถึงบทบาทและคุณค่าของผู้สูงอายุในสังคม โดยหนึ่งในประเด็นที่ได้รับความสำคัญมากขึ้นคือการสร้างโอกาสให้ผู้สูงอายุที่ยังมีความพร้อม สามารถมีส่วนร่วมในตลาดแรงงานและกิจกรรมทางเศรษฐกิจได้อย่างต่อเนื่อง

ในมุมของภาคธุรกิจ ประเด็นดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่าแรงงานสูงอายุไม่ได้เป็นเพียงกลุ่มที่ต้องได้รับการดูแล แต่ยังเป็นทรัพยากรบุคคลที่มีองค์ความรู้ ประสบการณ์ และทักษะจากการทำงานที่สามารถนำกลับมาสร้างคุณค่าให้กับองค์กรได้

การเตรียมรูปแบบการทำงานที่เหมาะสม การเปิดโอกาสให้เกิดการถ่ายทอดความรู้ระหว่างคนต่างช่วงวัย และการออกแบบระบบบริหารบุคลากรให้รองรับ Workforce ที่หลากหลาย จึงเป็นส่วนหนึ่งของการเตรียมความพร้อมขององค์กรในยุคสังคมสูงวัย

FAQ คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการจ้างงานผู้สูงอายุ

การจ้างงานผู้สูงอายุ คือการเปิดโอกาสให้ผู้สูงอายุที่ยังมีความพร้อม ความรู้ ประสบการณ์ และศักยภาพในการทำงาน สามารถทำงานต่อหรือกลับเข้าสู่ตลาดแรงงานในรูปแบบที่เหมาะสมกับลักษณะงานและความสามารถของแต่ละบุคคล

ความร่วมมือดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อส่งเสริมโอกาสในการทำงานของผู้สูงอายุ และสนับสนุนความร่วมมือระหว่างภาครัฐและภาคเอกชนในการเตรียมความพร้อมด้านกำลังคนเพื่อรองรับสังคมสูงวัย

SO เข้าร่วมความร่วมมือในการส่งเสริมโอกาสการทำงานสำหรับผู้สูงอายุ โดยนำประสบการณ์ด้านการบริหารกำลังคนและ Workforce Management มาสนับสนุนการเชื่อมโยงบุคลากรกับความต้องการกำลังคนขององค์กร

ผู้สูงอายุจำนวนมากยังมีประสบการณ์ ความรู้ และทักษะจากการทำงานที่สามารถนำมาใช้ประโยชน์ต่อองค์กรได้ ขณะเดียวกันการเปิดโอกาสให้คนกลุ่มนี้ยังสามารถทำงานต่อได้ยังเป็นส่วนหนึ่งของการเตรียมความพร้อมด้านกำลังคนในสังคมสูงวัย

กิจกรรมองค์กร SO Outsourcing บริษัท สยามราชธานี จำกัด (มหาชน)

Writer : Thanatwarit Phalinratthanadet

Digital and Marketing Communication. : SO-Siamrajathanee Plc.
Follow : Linkedin - Thanatwarit.p 

นักการตลาดดิจิทัล มีประสบการณ์การทำ Marketing Communication มากกว่า 5 ปี เชื่อว่าคอนเทนท์ที่ดีต้องมีประโยชน์ สร้างแรงบันดาลใจให้กับผู้คน จึงอยากแชร์เรื่องราวและแนวคิดที่ทำให้ “ธรรมชาติ” กลับมาเป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์ธุรกิจและสร้างความสุขให้กับผู้คนอีกครั้ง 

