SO จับมือ สมาคมโปรแกรมเมอร์ไทย ปั้น Digital Talent จาก “ความรู้” สู่ “ทักษะที่ตลาดแรงงานต้องการ”

สมาคมโปรแกรมเมอร์ไทย

ในวันที่เทคโนโลยีเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว โจทย์สำคัญไม่ได้อยู่เพียงว่า คนรุ่นใหม่เรียนรู้ทักษะด้านเทคโนโลยีมากแค่ไหน แต่อยู่ที่ว่า ทักษะเหล่านั้นพร้อมนำไปใช้กับการทำงานจริงหรือยัง

นี่คือจุดเริ่มต้นของความร่วมมือระหว่าง บริษัท สยามราชธานี จำกัด (มหาชน) หรือ SO และ สมาคมโปรแกรมเมอร์ไทย ในการลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) เพื่อร่วมกันออกแบบและพัฒนาหลักสูตรด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ การเขียนโปรแกรม และนวัตกรรมดิจิทัล โดยมีเป้าหมายในการพัฒนาผู้เรียนให้มีทั้งองค์ความรู้ ทักษะ และความพร้อมที่สอดคล้องกับความต้องการของตลาดแรงงาน

 

 

 

 

เมื่อ “สิ่งที่เรียน” ต้องเชื่อมกับ “สิ่งที่ใช้ในการทำงาน”

การเรียนรู้ด้านเทคโนโลยีในวันนี้ไม่ได้จบเพียงการเรียนภาษาโปรแกรม หรือการมีความรู้เชิงเทคนิคเท่านั้น แต่สิ่งสำคัญคือความสามารถในการนำความรู้นั้นไปประยุกต์ใช้กับโจทย์ในการทำงานจริง

ด้วยประสบการณ์ของ SO ในการทำงานร่วมกับองค์กรและภาคธุรกิจ รวมถึงความเชี่ยวชาญด้านการบริหาร และพัฒนาบุคลากร ทำให้ SO มีความเข้าใจถึงความต้องการขององค์กร และเห็นความสำคัญของการเชื่อมทักษะของผู้เรียนให้ใกล้กับความต้องการของตลาดแรงงานมากขึ้น

ความร่วมมือครั้งนี้จึงนำประสบการณ์จากโลกการทำงานของ SO มาผสานกับองค์ความรู้และความเชี่ยวชาญด้านวิชาชีพของสมาคมโปรแกรมเมอร์ไทย เพื่อร่วมกันออกแบบการเรียนรู้ที่ไม่ได้มุ่งเพียงให้ผู้เรียน “เรียนเป็น” แต่ช่วยให้สามารถ “ทำงานเป็น” และมีความพร้อมต่อโลกการทำงานมากขึ้น

นางสาวกัณธิมา แจ้งวันสุข ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท สยามราชธานี จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า

“จากประสบการณ์ของ SO ที่ทำงานร่วมกับภาคธุรกิจ และบริหารบุคลากรมาอย่างต่อเนื่อง เราเห็นว่าสิ่งสำคัญไม่ใช่เพียงการทำให้คนมีความรู้ แต่คือการทำให้ความรู้และทักษะที่มีสามารถเชื่อมต่อกับการทำงานจริงได้

ความร่วมมือครั้งนี้จึงเป็นโอกาสที่ SO จะนำประสบการณ์และความเข้าใจจากโลกการทำงาน มาช่วยออกแบบการพัฒนาทักษะให้ผู้เรียนไม่ได้มีเพียงความรู้เชิงเทคนิค แต่สามารถนำความรู้ไปประยุกต์ใช้กับโจทย์จริง และมีความพร้อมในแบบที่องค์กรกำลังมองหา”

จากความรู้เชิงเทคนิค สู่ความพร้อมในการทำงานจริง ระหว่าง SO และ สมาคมโปรแกรมเมอร์ไทย

SO และ สมาคมโปรแกรมเมอร์ไทย จะร่วมกันออกแบบ พัฒนา และผลิตหลักสูตรการเรียนรู้ด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ การเขียนโปรแกรม และนวัตกรรมดิจิทัล ทั้งในรูปแบบ ออนไลน์และออนไซต์

การพัฒนาผู้เรียนจะไม่ได้มองเฉพาะองค์ความรู้เชิงเทคนิค แต่ให้ความสำคัญกับการเชื่อมโยงความรู้เข้ากับบริบทของการทำงาน เพื่อให้ผู้เรียนเข้าใจว่า

ความรู้ที่มีจะนำไปใช้แก้ปัญหาอย่างไร ทำงานร่วมกับองค์กรอย่างไร และควรพัฒนาทักษะใดเพิ่มเติมเพื่อให้พร้อมต่อโลกการทำงาน

แนวทางดังกล่าวครอบคลุมทั้งการ ยกระดับทักษะเดิม (Up-skill) และ พัฒนาทักษะใหม่ (Re-skill) เพื่อรองรับความต้องการและโอกาสทางอาชีพที่เปลี่ยนแปลงไป

ความร่วมมือยังครอบคลุมกลุ่มเป้าหมายตั้งแต่นักเรียน นักศึกษา บุคลากรสายเทคโนโลยี ผู้ประกอบการ ไปจนถึงผู้สนใจทั่วไป เพื่อให้การพัฒนาทักษะสามารถเกิดขึ้นได้ในหลายช่วงของเส้นทางอาชีพ ทั้งการเตรียมตัวเข้าสู่ตลาดแรงงาน การพัฒนาความสามารถในสายงานเดิม และการเตรียมพร้อมสู่บทบาทใหม่

จากโจทย์ในองค์กร สู่การเรียนรู้ที่ใกล้กับการทำงานจริง

สิ่งที่ SO สามารถเติมให้กับการพัฒนาผู้เรียน คือ มุมมองจากโจทย์ที่เกิดขึ้นจริงในองค์กร เพราะการทำงานด้านเทคโนโลยีไม่ได้วัดเพียงว่ารู้ภาษาโปรแกรมหรือใช้เครื่องมือได้มากแค่ไหน แต่ยังรวมถึงการเข้าใจปัญหา การเลือกใช้ความรู้ให้เหมาะกับสถานการณ์ และการทำงานให้ตอบโจทย์ขององค์กร

ประสบการณ์จากการทำงานร่วมกับภาคธุรกิจของ SO จึงสามารถนำมาใช้เป็นมุมมองประกอบการออกแบบการเรียนรู้ เพื่อช่วยให้ผู้เรียนเห็นความเชื่อมโยงระหว่าง “สิ่งที่กำลังเรียน” กับ “สถานการณ์ที่อาจพบเมื่อเข้าสู่การทำงานจริง”

แนวคิดดังกล่าวจะช่วยให้การพัฒนาทักษะไม่ได้หยุดอยู่เพียงการเรียนรู้เนื้อหา แต่ทำให้ผู้เรียนเริ่มเข้าใจว่า ความรู้หนึ่งชุดสามารถนำไปใช้แก้โจทย์อะไรได้บ้าง องค์กรคาดหวังผลลัพธ์แบบใด และการทำงานจริงต้องอาศัยความสามารถมากกว่าการมีความรู้เชิงเทคนิคเพียงอย่างเดียว

สำหรับ SO นี่คือส่วนสำคัญของการพัฒนาคนให้พร้อมกับโลกการทำงาน เพราะการมีทักษะที่ดี ไม่ได้หมายถึงเพียง “รู้วิธีทำ” แต่ต้องเข้าใจด้วยว่า “ทำไปเพื่อแก้ปัญหาอะไร และสร้างผลลัพธ์อะไรให้กับองค์กร”

ไม่ใช่แค่ “สอนให้รู้” แต่ต้อง “พัฒนาให้พร้อมใช้งาน”

อีกหนึ่งหัวใจสำคัญของความร่วมมือ คือการทำให้การเรียนรู้มีทั้ง ความถูกต้อง ความน่าเชื่อถือ และมาตรฐานของเนื้อหา

สมาคมโปรแกรมเมอร์ไทย จะมีบทบาทในการตรวจสอบและรับรองคุณภาพของเนื้อหาและหลักสูตรในฐานะสมาคมวิชาชีพ เพื่อให้ผู้เรียนได้รับองค์ความรู้ที่เป็นระบบ มีมาตรฐาน และสามารถนำไปต่อยอดได้

ขณะที่ SO จะนำประสบการณ์จากการทำงานร่วมกับภาคธุรกิจและการบริหารบุคลากร มาช่วยสะท้อนมุมมองจากโลกการทำงานว่า องค์กรกำลังมองหาบุคลากรที่มีความพร้อมแบบใด และทักษะใดมีความสำคัญต่อการทำงานในบริบทจริงขององค์กร

จึงเป็นการนำ มาตรฐานทางวิชาชีพ มาทำงานร่วมกับ ประสบการณ์จากภาคธุรกิจ เพื่อให้การพัฒนาคนเชื่อมโยงกับความต้องการของโลกการทำงานได้ชัดเจนยิ่งขึ้น

 

 

 

 

พัฒนาคนให้พร้อมกับโลกการทำงานที่เปลี่ยนไป

สำหรับ SO การพัฒนาคนไม่จำเป็นต้องเริ่มต้นเฉพาะวันที่บุคลากรเข้ามาทำงานในองค์กร แต่สามารถเริ่มได้ตั้งแต่ช่วงที่กำลังเรียนรู้และเตรียมตัวเข้าสู่เส้นทางอาชีพ