SO เปิดตัว “MOBIX” แพลตฟอร์มบริหาร “คน-รถ-งาน” ในระบบเดียว

MOBIX Fleet Management ระบบบริหารรถและพฤติกรรมการขับขี่

บมจ.สยามราชธานี หรือ SO เปิดตัว “MOBIX” แพลตฟอร์มบริหารจัดการคน รถยนต์ และงานนอกสถานที่สำหรับองค์กร เชื่อมโยงข้อมูลการทำงานภาคสนามไว้ในระบบเดียว ตั้งแต่การบริหารรถ การมอบหมายงาน การติดตามการเดินทางและพฤติกรรมการขับขี่ ไปจนถึงข้อมูลค่าใช้จ่าย ช่วยให้องค์กรสามารถมองเห็นการดำเนินงาน วิเคราะห์ต้นทุน และบริหารทรัพยากรได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น ตอกย้ำทิศทางการเปลี่ยนผ่านของ SO จากผู้ให้บริการ Outsourcing สู่การเป็น Strategic Operations Partner ที่ผสาน People, Technology และ Process เพื่อสนับสนุนการเติบโตของลูกค้าในระยะยาว

นางสาวกัณธิมา แจ้งวันสุข ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท สยามราชธานี จำกัด (มหาชน) หรือ SO เปิดเผยว่า บริษัทเดินหน้าต่อยอดความเชี่ยวชาญด้านการบริหารบุคลากรและรถยนต์ ด้วยการนำเทคโนโลยีเข้ามาช่วยยกระดับกระบวนการทำงานของลูกค้าองค์กร ล่าสุดได้พัฒนา MOBIX เพื่อเชื่อมการบริหาร “คน รถยนต์ และงาน” เข้าด้วยกัน ช่วยให้องค์กรสามารถติดตามและจัดการข้อมูลจากการปฏิบัติงานจริงได้อย่างเป็นระบบมากขึ้น

MOBIX รองรับการบริหารตั้งแต่ข้อมูลรถและการใช้งาน การติดตามเส้นทางและตำแหน่ง การบริหารคนขับและพฤติกรรมการขับขี่ การบำรุงรักษารถยนต์ ไปจนถึงการติดตามงานภาคสนาม โดยพนักงานหรือคนขับสามารถรับและบันทึกงานผ่าน Mobile Application ขณะที่ผู้ดูแลสามารถติดตามภาพรวมผ่าน Web Platform ทำให้ข้อมูลที่เคยกระจัดกระจายอยู่หลายส่วนสามารถนำมาเชื่อมโยงและใช้ประกอบการบริหารจัดการได้จากระบบเดียว

Fleet Management

นอกจากนี้ MOBIX ยังช่วยจัดเก็บและเชื่อมโยงข้อมูลสำคัญจากการปฏิบัติงาน ทั้งประวัติการเดินทาง จุดแวะระหว่างปฏิบัติงาน Activity Log และ Driver Score เพื่อให้องค์กรสามารถมองเห็นภาพการทำงานและการใช้รถได้ละเอียดมากขึ้น โดยระบบสามารถติดตามพฤติกรรมการขับขี่ระหว่างการเดินทาง เช่น การใช้ความเร็ว การเร่งและเบรก รวมถึงการเข้าโค้ง พร้อมแจ้งเตือนผู้ขับขี่เมื่อพบพฤติกรรมที่อาจเพิ่มความเสี่ยง เช่น การใช้ความเร็วเกินกำหนด หรือการเข้าโค้งด้วยแรงเหวี่ยงสูง พร้อมแนะนำให้ผู้ขับขี่ปรับความเร็วให้เหมาะสม ช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถรับรู้และปรับพฤติกรรมได้ตั้งแต่ระหว่างการเดินทาง

ข้อมูลที่เกิดขึ้นในแต่ละเที่ยวจะถูกนำมาประมวลผลเพื่อแสดง Driver Score และรายละเอียดพฤติกรรมการขับขี่ในแต่ละด้าน พร้อมระบุตำแหน่งของเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นบนเส้นทาง ทำให้ทั้งผู้ขับขี่และผู้ดูแล Fleet สามารถย้อนดูได้ว่าเหตุการณ์เกิดขึ้นที่ไหนและมีพฤติกรรมใดที่ควรปรับปรุง ข้อมูลเหล่านี้จึงไม่ได้มีบทบาทเพียงเพื่อการติดตาม แต่ยังสามารถนำมาใช้ประกอบการดูแลความปลอดภัย พัฒนามาตรฐานการขับขี่ และวางแนวทางพัฒนาผู้ขับขี่ขององค์กรได้อย่างเป็นระบบ

MOBIX ยังรองรับการจัดการข้อมูลค่าเชื้อเพลิง โดยนำเทคโนโลยี Optical Character Recognition (OCR) มาช่วยอ่านข้อมูลจากใบเสร็จ ลดขั้นตอนการบันทึกข้อมูลด้วยมือ และช่วยให้องค์กรสามารถนำข้อมูลค่าใช้จ่ายมาวิเคราะห์ร่วมกับระยะทาง การใช้รถ และพฤติกรรมการขับขี่ เพื่อมองเห็นทั้งต้นทุนและประสิทธิภาพของ Fleet ในภาพเดียวได้ละเอียดมากขึ้น

การพัฒนา MOBIX เกิดขึ้นท่ามกลางความท้าทายของภาคธุรกิจที่ต้องบริหารทั้งต้นทุน กำลังคน ความปลอดภัย และทรัพยากรให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด โดยเฉพาะองค์กรที่มีพนักงาน รถยนต์ หรือทีมปฏิบัติงานกระจายอยู่หลายพื้นที่ ซึ่งข้อมูลมักเกิดขึ้นจากหลายแหล่งและแยกออกจากกัน การนำข้อมูลของ คน รถ งาน การเดินทาง พฤติกรรมการขับขี่ และค่าใช้จ่าย มาเชื่อมโยงไว้บนแพลตฟอร์มเดียว จึงช่วยลดความซ้ำซ้อนในการทำงาน พร้อมทำให้ผู้บริหารเห็นภาพการดำเนินงานได้ครบถ้วนมากขึ้น และสามารถนำข้อมูลจริงจากหน้างานมาใช้ประกอบการตัดสินใจได้อย่างเป็นระบบ

Fleet Management

SO จึงวางตำแหน่ง MOBIX ให้มากกว่าระบบติดตามรถหรือระบบ Fleet Management ทั่วไป แต่เป็น Enterprise Vehicle & Fleet Operations Management Platform ที่เชื่อมการบริหารสินทรัพย์เข้ากับการปฏิบัติงานจริง ช่วยให้องค์กรตอบคำถามได้ไม่เพียงว่า “รถอยู่ที่ไหน” แต่สามารถมองต่อไปถึงว่า รถแต่ละคันถูกนำไปใช้กับงานอะไร ใครเป็นผู้ปฏิบัติงาน มีต้นทุนอย่างไร และข้อมูลเหล่านั้นสามารถนำไปพัฒนาการดำเนินงานขององค์กรได้อย่างไร

แพลตฟอร์มยังได้รับการออกแบบให้มีความยืดหยุ่นในการใช้งาน โดยองค์กรสามารถเริ่มต้นจากหน่วยงานหรือ Use Case ที่มีความต้องการก่อน เช่น การบริหารรถส่วนกลาง ทีมขาย ทีมช่างบริการ หรือพนักงานภาคสนาม ก่อนขยายการใช้งานไปยังหน่วยงาน พื้นที่ หรือบริษัทอื่นภายในกลุ่มธุรกิจ ซึ่งสอดคล้องกับแนวทางของ SO ที่ต้องการให้โซลูชันสามารถเติบโตไปพร้อมกับการดำเนินธุรกิจของลูกค้า

สำหรับ SO การพัฒนา MOBIX ถือเป็นอีกหนึ่งก้าวในการต่อยอดธุรกิจจากฐานความเชี่ยวชาญด้าน Outsourcing สู่บริการด้าน Technology Solution โดยบริษัทมองว่าเทคโนโลยีจะมีบทบาทสำคัญมากขึ้นในการช่วยองค์กรลดภาระงาน เพิ่มความโปร่งใสในการบริหาร และเปลี่ยนข้อมูลที่เกิดขึ้นจากการปฏิบัติงานประจำวันให้เป็นข้อมูลที่สามารถนำไปใช้ตัดสินใจทางธุรกิจได้