หากผู้เรียนเข้าใจว่าองค์กรคาดหวังอะไร ทักษะใดมีความสำคัญ และสิ่งที่เรียนสามารถนำไปประยุกต์ใช้กับการทำงานได้อย่างไร ก็จะช่วยให้การพัฒนาตัวเองมีทิศทางที่ชัดเจนมากขึ้น

นี่จึงเป็นอีกหนึ่งบทบาทที่ SO ต้องการนำประสบการณ์จากการบริหารคนและการทำงานร่วมกับภาคธุรกิจ มาต่อยอดสู่การพัฒนาคนให้มีทั้ง ความรู้ ความพร้อมในการทำงาน ความสามารถในการปรับตัว และศักยภาพในการเติบโตไปพร้อมกับการเปลี่ยนแปลงของตลาด

เชื่อมโลกของการเรียนรู้กับโลกของการทำงาน ระหว่าง SO และ สมาคมโปรแกรมเมอร์ไทย

ในระยะยาว ความร่วมมือระหว่าง SO และ สมาคมโปรแกรมเมอร์ไทย ยังมีเป้าหมายในการสร้างเครือข่ายระหว่างสมาคมวิชาชีพ ภาคเอกชน ผู้เชี่ยวชาญ และผู้เรียน เพื่อร่วมกันสนับสนุนระบบนิเวศด้านการพัฒนาซอฟต์แวร์และบุคลากรดิจิทัลของประเทศไทยให้แข็งแรงมากขึ้น

สำหรับ SO ความร่วมมือครั้งนี้จึงไม่ใช่เพียงการพัฒนาหลักสูตรเพิ่มขึ้น แต่คือการนำ ประสบการณ์จากโลกการทำงาน มาเชื่อมต่อกับโลกของการเรียนรู้ เพื่อช่วยให้ผู้เรียนสามารถเปลี่ยนองค์ความรู้ที่มีไปสู่ทักษะที่นำไปใช้ในการทำงานและต่อยอดเส้นทางอาชีพได้

เพราะท้ายที่สุด เป้าหมายของการพัฒนาคนไม่ควรจบอยู่แค่การ “มีความรู้” แต่ควรไปถึงวันที่ความรู้นั้นกลายเป็น “ทักษะที่ใช้ได้จริง” และสร้างโอกาสให้คนเติบโตไปพร้อมกับความต้องการของตลาดแรงงาน

 

 

บุคลากร SO Outsourcing บริษัท สยามราชธานี จำกัด (มหาชน)

Writer : Wanvisa Mueansri 

Digital and Marketing Communication : SO-Siamrajathanee Plc.
Follow : Linkedin - Wanvisa 

นักการตลาดดิจิทัลสาย Marketing Communication ที่อยู่เบื้องหลังกลยุทธ์ออนไลน์ ของผู้ให้บริการ
รถเช่าสำหรับองค์กรชั้นนำ และหน่วยงานภาครัฐ ด้วยประสบการณ์มากกว่า 5 ปี
เชี่ยวชาญการวางแผนแคมเปญ การวิเคราะห์ข้อมูล และการเล่าเรื่องแบรนด์ให้ตรงใจกลุ่มเป้าหมาย
"เชื่อว่าการตลาดที่ดี ไม่ใช่แค่ดึงดูด แต่ต้องสร้างความเชื่อมั่นให้กับองค์กรคู่ค้าในระยะยาว"

 

 

 

[/แถว]

SO พร้อมอยู่ข้างกัน ส่งต่อ 600 มื้อแห่งความห่วงใย สู่ผู้ประสบภัยน้ำท่วม หมู่บ้านชวนชื่น บางนา-ตราด

น้ำท่วม

ท่ามกลางสถานการณ์ น้ำท่วม ที่ส่งผลกระทบต่อประชาชนในหลายพื้นที่ของกรุงเทพฯ และปริมณฑล
บริษัท สยามราชธานี จำกัด (มหาชน) หรือ SO ร่วมส่งต่อความห่วงใยและกำลังใจ ด้วยการจัดเตรียม อาหารปรุงสุกพร้อมรับประทาน จำนวน 600 ชุด เพื่อนำไปมอบให้แก่ผู้ประสบภัย ณ หมู่บ้านชวนชื่น บางนา-ตราด กม.29 เพื่อช่วยบรรเทาความเดือดร้อนและเป็นอีกหนึ่งกำลังใจให้กับผู้ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์น้ำท่วมในครั้งนี้

SO พร้อมอยู่ข้างกัน ในวันที่สังคมต้องการความช่วยเหลือ

ตลอดการดำเนินธุรกิจของ SO เราเชื่อว่าการเป็นองค์กรที่เติบโตอย่างยั่งยืน ไม่ได้วัดจากผลลัพธ์ทางธุรกิจเพียงอย่างเดียว แต่ยังรวมถึงการเป็นส่วนหนึ่งของสังคม และพร้อมใช้ศักยภาพขององค์กรเพื่อช่วยเหลือผู้คนเมื่อมีโอกาส

แนวคิด “พร้อมอยู่ข้างกัน” จึงสะท้อนถึงความตั้งใจของ SO ที่ต้องการอยู่เคียงข้างทั้งลูกค้า พนักงาน ชุมชน และสังคม ไม่เฉพาะในวันที่ทุกอย่างดำเนินไปตามปกติ แต่รวมถึงวันที่เกิดสถานการณ์ไม่คาดคิดและหลายคนต้องการความช่วยเหลือ

เพราะบางครั้ง สิ่งเล็ก ๆ ที่ส่งต่อในเวลาที่เหมาะสม อาจมีความหมายมากกว่าที่เราคิด

จากความห่วงใย สู่การลงมือทำ

การช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วม ในครั้งนี้ เป็นอีกหนึ่งกิจกรรมที่สะท้อนแนวคิดด้านความรับผิดชอบต่อสังคมของ SO ผ่านการ “ลงมือทำ” และการส่งต่อสิ่งที่สามารถช่วยบรรเทาความเดือดร้อนให้กับผู้ได้รับผลกระทบได้โดยตรง

SO เชื่อว่าความรับผิดชอบต่อสังคมไม่จำเป็นต้องเริ่มต้นจากสิ่งที่ใหญ่เสมอไป แต่สามารถเริ่มต้นได้จากการมองเห็นความต้องการของผู้คนรอบตัว และลงมือช่วยเหลือในสิ่งที่เราสามารถทำได้

600 มื้อในครั้งนี้ จึงไม่ใช่เพียงตัวเลขของอาหารที่ถูกส่งมอบ แต่คือ 600 ความห่วงใยที่ SO ต้องการส่งต่อไปถึงผู้ประสบภัย

ส่งกำลังใจให้ทุกครอบครัวผ่านสถานการณ์ น้ำท่วม ไปด้วยกัน

SO ขอส่งกำลังใจไปยังประชาชนทุกครอบครัวที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์น้ำท่วม รวมถึงเจ้าหน้าที่ อาสาสมัคร และทุกภาคส่วนที่ร่วมกันให้ความช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ต่าง ๆ

เราหวังเป็นอย่างยิ่งว่าสถานการณ์จะคลี่คลายโดยเร็ว และทุกคนจะสามารถกลับมาใช้ชีวิตได้ตามปกติอย่างปลอดภัย

เพราะในวันที่ใครบางคนต้องการความช่วยเหลือ
SO พร้อมอยู่ข้างกัน และพร้อมส่งต่อความห่วงใยไปด้วยกัน

ข้อมูลที่ควรรู้ รับมือ น้ำท่วม อย่างปลอดภัย

นอกจากการส่งต่อความช่วยเหลือและกำลังใจ SO ขอร่วมแบ่งปันข้อมูลที่เป็นประโยชน์สำหรับประชาชน เพื่อเตรียมพร้อมรับมือสถานการณ์น้ำท่วม ดูแลตนเองและคนในครอบครัวให้ปลอดภัย ทั้งในช่วงน้ำท่วมและหลังน้ำลด

1784 — สายด่วนนิรภัย กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.)
สำหรับแจ้งเหตุสาธารณภัยและขอความช่วยเหลือ โดยสามารถติดต่อได้ตลอด 24 ชั่วโมง

1669 — การแพทย์ฉุกเฉิน
สำหรับกรณีเจ็บป่วยหรือได้รับบาดเจ็บฉุกเฉิน และต้องการความช่วยเหลือทางการแพทย์

191 — เหตุด่วน เหตุร้าย
สำหรับแจ้งเหตุด่วน เหตุร้าย หรือต้องการความช่วยเหลือจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ

1130 — MEA Call Center การไฟฟ้านครหลวง
สำหรับแจ้งปัญหาด้านระบบไฟฟ้าในพื้นที่กรุงเทพมหานคร นนทบุรี และสมุทรปราการ

1129 — PEA Contact Center การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค
สำหรับแจ้งเหตุไฟฟ้าดับหรือปัญหาด้านระบบไฟฟ้าในพื้นที่ให้บริการของการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ตลอด 24 ชั่วโมง

1422 — สายด่วนกรมควบคุมโรค
สำหรับสอบถามข้อมูลเกี่ยวกับโรคและภัยสุขภาพที่อาจเกิดขึ้นในช่วงน้ำท่วมและหลังน้ำลด

แนะนำ: บันทึกหมายเลขสำคัญไว้ในโทรศัพท์ และจดสำรองไว้ในจุดที่หยิบใช้ได้ง่าย เผื่อกรณีฉุกเฉินหรือไม่สามารถใช้อินเทอร์เน็ตได้

ช่วง น้ำท่วม ควรปฏิบัติตัวอย่างไร?