ขณะเดียวกัน ธุรกิจ Technology Solution ยังเปิดโอกาสให้ SO พัฒนาโครงสร้างรายได้ที่หลากหลาย ทั้งรายได้จากการให้บริการในรูปแบบสมาชิกอย่างต่อเนื่อง หรือ Subscription Recurring Revenue ตลอดจนรายได้จากการติดตั้ง พัฒนา และขยายระบบตามความต้องการของลูกค้าองค์กร ซึ่งสามารถต่อยอดจากฐานลูกค้าปัจจุบันและขยายไปยังกลุ่มลูกค้าใหม่ได้ในอนาคต

“MOBIX เกิดขึ้นจาก Pain Point ที่เราเห็นจากการบริหารคน รถยนต์ และการทำงานจริงขององค์กร เราจึงนำความเชี่ยวชาญที่ SO มีมาต่อยอดเป็นโซลูชั่นที่ช่วยเปลี่ยนข้อมูลจากหน้างาน ที่มองเห็นได้ยาก ให้กลายเป็นข้อมูลที่สามารถนำมาบริหารจัดการได้ เป้าหมายของเราไม่ใช่เพียงสร้างระบบติดตามรถ แต่ต้องการเชื่อมคน รถ และงานเข้าด้วยกัน เพื่อช่วยลูกค้าลดความซ้ำซ้อน ควบคุมต้นทุน และตัดสินใจได้จากข้อมูลจริง ซึ่งเป็นอีกก้าวสำคัญของ SO ในการเปลี่ยนจากผู้ให้บริการ Outsourcing ไปสู่ Strategic Operations Partner ที่สร้างคุณค่าผ่านการผสาน People, Technology และ Process และสามารถเติบโตไปพร้อมกับลูกค้าในระยะยาว” นางสาวกัณธิมา กล่าว

ศึกษาข้อมูลเพิ่มเติม คลิก : www.mobix-360.com

ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ MOBIX และ Fleet Management

MOBIX คือแพลตฟอร์มสำหรับบริหาร คน รถยนต์ และงานภาคสนาม

ทีมีการเชื่อมข้อมูลการใช้รถ ผู้ขับขี่ การเดินทาง และการปฏิบัติงานไว้ในระบบเดียว เพื่อช่วยให้ผู้บริหารมองเห็นการดำเนินงานและนำข้อมูลไปใช้ประกอบการบริหารต้นทุน ประสิทธิภาพ และทรัพยากรได้ดีขึ้น Draft SO เปิดตัว MOBIX

 

Fleet Management

หรือระบบบริหารจัดการยานพาหนะ คือการบริหารรถ คนขับ การใช้งาน การเดินทาง การบำรุงรักษา ค่าใช้จ่าย และข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับรถขององค์กร เพื่อช่วยให้สามารถควบคุมต้นทุน เพิ่มประสิทธิภาพการใช้รถ และบริหารความปลอดภัยได้อย่างเป็นระบบ

MOBIX พัฒนาแนวคิด Fleet Management ไปอีกขั้น ด้วยการเชื่อมข้อมูล “คน รถ และงาน” เข้าด้วยกัน ทำให้องค์กรไม่ได้เห็นเพียงตำแหน่งของรถ แต่สามารถมองเห็นความสัมพันธ์ระหว่างรถ ผู้ขับขี่ งานที่ได้รับมอบหมาย เส้นทาง และข้อมูลค่าใช้จ่ายจากการปฏิบัติงานจริง 

ระบบ GPS Tracking โดยทั่วไปเน้นการติดตามตำแหน่งและเส้นทางของรถ ขณะที่ MOBIX เชื่อมข้อมูลการเดินทางเข้ากับการบริหารงาน คนขับ และข้อมูลของรถแต่ละคัน