1. ติดตามประกาศจากหน่วยงานภาครัฐอย่างใกล้ชิด
ตรวจสอบระดับน้ำ เส้นทางที่ได้รับผลกระทบ และประกาศเตือนภัยในพื้นที่ หากมีคำสั่งให้อพยพ ควรปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่

2. หลีกเลี่ยงการเดินหรือขับรถฝ่ากระแสน้ำ
โดยเฉพาะบริเวณที่น้ำไหลแรง น้ำลึก หรือไม่สามารถมองเห็นพื้นด้านล่างได้ เพราะอาจมีหลุม สิ่งกีดขวาง หรือกระแสน้ำที่เป็นอันตราย

3. ระวังไฟฟ้าเป็นพิเศษ
หากน้ำเข้าบ้านหรือพื้นที่ที่มีระบบไฟฟ้า ควรตัดกระแสไฟจากบริเวณที่ปลอดภัย ห้ามสัมผัสปลั๊ก เครื่องใช้ไฟฟ้า หรือสายไฟขณะร่างกายเปียก และห้ามเข้าใกล้สายไฟหรืออุปกรณ์ไฟฟ้าที่ตกอยู่ในน้ำ

4. หากจำเป็นต้องลุยน้ำ ควรป้องกันร่างกาย
สวมรองเท้าบูตหรือรองเท้าที่ปิดมิดชิด หากมีบาดแผลควรปิดด้วยวัสดุกันน้ำ หลังสัมผัสน้ำท่วมควรรีบล้างมือ เท้า และร่างกายด้วยสบู่และน้ำสะอาด พร้อมเช็ดให้แห้ง

5. กินอาหาร “สุก ร้อน สะอาด”
รับประทานอาหารที่ปรุงสุกใหม่ ดื่มน้ำสะอาดหรือน้ำต้มสุก และหลีกเลี่ยงอาหาร น้ำ หรือวัตถุดิบที่สัมผัสกับน้ำท่วม

6. ดูแลเด็ก ผู้สูงอายุ และผู้ป่วยเป็นพิเศษ
ไม่ควรปล่อยเด็กอยู่ใกล้บริเวณน้ำท่วมตามลำพัง ส่วนผู้ที่มีโรคประจำตัวควรเตรียมยาให้เพียงพอและเก็บยาไว้ในบริเวณที่แห้ง หากยาเปียกน้ำหรือชำรุด ไม่ควรนำมารับประทาน

7. ระวังสัตว์มีพิษที่หนีน้ำ
งู ตะขาบ แมงป่อง และสัตว์อื่น ๆ อาจเข้าไปหลบในบ้าน รองเท้า หรือกองสิ่งของ ควรใช้ไฟฉายตรวจสอบก่อนหยิบจับหรือเคลื่อนย้ายสิ่งของ

โรคและภัยสุขภาพที่ต้องระวังช่วง น้ำท่วม

โรคฉี่หนู (Leptospirosis)
เสี่ยงจากการสัมผัสน้ำหรือดินโคลนที่ปนเปื้อนเชื้อ โดยเฉพาะผู้ที่มีบาดแผล ควรสังเกตอาการไข้สูง ปวดศีรษะ ปวดกล้ามเนื้อ โดยเฉพาะบริเวณน่อง ตาแดง คลื่นไส้ หรืออาเจียน

โรคระบบทางเดินอาหารและอาหารเป็นพิษ
น้ำท่วมอาจทำให้อาหาร น้ำดื่ม และภาชนะปนเปื้อนเชื้อโรค หากมีอาการถ่ายเหลว ปวดท้อง คลื่นไส้ อาเจียน หรือมีไข้ ควรเฝ้าระวังอาการ โดยเฉพาะกรณีที่มีอาการรุนแรง

โรคน้ำกัดเท้าและโรคผิวหนัง
การแช่น้ำเป็นเวลานานอาจทำให้ผิวหนังเปื่อย คัน เกิดผื่นหรือแผลติดเชื้อ หลังลุยน้ำควรล้างเท้าให้สะอาดและเช็ดให้แห้ง

โรคตาแดงหรือตาอักเสบ
หลีกเลี่ยงการใช้มือที่สัมผัสน้ำสกปรกขยี้ตา ล้างมือเป็นประจำ และไม่ใช้ผ้าเช็ดตัวหรือของใช้ส่วนตัวร่วมกับผู้อื่น

โรคที่มียุงเป็นพาหะ เช่น ไข้เลือดออก
น้ำขังหลังน้ำท่วมอาจกลายเป็นแหล่งเพาะพันธุ์ยุง ควรกำจัดภาชนะและจุดที่มีน้ำขัง รวมถึงป้องกันไม่ให้ยุงกัด

โรคระบบทางเดินหายใจ
สภาพอากาศชื้น ฝุ่น โคลน หรือการอยู่รวมกันในพื้นที่พักพิงอาจเพิ่มความเสี่ยงต่อโรคระบบทางเดินหายใจ ควรรักษาสุขอนามัย และสวมหน้ากากเมื่อมีอาการไอหรือจาม

สัญญาณที่ไม่ควรรอ: หากหลังสัมผัสน้ำท่วมมีไข้สูง ปวดกล้ามเนื้อรุนแรงโดยเฉพาะบริเวณน่อง ตาแดง หายใจเหนื่อย แผลบวมแดงเป็นหนอง ท้องเสียหรืออาเจียนรุนแรง ควรรีบพบแพทย์ พร้อมแจ้งประวัติการสัมผัสน้ำหรือดินโคลน

กิจกรรมองค์กร SO Outsourcing บริษัท สยามราชธานี จำกัด (มหาชน)

Writer : Thanatwarit Phalinratthanadet

Digital and Marketing Communication. : SO-Siamrajathanee Plc.
Follow : Linkedin - Thanatwarit.p 

นักการตลาดดิจิทัล มีประสบการณ์การทำ Marketing Communication มากกว่า 5 ปี เชื่อว่าคอนเทนท์ที่ดีต้องมีประโยชน์ สร้างแรงบันดาลใจให้กับผู้คน จึงอยากแชร์เรื่องราวและแนวคิดที่ทำให้ “ธรรมชาติ” กลับมาเป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์ธุรกิจและสร้างความสุขให้กับผู้คนอีกครั้ง 

ทีมงาน SO Outsourcing บริษัท สยามราชธานี จำกัด (มหาชน)

WORKFORCE OUTSOURCING

จัดหาพนักงานมืออาชีพ

บริหารบุคลากร ติดต่อเรา ⬈
ทีมงาน SO Outsourcing บริษัท สยามราชธานี จำกัด (มหาชน)

VEHICLE RENTAL AND MAINTENANCE

บริการเช่ารถยนต์หลากหลายประเภท

เช่ารถสำหรับองค์กร ติดต่อเรา ⬈
ทีมงาน SO Outsourcing บริษัท สยามราชธานี จำกัด (มหาชน)

LANDSCAPE MANAGEMENT

ดูแลพื้นที่สวนสวยงามเกิน 1,000 ไร่

บริหารพื้นที่สีเขียว ติดต่อเรา ⬈
ทีมงาน SO Outsourcing บริษัท สยามราชธานี จำกัด (มหาชน)

WASTE MANAGEMENT

บริการกำจัดขยะอุตสาหกรรม

จัดการขยะอันตราย ติดต่อเรา ⬈
ทีมงาน SO Outsourcing บริษัท สยามราชธานี จำกัด (มหาชน)

DATA ENTRY AND DIGITIZATION

คัดแยก สแกน บันทึก ตรวจสอบข้อมูล

บริหารข้อมูล ติดต่อเรา ⬈
ทีมงาน SO Outsourcing บริษัท สยามราชธานี จำกัด (มหาชน)

WORKFLOW PLATFORM

ระบบเวิร์กโฟลว์และกระบวนการอัตโนมัติ

บริหารข้อมูล ติดต่อเรา ⬈

SO ร่วมลงนาม MOU ส่งเสริมการจ้างงานผู้สูงอายุ ขับเคลื่อนโอกาสการทำงานในสังคมสูงวัยอย่างยั่งยืน

จ้างงานผู้สูงอายุ

24 กันยายน 2569 บริษัท สยามราชธานี จำกัด (มหาชน) หรือ SO นำโดย นางสาวกัณธิมา แจ้งวันสุข ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร เข้าร่วมพิธีลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) ว่าด้วยความร่วมมือด้านการส่งเสริมการจ้างงานผู้สูงอายุ ร่วมกับ กรมกิจการผู้สูงอายุ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ และสถานประกอบการภาคเอกชน ภายในงาน “วันผู้สูงอายุสากล ประจำปี 2569” (International Day of Older Persons 2026) ณ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์