ระบบสามารถจัดเก็บประวัติการเดินทาง Activity Log ติดตามพฤติกรรมการขับขี่ และประมวลผลเป็น Driver Score เพื่อให้ผู้ดูแล Fleet สามารถตรวจสอบเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นระหว่างการเดินทาง และนำข้อมูลไปใช้พัฒนามาตรฐานการขับขี่และความปลอดภัยขององค์กรได้

MOBIX สามารถติดตามข้อมูลพฤติกรรมการขับขี่ เช่น การใช้ความเร็ว การเร่ง การเบรก และการเข้าโค้ง พร้อมแจ้งเตือนผู้ขับขี่เมื่อพบพฤติกรรมที่อาจเพิ่มความเสี่ยง
ข้อมูลจากแต่ละเที่ยวสามารถนำมาวิเคราะห์เป็น Driver Score และแสดงตำแหน่งของเหตุการณ์บนเส้นทาง ช่วยให้องค์กรมีข้อมูลสำหรับพัฒนาผู้ขับขี่ ลดความเสี่ยง และยกระดับมาตรฐานการบริหารรถองค์กร

FAQ คำถามที่พบบ่อย

ระบบ Fleet Management สำหรับองค์กร เหมาะกับธุรกิจที่มีรถบริษัท รถส่วนกลาง ทีมขาย ทีมช่างบริการ ทีมจัดส่ง หรือพนักงานที่ต้องปฏิบัติงานนอกสถานที่ โดยเฉพาะองค์กรที่มีรถและทีมงานกระจายอยู่หลายพื้นที่ และต้องการนำข้อมูลการปฏิบัติงานมาใช้ในการบริหารต้นทุน ความปลอดภัย และประสิทธิภาพ

MOBIX สามารถเริ่มใช้งานจากหน่วยงานหรือ Use Case ที่มีความต้องการก่อน และขยายการใช้งานตามจำนวนรถ บุคลากร พื้นที่ หรือการเติบโตขององค์กรได้

การบริหาร Fleet ไม่ได้มีเพียงค่าเช่าหรือค่าซื้อรถ แต่ยังมีต้นทุนจากน้ำมัน การซ่อมบำรุง การใช้งานรถ ระยะทาง และพฤติกรรมการขับขี่
MOBIX ช่วยเชื่อมข้อมูลเหล่านี้เข้าด้วยกัน รวมถึงใช้เทคโนโลยี Optical Character Recognition หรือ OCR ช่วยอ่านข้อมูลจากใบเสร็จค่าเชื้อเพลิง ทำให้องค์กรสามารถนำข้อมูลค่าใช้จ่ายมาวิเคราะห์ร่วมกับข้อมูลการเดินทางและการใช้รถ เพื่อมองเห็นต้นทุนและประสิทธิภาพของ Fleet ได้ละเอียดขึ้น

MOBIX สามารถนำข้อมูลจากการเดินทางมาวิเคราะห์พฤติกรรมการขับขี่ เช่น การใช้ความเร็ว การเร่งและเบรก รวมถึงลักษณะการเข้าโค้ง พร้อมบันทึกเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในแต่ละเที่ยว

ข้อมูลเหล่านี้ช่วยให้ผู้ดูแลสามารถย้อนดูได้ว่าเหตุการณ์เกิดขึ้นบริเวณใดและมีพฤติกรรมใดที่ควรติดตามหรือพัฒนาเพิ่มเติม

ได้ MOBIX สามารถแจ้งเตือนเมื่อพบพฤติกรรมที่อาจเพิ่มความเสี่ยง เช่น การใช้ความเร็วเกินกำหนดหรือการเข้าโค้งแรง พร้อมแนะนำให้ผู้ขับขี่ปรับพฤติกรรม เช่น ลดความเร็วก่อนเข้าโค้ง

จุดประสงค์คือทำให้ข้อมูลไม่ได้ถูกนำมาใช้เพียงเพื่อตรวจสอบย้อนหลัง แต่สามารถเป็น Feedback ให้ผู้ขับขี่รับรู้และปรับพฤติกรรมระหว่างการเดินทางได้ด้วย

Driver Score คือข้อมูลสรุปที่ช่วยให้องค์กรเห็นภาพพฤติกรรมการขับขี่ของแต่ละเที่ยวหรือแต่ละผู้ขับขี่จากเหตุการณ์ที่ระบบตรวจพบ

ผู้ดูแลสามารถใช้ Driver Score ร่วมกับข้อมูลเส้นทางและ Activity ต่าง ๆ เพื่อระบุประเด็นที่ควรพัฒนา ใช้ประกอบการ Coaching ผู้ขับขี่ และช่วยยกระดับมาตรฐานด้านความปลอดภัยของ Fleet ได้อย่างเป็นระบบ

MOBIX ไม่ได้ลดต้นทุนโดยอัตโนมัติ แต่ช่วยให้องค์กรมี ข้อมูลจริงสำหรับมองเห็นและบริหารต้นทุนได้ดีขึ้น

เมื่อข้อมูลการใช้รถ ระยะทาง พฤติกรรมการขับขี่ งาน และค่าเชื้อเพลิงถูกนำมาดูร่วมกัน ผู้บริหารสามารถมองเห็นจุดที่ควรปรับปรุง ลดขั้นตอนการทำงานซ้ำซ้อน และวางแผนการใช้คนและทรัพยากรได้แม่นยำขึ้น ซึ่งเป็นหนึ่งในวัตถุประสงค์หลักของการพัฒนา MOBIX

MOBIX ถูกออกแบบให้รองรับทั้งสองฝั่งของการปฏิบัติงาน ได้แก่ ผู้ขับขี่หรือพนักงานภาคสนาม ที่ใช้งานผ่าน Mobile Application และ ผู้ดูแล Fleet หรือทีม Operations ที่ต้องการมองเห็นภาพรวมและข้อมูลจากการปฏิบัติงาน

ทำให้ข้อมูลจากคนที่อยู่หน้างานสามารถกลับมาเป็นข้อมูลสำหรับผู้บริหารและทีมที่ดูแล Operations ได้

กิจกรรมองค์กร SO Outsourcing บริษัท สยามราชธานี จำกัด (มหาชน)

Writer : Thanatwarit Phalinratthanadet

Digital and Marketing Communication. : SO-Siamrajathanee Plc.
Follow : Linkedin - Thanatwarit.p 

นักการตลาดดิจิทัล มีประสบการณ์การทำ Marketing Communication มากกว่า 5 ปี เชื่อว่าคอนเทนท์ที่ดีต้องมีประโยชน์ สร้างแรงบันดาลใจให้กับผู้คน จึงอยากแชร์เรื่องราวและแนวคิดที่ทำให้ “ธรรมชาติ” กลับมาเป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์ธุรกิจและสร้างความสุขให้กับผู้คนอีกครั้ง 

ทีมงาน SO Outsourcing บริษัท สยามราชธานี จำกัด (มหาชน)

WORKFORCE OUTSOURCING

จัดหาพนักงานมืออาชีพ

บริหารบุคลากร ติดต่อเรา ⬈
ทีมงาน SO Outsourcing บริษัท สยามราชธานี จำกัด (มหาชน)

VEHICLE RENTAL AND MAINTENANCE

บริการเช่ารถยนต์หลากหลายประเภท

เช่ารถสำหรับองค์กร ติดต่อเรา ⬈
ทีมงาน SO Outsourcing บริษัท สยามราชธานี จำกัด (มหาชน)

LANDSCAPE MANAGEMENT

ดูแลพื้นที่สวนสวยงามเกิน 1,000 ไร่

บริหารพื้นที่สีเขียว ติดต่อเรา ⬈
ทีมงาน SO Outsourcing บริษัท สยามราชธานี จำกัด (มหาชน)

WASTE MANAGEMENT

บริการกำจัดขยะอุตสาหกรรม

จัดการขยะอันตราย ติดต่อเรา ⬈
ทีมงาน SO Outsourcing บริษัท สยามราชธานี จำกัด (มหาชน)