ความร่วมมือครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อ เพิ่มโอกาสให้ผู้สูงอายุสามารถกลับเข้าสู่ตลาดแรงงานหรือทำงานต่อได้อย่างเหมาะสมกับศักยภาพ ประสบการณ์ และความพร้อมของแต่ละบุคคล พร้อมสนับสนุนให้ภาคธุรกิจมีแนวทางในการบริหารกำลังคนที่รองรับโครงสร้างประชากรไทยที่กำลังก้าวเข้าสู่สังคมสูงวัยอย่างเต็มรูปแบบ

ในฐานะองค์กรที่มีความเชี่ยวชาญด้าน Workforce Management และการบริหารบุคลากรให้กับองค์กรชั้นนำในหลากหลายอุตสาหกรรม SO พร้อมนำประสบการณ์ด้านการสรรหา การบริหารจัดการกำลังคน และการออกแบบรูปแบบการทำงานที่เหมาะสม มาช่วยเชื่อมโยง “ศักยภาพของผู้สูงอายุ” กับ “ความต้องการกำลังคนของภาคธุรกิจ” ให้เกิดขึ้นได้จริง

นางสาวกัณธิมา แจ้งวันสุข ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท สยามราชธานี จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า

“ผู้สูงอายุจำนวนมากยังมีทั้งประสบการณ์ ความรู้ และศักยภาพที่สามารถสร้างคุณค่าให้กับองค์กรได้ การจ้างงานผู้สูงอายุจึงไม่ใช่เพียงเรื่องของการสร้างรายได้ แต่เป็นการเปิดพื้นที่ให้คนที่มีประสบการณ์ได้มีส่วนร่วมกับเศรษฐกิจและสังคมอย่างมีคุณค่า ขณะเดียวกันภาคธุรกิจก็สามารถเข้าถึงกำลังคนที่มีทักษะและประสบการณ์ในรูปแบบการทำงานที่ยืดหยุ่นมากขึ้น”

SO มองว่าการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างประชากรเป็นหนึ่งในโจทย์สำคัญที่ทุกภาคส่วนต้องเตรียมพร้อม โดยเฉพาะการออกแบบระบบการทำงานที่รองรับแรงงานหลากหลายช่วงวัย ทั้งในด้านลักษณะงาน ชั่วโมงการทำงาน การพัฒนาทักษะ และการนำเทคโนโลยีเข้ามาช่วยให้การทำงานมีประสิทธิภาพมากขึ้น

การร่วมลงนาม MOU ในครั้งนี้จึงเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญของ SO ในการนำความเชี่ยวชาญด้าน People, Process, Technology และ Data มาร่วมสร้างระบบการจ้างงานที่ครอบคลุมมากขึ้น และสนับสนุนให้ผู้สูงอายุสามารถใช้ความรู้และประสบการณ์สร้างคุณค่าให้กับเศรษฐกิจได้อย่างต่อเนื่อง

งาน “วันผู้สูงอายุสากล ประจำปี 2569” จัดขึ้นระหว่างวันที่ 24–25 กันยายน 2569 ภายใต้แนวคิด “The Age of Longevity: Rethinking Systems for Longer Lives – ยุคแห่งอายุยืนยาว: การทบทวนและปรับเปลี่ยนระบบเพื่อชีวิตที่ยืนยาวขึ้น” เพื่อสร้างความตระหนักและเตรียมความพร้อมของทุกภาคส่วนในการรองรับสังคมที่ประชากรมีอายุยืนยาวขึ้นอย่างมีคุณภาพ

SO เชื่อว่า “อายุ” ไม่ควรเป็นข้อจำกัดของการทำงาน หากแต่ประสบการณ์และศักยภาพของคนทุกช่วงวัยสามารถเป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนองค์กรและเศรษฐกิจไทยให้เติบโตอย่างยั่งยืน

MOU ส่งเสริมการจ้างงานผู้สูงอายุ สร้างโอกาสการทำงานในสังคมสูงวัย

การส่งเสริมการจ้างงานผู้สูงอายุเป็นหนึ่งในแนวทางสำคัญในการรับมือกับการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างประชากรของประเทศไทย โดยเฉพาะในช่วงที่หลายองค์กรเริ่มเผชิญทั้งความท้าทายด้านกำลังคนและการเข้าสู่สังคมสูงวัยอย่างเต็มรูปแบบ

ความร่วมมือผ่าน MOU จึงไม่ได้มีความหมายเพียงการเปิดโอกาสให้ผู้สูงอายุสามารถกลับเข้าสู่ตลาดแรงงานเท่านั้น แต่ยังเป็นการสร้างแนวทางให้ภาครัฐและภาคธุรกิจร่วมกันพัฒนารูปแบบการทำงานที่เหมาะสมกับประสบการณ์ ทักษะ และศักยภาพของแรงงานสูงอายุ

สำหรับองค์กร การเปิดโอกาสให้แรงงานที่มีประสบการณ์ยังคงมีส่วนร่วมในการทำงาน สามารถช่วยรักษาองค์ความรู้ ถ่ายทอดประสบการณ์ให้กับบุคลากรรุ่นใหม่ และเพิ่มทางเลือกในการบริหารกำลังคนให้มีความยืดหยุ่นมากขึ้น

SO เตรียมความพร้อมด้าน Workforce เพื่อรองรับสังคมสูงวัยอย่างไร

เมื่อโครงสร้างประชากรเปลี่ยนแปลง การบริหารกำลังคนขององค์กรก็จำเป็นต้องปรับตามไปด้วย จากเดิมที่อาจพิจารณาแรงงานเป็นกลุ่มเดียว องค์กรในอนาคตอาจต้องบริหาร Workforce ที่มีความหลากหลายมากขึ้น ทั้งในด้านอายุ ประสบการณ์ ทักษะ และรูปแบบการทำงาน

แนวทางสำคัญจึงไม่ใช่เพียงการเพิ่มจำนวนแรงงานเข้าสู่ระบบ แต่เป็นการออกแบบงานให้เหมาะสมกับความสามารถของแต่ละกลุ่ม เช่น การกำหนดบทบาทที่เหมาะสม ชั่วโมงการทำงานที่ยืดหยุ่น การจัดสรรงานตามประสบการณ์ ตลอดจนการนำเทคโนโลยีเข้ามาช่วยลดข้อจำกัดในการทำงาน

สำหรับองค์กรที่ต้องบริหารกำลังคนจำนวนมาก การมีระบบ Workforce Management ที่สามารถมองเห็นทั้งจำนวนคน ทักษะ ความพร้อม และความต้องการของแต่ละหน่วยงาน จะช่วยให้องค์กรสามารถวางแผนกำลังคนได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น และพร้อมรองรับการเปลี่ยนแปลงของตลาดแรงงานในระยะยาว

วันผู้สูงอายุสากล 2569 กับการส่งเสริมโอกาสการทำงานของผู้สูงอายุ

วันผู้สูงอายุสากลเป็นโอกาสสำคัญในการสร้างความตระหนักถึงบทบาทและคุณค่าของผู้สูงอายุในสังคม โดยหนึ่งในประเด็นที่ได้รับความสำคัญมากขึ้นคือการสร้างโอกาสให้ผู้สูงอายุที่ยังมีความพร้อม สามารถมีส่วนร่วมในตลาดแรงงานและกิจกรรมทางเศรษฐกิจได้อย่างต่อเนื่อง

ในมุมของภาคธุรกิจ ประเด็นดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่าแรงงานสูงอายุไม่ได้เป็นเพียงกลุ่มที่ต้องได้รับการดูแล แต่ยังเป็นทรัพยากรบุคคลที่มีองค์ความรู้ ประสบการณ์ และทักษะจากการทำงานที่สามารถนำกลับมาสร้างคุณค่าให้กับองค์กรได้

การเตรียมรูปแบบการทำงานที่เหมาะสม การเปิดโอกาสให้เกิดการถ่ายทอดความรู้ระหว่างคนต่างช่วงวัย และการออกแบบระบบบริหารบุคลากรให้รองรับ Workforce ที่หลากหลาย จึงเป็นส่วนหนึ่งของการเตรียมความพร้อมขององค์กรในยุคสังคมสูงวัย

FAQ คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการจ้างงานผู้สูงอายุ

การจ้างงานผู้สูงอายุ คือการเปิดโอกาสให้ผู้สูงอายุที่ยังมีความพร้อม ความรู้ ประสบการณ์ และศักยภาพในการทำงาน สามารถทำงานต่อหรือกลับเข้าสู่ตลาดแรงงานในรูปแบบที่เหมาะสมกับลักษณะงานและความสามารถของแต่ละบุคคล

ความร่วมมือดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อส่งเสริมโอกาสในการทำงานของผู้สูงอายุ และสนับสนุนความร่วมมือระหว่างภาครัฐและภาคเอกชนในการเตรียมความพร้อมด้านกำลังคนเพื่อรองรับสังคมสูงวัย

SO เข้าร่วมความร่วมมือในการส่งเสริมโอกาสการทำงานสำหรับผู้สูงอายุ โดยนำประสบการณ์ด้านการบริหารกำลังคนและ Workforce Management มาสนับสนุนการเชื่อมโยงบุคลากรกับความต้องการกำลังคนขององค์กร

ผู้สูงอายุจำนวนมากยังมีประสบการณ์ ความรู้ และทักษะจากการทำงานที่สามารถนำมาใช้ประโยชน์ต่อองค์กรได้ ขณะเดียวกันการเปิดโอกาสให้คนกลุ่มนี้ยังสามารถทำงานต่อได้ยังเป็นส่วนหนึ่งของการเตรียมความพร้อมด้านกำลังคนในสังคมสูงวัย

กิจกรรมองค์กร SO Outsourcing บริษัท สยามราชธานี จำกัด (มหาชน)

Writer : Thanatwarit Phalinratthanadet

Digital and Marketing Communication. : SO-Siamrajathanee Plc.
Follow : Linkedin - Thanatwarit.p 

นักการตลาดดิจิทัล มีประสบการณ์การทำ Marketing Communication มากกว่า 5 ปี เชื่อว่าคอนเทนท์ที่ดีต้องมีประโยชน์ สร้างแรงบันดาลใจให้กับผู้คน จึงอยากแชร์เรื่องราวและแนวคิดที่ทำให้ “ธรรมชาติ” กลับมาเป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์ธุรกิจและสร้างความสุขให้กับผู้คนอีกครั้ง 

SO เปิดตัว “MOBIX” แพลตฟอร์มบริหาร “คน-รถ-งาน” ในระบบเดียว

MOBIX Fleet Management ระบบบริหารรถและพฤติกรรมการขับขี่

บมจ.สยามราชธานี หรือ SO เปิดตัว “MOBIX” แพลตฟอร์มบริหารจัดการคน รถยนต์ และงานนอกสถานที่สำหรับองค์กร เชื่อมโยงข้อมูลการทำงานภาคสนามไว้ในระบบเดียว ตั้งแต่การบริหารรถ การมอบหมายงาน การติดตามการเดินทางและพฤติกรรมการขับขี่ ไปจนถึงข้อมูลค่าใช้จ่าย ช่วยให้องค์กรสามารถมองเห็นการดำเนินงาน วิเคราะห์ต้นทุน และบริหารทรัพยากรได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น ตอกย้ำทิศทางการเปลี่ยนผ่านของ SO จากผู้ให้บริการ Outsourcing สู่การเป็น Strategic Operations Partner ที่ผสาน People, Technology และ Process เพื่อสนับสนุนการเติบโตของลูกค้าในระยะยาว

นางสาวกัณธิมา แจ้งวันสุข ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท สยามราชธานี จำกัด (มหาชน) หรือ SO เปิดเผยว่า บริษัทเดินหน้าต่อยอดความเชี่ยวชาญด้านการบริหารบุคลากรและรถยนต์ ด้วยการนำเทคโนโลยีเข้ามาช่วยยกระดับกระบวนการทำงานของลูกค้าองค์กร ล่าสุดได้พัฒนา MOBIX เพื่อเชื่อมการบริหาร “คน รถยนต์ และงาน” เข้าด้วยกัน ช่วยให้องค์กรสามารถติดตามและจัดการข้อมูลจากการปฏิบัติงานจริงได้อย่างเป็นระบบมากขึ้น

MOBIX รองรับการบริหารตั้งแต่ข้อมูลรถและการใช้งาน การติดตามเส้นทางและตำแหน่ง การบริหารคนขับและพฤติกรรมการขับขี่ การบำรุงรักษารถยนต์ ไปจนถึงการติดตามงานภาคสนาม โดยพนักงานหรือคนขับสามารถรับและบันทึกงานผ่าน Mobile Application ขณะที่ผู้ดูแลสามารถติดตามภาพรวมผ่าน Web Platform ทำให้ข้อมูลที่เคยกระจัดกระจายอยู่หลายส่วนสามารถนำมาเชื่อมโยงและใช้ประกอบการบริหารจัดการได้จากระบบเดียว

Fleet Management

นอกจากนี้ MOBIX ยังช่วยจัดเก็บและเชื่อมโยงข้อมูลสำคัญจากการปฏิบัติงาน ทั้งประวัติการเดินทาง จุดแวะระหว่างปฏิบัติงาน Activity Log และ Driver Score เพื่อให้องค์กรสามารถมองเห็นภาพการทำงานและการใช้รถได้ละเอียดมากขึ้น โดยระบบสามารถติดตามพฤติกรรมการขับขี่ระหว่างการเดินทาง เช่น การใช้ความเร็ว การเร่งและเบรก รวมถึงการเข้าโค้ง พร้อมแจ้งเตือนผู้ขับขี่เมื่อพบพฤติกรรมที่อาจเพิ่มความเสี่ยง เช่น การใช้ความเร็วเกินกำหนด หรือการเข้าโค้งด้วยแรงเหวี่ยงสูง พร้อมแนะนำให้ผู้ขับขี่ปรับความเร็วให้เหมาะสม ช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถรับรู้และปรับพฤติกรรมได้ตั้งแต่ระหว่างการเดินทาง

ข้อมูลที่เกิดขึ้นในแต่ละเที่ยวจะถูกนำมาประมวลผลเพื่อแสดง Driver Score และรายละเอียดพฤติกรรมการขับขี่ในแต่ละด้าน พร้อมระบุตำแหน่งของเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นบนเส้นทาง ทำให้ทั้งผู้ขับขี่และผู้ดูแล Fleet สามารถย้อนดูได้ว่าเหตุการณ์เกิดขึ้นที่ไหนและมีพฤติกรรมใดที่ควรปรับปรุง ข้อมูลเหล่านี้จึงไม่ได้มีบทบาทเพียงเพื่อการติดตาม แต่ยังสามารถนำมาใช้ประกอบการดูแลความปลอดภัย พัฒนามาตรฐานการขับขี่ และวางแนวทางพัฒนาผู้ขับขี่ขององค์กรได้อย่างเป็นระบบ

MOBIX ยังรองรับการจัดการข้อมูลค่าเชื้อเพลิง โดยนำเทคโนโลยี Optical Character Recognition (OCR) มาช่วยอ่านข้อมูลจากใบเสร็จ ลดขั้นตอนการบันทึกข้อมูลด้วยมือ และช่วยให้องค์กรสามารถนำข้อมูลค่าใช้จ่ายมาวิเคราะห์ร่วมกับระยะทาง การใช้รถ และพฤติกรรมการขับขี่ เพื่อมองเห็นทั้งต้นทุนและประสิทธิภาพของ Fleet ในภาพเดียวได้ละเอียดมากขึ้น

การพัฒนา MOBIX เกิดขึ้นท่ามกลางความท้าทายของภาคธุรกิจที่ต้องบริหารทั้งต้นทุน กำลังคน ความปลอดภัย และทรัพยากรให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด โดยเฉพาะองค์กรที่มีพนักงาน รถยนต์ หรือทีมปฏิบัติงานกระจายอยู่หลายพื้นที่ ซึ่งข้อมูลมักเกิดขึ้นจากหลายแหล่งและแยกออกจากกัน การนำข้อมูลของ คน รถ งาน การเดินทาง พฤติกรรมการขับขี่ และค่าใช้จ่าย มาเชื่อมโยงไว้บนแพลตฟอร์มเดียว จึงช่วยลดความซ้ำซ้อนในการทำงาน พร้อมทำให้ผู้บริหารเห็นภาพการดำเนินงานได้ครบถ้วนมากขึ้น และสามารถนำข้อมูลจริงจากหน้างานมาใช้ประกอบการตัดสินใจได้อย่างเป็นระบบ

Fleet Management

SO จึงวางตำแหน่ง MOBIX ให้มากกว่าระบบติดตามรถหรือระบบ Fleet Management ทั่วไป แต่เป็น Enterprise Vehicle & Fleet Operations Management Platform ที่เชื่อมการบริหารสินทรัพย์เข้ากับการปฏิบัติงานจริง ช่วยให้องค์กรตอบคำถามได้ไม่เพียงว่า “รถอยู่ที่ไหน” แต่สามารถมองต่อไปถึงว่า รถแต่ละคันถูกนำไปใช้กับงานอะไร ใครเป็นผู้ปฏิบัติงาน มีต้นทุนอย่างไร และข้อมูลเหล่านั้นสามารถนำไปพัฒนาการดำเนินงานขององค์กรได้อย่างไร

แพลตฟอร์มยังได้รับการออกแบบให้มีความยืดหยุ่นในการใช้งาน โดยองค์กรสามารถเริ่มต้นจากหน่วยงานหรือ Use Case ที่มีความต้องการก่อน เช่น การบริหารรถส่วนกลาง ทีมขาย ทีมช่างบริการ หรือพนักงานภาคสนาม ก่อนขยายการใช้งานไปยังหน่วยงาน พื้นที่ หรือบริษัทอื่นภายในกลุ่มธุรกิจ ซึ่งสอดคล้องกับแนวทางของ SO ที่ต้องการให้โซลูชันสามารถเติบโตไปพร้อมกับการดำเนินธุรกิจของลูกค้า

สำหรับ SO การพัฒนา MOBIX ถือเป็นอีกหนึ่งก้าวในการต่อยอดธุรกิจจากฐานความเชี่ยวชาญด้าน Outsourcing สู่บริการด้าน Technology Solution โดยบริษัทมองว่าเทคโนโลยีจะมีบทบาทสำคัญมากขึ้นในการช่วยองค์กรลดภาระงาน เพิ่มความโปร่งใสในการบริหาร และเปลี่ยนข้อมูลที่เกิดขึ้นจากการปฏิบัติงานประจำวันให้เป็นข้อมูลที่สามารถนำไปใช้ตัดสินใจทางธุรกิจได้