DATA ENTRY AND DIGITIZATION

คัดแยก สแกน บันทึก ตรวจสอบข้อมูล

บริหารข้อมูล ติดต่อเรา ⬈
ทีมงาน SO Outsourcing บริษัท สยามราชธานี จำกัด (มหาชน)

WORKFLOW PLATFORM

ระบบเวิร์กโฟลว์และกระบวนการอัตโนมัติ

บริหารข้อมูล ติดต่อเรา ⬈

SO ร่วมส่งต่อความห่วงใย สนับสนุน 100,000 บาท ในกิจกรรม Global Caring Month

โรงเรียนบ้านห้วยปราบ

บริษัท สยามราชธานี จำกัด (มหาชน) หรือ SO ร่วมส่งต่อความห่วงใยและสร้างคุณค่าให้กับสังคม สนับสนุนเงินจำนวน 100,000 บาท ในกิจกรรม Global Caring Month เดือนแห่งการร่วมแบ่งปันและส่งต่อความห่วงใยให้กับชุมชนและสังคม

โดย คุณกัณธิมา แจ้งวันสุข ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท สยามราชธานี จำกัด (มหาชน) เข้าร่วมกิจกรรมพร้อมกับฟอร์ด เครือข่ายพันธมิตร และ SOS ประเทศไทย ณ โรงเรียนบ้านห้วยปราบ จังหวัดระยอง เพื่อร่วมกันสร้างโอกาสและเติมเต็มประสบการณ์การเรียนรู้ให้กับเด็ก ๆ

ร่วมสร้างรอยยิ้มและส่งเสริมโอกาสทางการศึกษา

ภายในงานเต็มไปด้วยรอยยิ้มและบรรยากาศแห่งความอบอุ่น ผ่านกิจกรรมสร้างสรรค์ร่วมกับน้อง ๆ การจัดเตรียมอาหารกลางวัน รวมถึงการส่งมอบอุปกรณ์สนับสนุนการศึกษา เพื่อเติมความสุขและช่วยส่งเสริมการเรียนรู้ให้กับเด็ก ๆ

กิจกรรมครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงพลังของความร่วมมือระหว่างภาคธุรกิจ พันธมิตร และสังคม ที่สามารถร่วมกันสร้างผลกระทบเชิงบวกและต่อยอดโอกาสให้กับเยาวชนได้อย่างเป็นรูปธรรม

SO เดินหน้าธุรกิจควบคู่การสร้างคุณค่าให้สังคม

สำหรับ SO การดำเนินธุรกิจไม่ได้มุ่งเพียงการสร้างการเติบโตให้กับองค์กร แต่ยังให้ความสำคัญกับการมีส่วนร่วมในการสร้างคุณค่าให้กับชุมชนและสังคมอย่างต่อเนื่อง

เพราะ พลังของความร่วมมือไม่ได้ขับเคลื่อนเพียงธุรกิจ แต่ยังสามารถส่งต่อโอกาส ความห่วงใย และสร้างคุณค่าให้สังคมเติบโตไปพร้อมกัน

SO ร่วมงาน WORKTech Asia 2026 ตอกย้ำบทบาท Strategic Operations Partner

Strategic Operations Partner

บริษัท สยามราชธานี จำกัด (มหาชน) หรือ SO ร่วมออกบูธภายในงาน WORKTech Asia 2026 – Enterprise Solution Summit & Expo เมื่อวันที่ 2 กันยายน 2569 ณ BHIRAJ HALL 2–3, BITEC BURI พร้อมนำเสนอแนวคิดการยกระดับจากผู้ให้บริการ Outsourcing สู่การเป็น Strategic Operations Partner ที่มุ่งสร้างผลลัพธ์ให้แก่องค์กรอย่างเป็นระบบ

เชื่อม People, Process และ Technology ให้ทำงานร่วมกัน

ภายในงาน ทีม SO ได้เปิดพื้นที่พูดคุยและแลกเปลี่ยนมุมมองกับผู้บริหารและตัวแทนจากหลากหลายองค์กร เพื่อทำความเข้าใจโจทย์ด้านการบริหารงาน พร้อมนำเสนอแนวทางเชื่อมโยงองค์ประกอบสำคัญทั้ง 3 ด้าน ได้แก่