ขณะเดียวกัน ธุรกิจ Technology Solution ยังเปิดโอกาสให้ SO พัฒนาโครงสร้างรายได้ที่หลากหลาย ทั้งรายได้จากการให้บริการในรูปแบบสมาชิกอย่างต่อเนื่อง หรือ Subscription Recurring Revenue ตลอดจนรายได้จากการติดตั้ง พัฒนา และขยายระบบตามความต้องการของลูกค้าองค์กร ซึ่งสามารถต่อยอดจากฐานลูกค้าปัจจุบันและขยายไปยังกลุ่มลูกค้าใหม่ได้ในอนาคต

“MOBIX เกิดขึ้นจาก Pain Point ที่เราเห็นจากการบริหารคน รถยนต์ และการทำงานจริงขององค์กร เราจึงนำความเชี่ยวชาญที่ SO มีมาต่อยอดเป็นโซลูชั่นที่ช่วยเปลี่ยนข้อมูลจากหน้างาน ที่มองเห็นได้ยาก ให้กลายเป็นข้อมูลที่สามารถนำมาบริหารจัดการได้ เป้าหมายของเราไม่ใช่เพียงสร้างระบบติดตามรถ แต่ต้องการเชื่อมคน รถ และงานเข้าด้วยกัน เพื่อช่วยลูกค้าลดความซ้ำซ้อน ควบคุมต้นทุน และตัดสินใจได้จากข้อมูลจริง ซึ่งเป็นอีกก้าวสำคัญของ SO ในการเปลี่ยนจากผู้ให้บริการ Outsourcing ไปสู่ Strategic Operations Partner ที่สร้างคุณค่าผ่านการผสาน People, Technology และ Process และสามารถเติบโตไปพร้อมกับลูกค้าในระยะยาว” นางสาวกัณธิมา กล่าว

ศึกษาข้อมูลเพิ่มเติม คลิก : www.mobix-360.com

ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ MOBIX และ Fleet Management

MOBIX คือแพลตฟอร์มสำหรับบริหาร คน รถยนต์ และงานภาคสนาม

ทีมีการเชื่อมข้อมูลการใช้รถ ผู้ขับขี่ การเดินทาง และการปฏิบัติงานไว้ในระบบเดียว เพื่อช่วยให้ผู้บริหารมองเห็นการดำเนินงานและนำข้อมูลไปใช้ประกอบการบริหารต้นทุน ประสิทธิภาพ และทรัพยากรได้ดีขึ้น Draft SO เปิดตัว MOBIX

 

Fleet Management

หรือระบบบริหารจัดการยานพาหนะ คือการบริหารรถ คนขับ การใช้งาน การเดินทาง การบำรุงรักษา ค่าใช้จ่าย และข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับรถขององค์กร เพื่อช่วยให้สามารถควบคุมต้นทุน เพิ่มประสิทธิภาพการใช้รถ และบริหารความปลอดภัยได้อย่างเป็นระบบ

MOBIX พัฒนาแนวคิด Fleet Management ไปอีกขั้น ด้วยการเชื่อมข้อมูล “คน รถ และงาน” เข้าด้วยกัน ทำให้องค์กรไม่ได้เห็นเพียงตำแหน่งของรถ แต่สามารถมองเห็นความสัมพันธ์ระหว่างรถ ผู้ขับขี่ งานที่ได้รับมอบหมาย เส้นทาง และข้อมูลค่าใช้จ่ายจากการปฏิบัติงานจริง 

ระบบ GPS Tracking โดยทั่วไปเน้นการติดตามตำแหน่งและเส้นทางของรถ ขณะที่ MOBIX เชื่อมข้อมูลการเดินทางเข้ากับการบริหารงาน คนขับ และข้อมูลของรถแต่ละคัน

ระบบสามารถจัดเก็บประวัติการเดินทาง Activity Log ติดตามพฤติกรรมการขับขี่ และประมวลผลเป็น Driver Score เพื่อให้ผู้ดูแล Fleet สามารถตรวจสอบเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นระหว่างการเดินทาง และนำข้อมูลไปใช้พัฒนามาตรฐานการขับขี่และความปลอดภัยขององค์กรได้

MOBIX สามารถติดตามข้อมูลพฤติกรรมการขับขี่ เช่น การใช้ความเร็ว การเร่ง การเบรก และการเข้าโค้ง พร้อมแจ้งเตือนผู้ขับขี่เมื่อพบพฤติกรรมที่อาจเพิ่มความเสี่ยง
ข้อมูลจากแต่ละเที่ยวสามารถนำมาวิเคราะห์เป็น Driver Score และแสดงตำแหน่งของเหตุการณ์บนเส้นทาง ช่วยให้องค์กรมีข้อมูลสำหรับพัฒนาผู้ขับขี่ ลดความเสี่ยง และยกระดับมาตรฐานการบริหารรถองค์กร

FAQ คำถามที่พบบ่อย

ระบบ Fleet Management สำหรับองค์กร เหมาะกับธุรกิจที่มีรถบริษัท รถส่วนกลาง ทีมขาย ทีมช่างบริการ ทีมจัดส่ง หรือพนักงานที่ต้องปฏิบัติงานนอกสถานที่ โดยเฉพาะองค์กรที่มีรถและทีมงานกระจายอยู่หลายพื้นที่ และต้องการนำข้อมูลการปฏิบัติงานมาใช้ในการบริหารต้นทุน ความปลอดภัย และประสิทธิภาพ

MOBIX สามารถเริ่มใช้งานจากหน่วยงานหรือ Use Case ที่มีความต้องการก่อน และขยายการใช้งานตามจำนวนรถ บุคลากร พื้นที่ หรือการเติบโตขององค์กรได้

การบริหาร Fleet ไม่ได้มีเพียงค่าเช่าหรือค่าซื้อรถ แต่ยังมีต้นทุนจากน้ำมัน การซ่อมบำรุง การใช้งานรถ ระยะทาง และพฤติกรรมการขับขี่
MOBIX ช่วยเชื่อมข้อมูลเหล่านี้เข้าด้วยกัน รวมถึงใช้เทคโนโลยี Optical Character Recognition หรือ OCR ช่วยอ่านข้อมูลจากใบเสร็จค่าเชื้อเพลิง ทำให้องค์กรสามารถนำข้อมูลค่าใช้จ่ายมาวิเคราะห์ร่วมกับข้อมูลการเดินทางและการใช้รถ เพื่อมองเห็นต้นทุนและประสิทธิภาพของ Fleet ได้ละเอียดขึ้น

MOBIX สามารถนำข้อมูลจากการเดินทางมาวิเคราะห์พฤติกรรมการขับขี่ เช่น การใช้ความเร็ว การเร่งและเบรก รวมถึงลักษณะการเข้าโค้ง พร้อมบันทึกเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในแต่ละเที่ยว

ข้อมูลเหล่านี้ช่วยให้ผู้ดูแลสามารถย้อนดูได้ว่าเหตุการณ์เกิดขึ้นบริเวณใดและมีพฤติกรรมใดที่ควรติดตามหรือพัฒนาเพิ่มเติม

ได้ MOBIX สามารถแจ้งเตือนเมื่อพบพฤติกรรมที่อาจเพิ่มความเสี่ยง เช่น การใช้ความเร็วเกินกำหนดหรือการเข้าโค้งแรง พร้อมแนะนำให้ผู้ขับขี่ปรับพฤติกรรม เช่น ลดความเร็วก่อนเข้าโค้ง

จุดประสงค์คือทำให้ข้อมูลไม่ได้ถูกนำมาใช้เพียงเพื่อตรวจสอบย้อนหลัง แต่สามารถเป็น Feedback ให้ผู้ขับขี่รับรู้และปรับพฤติกรรมระหว่างการเดินทางได้ด้วย

Driver Score คือข้อมูลสรุปที่ช่วยให้องค์กรเห็นภาพพฤติกรรมการขับขี่ของแต่ละเที่ยวหรือแต่ละผู้ขับขี่จากเหตุการณ์ที่ระบบตรวจพบ

ผู้ดูแลสามารถใช้ Driver Score ร่วมกับข้อมูลเส้นทางและ Activity ต่าง ๆ เพื่อระบุประเด็นที่ควรพัฒนา ใช้ประกอบการ Coaching ผู้ขับขี่ และช่วยยกระดับมาตรฐานด้านความปลอดภัยของ Fleet ได้อย่างเป็นระบบ

MOBIX ไม่ได้ลดต้นทุนโดยอัตโนมัติ แต่ช่วยให้องค์กรมี ข้อมูลจริงสำหรับมองเห็นและบริหารต้นทุนได้ดีขึ้น

เมื่อข้อมูลการใช้รถ ระยะทาง พฤติกรรมการขับขี่ งาน และค่าเชื้อเพลิงถูกนำมาดูร่วมกัน ผู้บริหารสามารถมองเห็นจุดที่ควรปรับปรุง ลดขั้นตอนการทำงานซ้ำซ้อน และวางแผนการใช้คนและทรัพยากรได้แม่นยำขึ้น ซึ่งเป็นหนึ่งในวัตถุประสงค์หลักของการพัฒนา MOBIX

MOBIX ถูกออกแบบให้รองรับทั้งสองฝั่งของการปฏิบัติงาน ได้แก่ ผู้ขับขี่หรือพนักงานภาคสนาม ที่ใช้งานผ่าน Mobile Application และ ผู้ดูแล Fleet หรือทีม Operations ที่ต้องการมองเห็นภาพรวมและข้อมูลจากการปฏิบัติงาน

ทำให้ข้อมูลจากคนที่อยู่หน้างานสามารถกลับมาเป็นข้อมูลสำหรับผู้บริหารและทีมที่ดูแล Operations ได้

กิจกรรมองค์กร SO Outsourcing บริษัท สยามราชธานี จำกัด (มหาชน)

Writer : Thanatwarit Phalinratthanadet

Digital and Marketing Communication. : SO-Siamrajathanee Plc.
Follow : Linkedin - Thanatwarit.p 

นักการตลาดดิจิทัล มีประสบการณ์การทำ Marketing Communication มากกว่า 5 ปี เชื่อว่าคอนเทนท์ที่ดีต้องมีประโยชน์ สร้างแรงบันดาลใจให้กับผู้คน จึงอยากแชร์เรื่องราวและแนวคิดที่ทำให้ “ธรรมชาติ” กลับมาเป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์ธุรกิจและสร้างความสุขให้กับผู้คนอีกครั้ง 

ทีมงาน SO Outsourcing บริษัท สยามราชธานี จำกัด (มหาชน)

WORKFORCE OUTSOURCING

จัดหาพนักงานมืออาชีพ

บริหารบุคลากร ติดต่อเรา ⬈
ทีมงาน SO Outsourcing บริษัท สยามราชธานี จำกัด (มหาชน)

VEHICLE RENTAL AND MAINTENANCE

บริการเช่ารถยนต์หลากหลายประเภท

เช่ารถสำหรับองค์กร ติดต่อเรา ⬈
ทีมงาน SO Outsourcing บริษัท สยามราชธานี จำกัด (มหาชน)

LANDSCAPE MANAGEMENT

ดูแลพื้นที่สวนสวยงามเกิน 1,000 ไร่

บริหารพื้นที่สีเขียว ติดต่อเรา ⬈
ทีมงาน SO Outsourcing บริษัท สยามราชธานี จำกัด (มหาชน)

WASTE MANAGEMENT

บริการกำจัดขยะอุตสาหกรรม

จัดการขยะอันตราย ติดต่อเรา ⬈
ทีมงาน SO Outsourcing บริษัท สยามราชธานี จำกัด (มหาชน)

DATA ENTRY AND DIGITIZATION

คัดแยก สแกน บันทึก ตรวจสอบข้อมูล

บริหารข้อมูล ติดต่อเรา ⬈
ทีมงาน SO Outsourcing บริษัท สยามราชธานี จำกัด (มหาชน)

WORKFLOW PLATFORM

ระบบเวิร์กโฟลว์และกระบวนการอัตโนมัติ

บริหารข้อมูล ติดต่อเรา ⬈

SO ร่วมส่งต่อความห่วงใย สนับสนุน 100,000 บาท ในกิจกรรม Global Caring Month

โรงเรียนบ้านห้วยปราบ

บริษัท สยามราชธานี จำกัด (มหาชน) หรือ SO ร่วมส่งต่อความห่วงใยและสร้างคุณค่าให้กับสังคม สนับสนุนเงินจำนวน 100,000 บาท ในกิจกรรม Global Caring Month เดือนแห่งการร่วมแบ่งปันและส่งต่อความห่วงใยให้กับชุมชนและสังคม

โดย คุณกัณธิมา แจ้งวันสุข ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท สยามราชธานี จำกัด (มหาชน) เข้าร่วมกิจกรรมพร้อมกับฟอร์ด เครือข่ายพันธมิตร และ SOS ประเทศไทย ณ โรงเรียนบ้านห้วยปราบ จังหวัดระยอง เพื่อร่วมกันสร้างโอกาสและเติมเต็มประสบการณ์การเรียนรู้ให้กับเด็ก ๆ

ร่วมสร้างรอยยิ้มและส่งเสริมโอกาสทางการศึกษา

ภายในงานเต็มไปด้วยรอยยิ้มและบรรยากาศแห่งความอบอุ่น ผ่านกิจกรรมสร้างสรรค์ร่วมกับน้อง ๆ การจัดเตรียมอาหารกลางวัน รวมถึงการส่งมอบอุปกรณ์สนับสนุนการศึกษา เพื่อเติมความสุขและช่วยส่งเสริมการเรียนรู้ให้กับเด็ก ๆ

กิจกรรมครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงพลังของความร่วมมือระหว่างภาคธุรกิจ พันธมิตร และสังคม ที่สามารถร่วมกันสร้างผลกระทบเชิงบวกและต่อยอดโอกาสให้กับเยาวชนได้อย่างเป็นรูปธรรม

SO เดินหน้าธุรกิจควบคู่การสร้างคุณค่าให้สังคม

สำหรับ SO การดำเนินธุรกิจไม่ได้มุ่งเพียงการสร้างการเติบโตให้กับองค์กร แต่ยังให้ความสำคัญกับการมีส่วนร่วมในการสร้างคุณค่าให้กับชุมชนและสังคมอย่างต่อเนื่อง

เพราะ พลังของความร่วมมือไม่ได้ขับเคลื่อนเพียงธุรกิจ แต่ยังสามารถส่งต่อโอกาส ความห่วงใย และสร้างคุณค่าให้สังคมเติบโตไปพร้อมกัน

SO ร่วมงาน WORKTech Asia 2026 ตอกย้ำบทบาท Strategic Operations Partner

Strategic Operations Partner

บริษัท สยามราชธานี จำกัด (มหาชน) หรือ SO ร่วมออกบูธภายในงาน WORKTech Asia 2026 – Enterprise Solution Summit & Expo เมื่อวันที่ 2 กันยายน 2569 ณ BHIRAJ HALL 2–3, BITEC BURI พร้อมนำเสนอแนวคิดการยกระดับจากผู้ให้บริการ Outsourcing สู่การเป็น Strategic Operations Partner ที่มุ่งสร้างผลลัพธ์ให้แก่องค์กรอย่างเป็นระบบ

เชื่อม People, Process และ Technology ให้ทำงานร่วมกัน

ภายในงาน ทีม SO ได้เปิดพื้นที่พูดคุยและแลกเปลี่ยนมุมมองกับผู้บริหารและตัวแทนจากหลากหลายองค์กร เพื่อทำความเข้าใจโจทย์ด้านการบริหารงาน พร้อมนำเสนอแนวทางเชื่อมโยงองค์ประกอบสำคัญทั้ง 3 ด้าน ได้แก่

  • People การบริหารบุคลากรให้เหมาะกับลักษณะงานและเป้าหมายขององค์กร
  • Process การออกแบบและพัฒนากระบวนการทำงานให้มีมาตรฐาน ลดความซ้ำซ้อน และติดตามผลได้
  • Technology การนำเทคโนโลยีและข้อมูลเข้ามาสนับสนุนการทำงาน เพื่อเพิ่มความรวดเร็วและช่วยให้การบริหารจัดการมีประสิทธิภาพมากขึ้น

การทำงานร่วมกันของทั้ง 3 องค์ประกอบ ช่วยให้องค์กรไม่ได้เพียงมีบุคลากรเข้ามาปฏิบัติงาน แต่มีระบบการทำงานที่คล่องตัว สามารถปรับให้เหมาะกับบริบทของธุรกิจ และเชื่อมโยงไปสู่ผลลัพธ์ที่องค์กรต้องการได้อย่างชัดเจนยิ่งขึ้น

จากผู้ให้บริการ Outsourcing สู่พันธมิตรด้านการบริหารงาน

บทบาทของ SO ในฐานะ Strategic Operations Partner จึงไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการจัดหาหรือบริหารบุคลากร แต่ครอบคลุมถึงการร่วมวิเคราะห์ปัญหา ออกแบบแนวทางการทำงาน และนำกระบวนการกับเทคโนโลยีเข้ามาช่วยยกระดับประสิทธิภาพการดำเนินงาน

ภายใต้แนวคิด All Solutions, One Outsource SO พร้อมทำงานร่วมกับลูกค้าในฐานะพันธมิตร เพื่อพัฒนาโซลูชันที่สอดคล้องกับความต้องการของแต่ละองค์กร ทั้งด้านการบริหารต้นทุน การเพิ่มประสิทธิภาพ และการเตรียมความพร้อมสำหรับการเปลี่ยนแปลงของโลกการทำงาน

เปิดมุมมองใหม่ของการทำงานในยุค AI

WORKTech Asia 2026 เป็นพื้นที่รวบรวมผู้บริหาร ผู้เชี่ยวชาญ และผู้ให้บริการโซลูชันสำหรับองค์กร เพื่อแลกเปลี่ยนความรู้ด้าน Future of Work, AI, HR Technology และการเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน

การเข้าร่วมงานครั้งนี้สะท้อนทิศทางของ SO ในการเดินหน้าพัฒนาบริการจากการบริหารงานตามขอบเขต ไปสู่การร่วมออกแบบระบบปฏิบัติการที่เชื่อมโยงคน กระบวนการ และเทคโนโลยี เพื่อช่วยให้องค์กรทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ คล่องตัว และพร้อมรับการเปลี่ยนแปลงในอนาคต

บุคลากร SO Outsourcing บริษัท สยามราชธานี จำกัด (มหาชน)

Writer : Wanvisa Mueansri 

Digital and Marketing Communication : SO-Siamrajathanee Plc.
Follow : Linkedin - Wanvisa 