  • People การบริหารบุคลากรให้เหมาะกับลักษณะงานและเป้าหมายขององค์กร
  • Process การออกแบบและพัฒนากระบวนการทำงานให้มีมาตรฐาน ลดความซ้ำซ้อน และติดตามผลได้
  • Technology การนำเทคโนโลยีและข้อมูลเข้ามาสนับสนุนการทำงาน เพื่อเพิ่มความรวดเร็วและช่วยให้การบริหารจัดการมีประสิทธิภาพมากขึ้น

การทำงานร่วมกันของทั้ง 3 องค์ประกอบ ช่วยให้องค์กรไม่ได้เพียงมีบุคลากรเข้ามาปฏิบัติงาน แต่มีระบบการทำงานที่คล่องตัว สามารถปรับให้เหมาะกับบริบทของธุรกิจ และเชื่อมโยงไปสู่ผลลัพธ์ที่องค์กรต้องการได้อย่างชัดเจนยิ่งขึ้น

จากผู้ให้บริการ Outsourcing สู่พันธมิตรด้านการบริหารงาน

บทบาทของ SO ในฐานะ Strategic Operations Partner จึงไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการจัดหาหรือบริหารบุคลากร แต่ครอบคลุมถึงการร่วมวิเคราะห์ปัญหา ออกแบบแนวทางการทำงาน และนำกระบวนการกับเทคโนโลยีเข้ามาช่วยยกระดับประสิทธิภาพการดำเนินงาน

ภายใต้แนวคิด All Solutions, One Outsource SO พร้อมทำงานร่วมกับลูกค้าในฐานะพันธมิตร เพื่อพัฒนาโซลูชันที่สอดคล้องกับความต้องการของแต่ละองค์กร ทั้งด้านการบริหารต้นทุน การเพิ่มประสิทธิภาพ และการเตรียมความพร้อมสำหรับการเปลี่ยนแปลงของโลกการทำงาน

เปิดมุมมองใหม่ของการทำงานในยุค AI

WORKTech Asia 2026 เป็นพื้นที่รวบรวมผู้บริหาร ผู้เชี่ยวชาญ และผู้ให้บริการโซลูชันสำหรับองค์กร เพื่อแลกเปลี่ยนความรู้ด้าน Future of Work, AI, HR Technology และการเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน

การเข้าร่วมงานครั้งนี้สะท้อนทิศทางของ SO ในการเดินหน้าพัฒนาบริการจากการบริหารงานตามขอบเขต ไปสู่การร่วมออกแบบระบบปฏิบัติการที่เชื่อมโยงคน กระบวนการ และเทคโนโลยี เพื่อช่วยให้องค์กรทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ คล่องตัว และพร้อมรับการเปลี่ยนแปลงในอนาคต

บุคลากร SO Outsourcing บริษัท สยามราชธานี จำกัด (มหาชน)

Writer : Wanvisa Mueansri 

Digital and Marketing Communication : SO-Siamrajathanee Plc.
Follow : Linkedin - Wanvisa 

นักการตลาดดิจิทัลสาย Marketing Communication ที่อยู่เบื้องหลังกลยุทธ์ออนไลน์ ของผู้ให้บริการ
รถเช่าสำหรับองค์กรชั้นนำ และหน่วยงานภาครัฐ ด้วยประสบการณ์มากกว่า 5 ปี
เชี่ยวชาญการวางแผนแคมเปญ การวิเคราะห์ข้อมูล และการเล่าเรื่องแบรนด์ให้ตรงใจกลุ่มเป้าหมาย
"เชื่อว่าการตลาดที่ดี ไม่ใช่แค่ดึงดูด แต่ต้องสร้างความเชื่อมั่นให้กับองค์กรคู่ค้าในระยะยาว"