นักการตลาดดิจิทัลสาย Marketing Communication ที่อยู่เบื้องหลังกลยุทธ์ออนไลน์ ของผู้ให้บริการ
รถเช่าสำหรับองค์กรชั้นนำ และหน่วยงานภาครัฐ ด้วยประสบการณ์มากกว่า 5 ปี
เชี่ยวชาญการวางแผนแคมเปญ การวิเคราะห์ข้อมูล และการเล่าเรื่องแบรนด์ให้ตรงใจกลุ่มเป้าหมาย
"เชื่อว่าการตลาดที่ดี ไม่ใช่แค่ดึงดูด แต่ต้องสร้างความเชื่อมั่นให้กับองค์กรคู่ค้าในระยะยาว"

SO ตอกย้ำธรรมาภิบาล คว้า 100 คะแนนเต็ม AGM Checklist ต่อเนื่อง 3 ปี

AGM Checklist

[แถว]

SO ตรวจผลประเมิน AGM Checklist ปี 2569 ควบคุม 100 ต่อเนื่องเป็นปีที่ 3

บริษัท สยามราชธานี จำกัด (มหาชน) หรือเพื่อให้ผลการวิจัยคุณภาพการประชุมสามัญผู้ถือหุ้น รายการตรวจสอบ AGM ประจำปี 2569 ต่อเนื่อง 100 ในระดับ “ดีเยี่ยมที่จะเห็น” จากสมาคมส่งเสริมผู้ลงทุนไทยอย่างต่อเนื่องเป็นปี 3

รายงานให้เห็นถึงการสังเกตของ SO ในแผงควบคุมตามการควบคุมกิจการที่ดีโดยให้เชื่อถือข้อมูลและการปฏิบัติตามการปฏิบัติของผู้ถือหุ้นอย่างเท่าเทียมกับการที่ผู้บริโภคใช้สิทธิและการตัดสินใจในวาระสำคัญที่รับผิดชอบต่อ

รายการตรวจสอบ AGM เป็นโครงการประเมินคุณภาพการติดตามการประชุมสามัญผู้ถือหุ้นและการพิจารณาโดยการพิจารณาทั้งองค์กรที่บริษัทต้องปฏิบัติตามกฎหมายและแนวปฏิบัติที่ดีตามหลักบรรษัทภิบาลเพื่อส่งเสริมให้การประชุมผู้ถือหุ้นรับฟังประสิทธิภาพสูงและการปฏิบัติตามสิทธิของผู้ถือหุ้น

การได้รับคะแนนเต็มต่อเนื่องเป็นวันที่ 3 การรวบรวมข้อมูลภาพรวมประสิทธิภาพตามการประชุมผู้ถือหุ้นส่วนหัวของความต่อเนื่องอย่างต่อเนื่องการควบคุมมาตรฐานด้านธรรมาภิบาลของ SO สร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้ถือหุ้น นักลงทุนระบบควบคุมได้เสียทุกภาคส่วนพร้อมกับการพัฒนาองค์กรให้เติบโตอย่างมั่นคงและวิจัย

[/row]

ติดต่อ นักลงทุนสัมพันธ์

คุณอรชร บรรลือทรัพย์

@ LINE : So.IR โทร 084-324-3083

หมายเหตุ : ข้อมูลติดต่อสำหรับนักลงทุนสัมพันธ์เท่านั้น เรื่องอื่นไม่สามารถให้ข้อมูลได้

บุคลากร SO Outsourcing บริษัท สยามราชธานี จำกัด (มหาชน)

Writer : Wanvisa Mueansri 

Digital and Marketing Communication : SO-Siamrajathanee Plc.
Follow : Linkedin - Wanvisa 

นักการตลาดดิจิทัลสาย Marketing Communication ที่อยู่เบื้องหลังกลยุทธ์ออนไลน์ ของผู้ให้บริการ
รถเช่าสำหรับองค์กรชั้นนำ และหน่วยงานภาครัฐ ด้วยประสบการณ์มากกว่า 5 ปี
เชี่ยวชาญการวางแผนแคมเปญ การวิเคราะห์ข้อมูล และการเล่าเรื่องแบรนด์ให้ตรงใจกลุ่มเป้าหมาย
"เชื่อว่าการตลาดที่ดี ไม่ใช่แค่ดึงดูด แต่ต้องสร้างความเชื่อมั่นให้กับองค์กรคู่ค้าในระยะยาว"

SO ปันผลระหว่างกาล 0.18 บาท/หุ้น โชว์งบ 6 เดือน กำไร 102.92 ลบ. รายได้รวม 1,430.24 ลบ

Eernnings Call

บริษัท สยามราชธานี จำกัด (มหาชน) หรือ SO เดินหน้ายกระดับบทบาทจาก Service Provider สู่ Strategic Operations Partner มุ่งเป็นพันธมิตรที่ช่วยบริหารงานปฏิบัติการ และสร้างผลลัพธ์ทางธุรกิจให้แก่ลูกค้า พร้อมประกาศผลการดำเนินงานงวด 6 เดือนแรกปี 2569 มีรายได้รวม 1,430.24 ล้านบาท และกำไรสุทธิ 102.92 ล้านบาท ขณะที่คณะกรรมการบริษัทมีมติอนุมัติจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลในอัตรา 0.18 บาทต่อหุ้น พร้อมอัปเดตความคืบหน้าโครงการ JUMP+ และแผนขยายโอกาสทางธุรกิจของ FilesDay โซลูชันบริหารจัดการเอกสารและ Compliance ด้วย AI

นางสาวกัณธิมา แจ้งวันสุข ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท สยามราชธานี จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า โลกธุรกิจปัจจุบันต้องเผชิญทั้งความผันผวนทางเศรษฐกิจ ต้นทุนที่เพิ่มสูงขึ้น เทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว และปัญหาการขาดแคลนแรงงาน ทำให้องค์กรไม่จำเป็นต้องดำเนินงานทุกด้านด้วยตนเอง แต่ต้องการพันธมิตรที่เข้าใจธุรกิจ ช่วยยกระดับประสิทธิภาพ และสามารถปรับตัวเติบโตไปพร้อมกันได้

“SO กำลังก้าวจากการเป็น Outsourcing Service Provider สู่ Strategic Operations Partner โดยเปลี่ยนจากการให้บริการตามขอบเขตงานหรือรอรับคำสั่ง ไปสู่การทำงานเชิงรุกที่มุ่งเน้นผลลัพธ์ทางธุรกิจ นำบุคลากร กระบวนการ และเทคโนโลยีมาทำงานร่วมกัน เพื่อช่วยให้ลูกค้าลดต้นทุน เพิ่มประสิทธิภาพ และสามารถคาดการณ์ผลลัพธ์ของงานได้ชัดเจนยิ่งขึ้น” นางสาวกัณธิมากล่าว

SO มีประสบการณ์ด้านการให้บริการมากกว่า 50 ปี ผ่านการบริหารพนักงานมากกว่า 50,000 คน ให้บริการลูกค้าชั้นนำกว่า 1,000 ราย และบริหารสัญญามากกว่า 1,000 สัญญา โดยมีอัตราการรักษาฐานลูกค้ามากกว่า 90% ประสบการณ์ดังกล่าวถือเป็นฐานสำคัญในการต่อยอดจากบริการที่ใช้แรงงานเป็นหลัก ไปสู่บริการที่ขับเคลื่อนด้วยโซลูชันและเทคโนโลยี เพื่อสร้างผลลัพธ์ที่เชื่อถือได้และสามารถขยายผลตามการเติบโตของลูกค้า

บอร์ดอนุมัติปันผลระหว่างกาล 0.18 บาทต่อหุ้น

คณะกรรมการบริษัทมีมติอนุมัติจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลสำหรับผลการดำเนินงานระหว่างวันที่ 1 มกราคม–30 มิถุนายน 2569 ในอัตรา 0.18 บาทต่อหุ้น โดยกำหนดขึ้นเครื่องหมาย XD ในวันที่ 27 สิงหาคม 2569 กำหนดรายชื่อผู้ถือหุ้นที่มีสิทธิได้รับเงินปันผล หรือ Record Date ในวันที่ 28 สิงหาคม 2569 และกำหนดจ่ายเงินปันผลในวันที่ 10 กันยายน 2569

สำหรับผลการดำเนินงานงวด 6 เดือนแรกปี 2569 บริษัทมีรายได้รวม 1,430.24 ล้านบาท แบ่งเป็นรายได้ค่าบริหารจัดการบุคลากร 1,136.75 ล้านบาท และรายได้ค่าเช่าและบริการ 293.49 ล้านบาท มีกำไรขั้นต้น 231.26 ล้านบาท และกำไรสุทธิ 102.92 ล้านบาท

ข้อมูลที่นำเสนอในงาน Eernnings Call (OPPDAY) ยังแสดงให้เห็นว่า บริษัทมีกำไรสุทธิจากการดำเนินงาน 92.7 ล้านบาท ขณะที่กำไรจากการขายรถอยู่ที่ 10.3 ล้านบาท เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนซึ่งมีกำไรจากการขายรถ 41.1 ล้านบาท ส่งผลให้กำไรสุทธิรวมลดลงจาก 138.7 ล้านบาท เป็น 102.9 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม โครงสร้างกำไรส่วนใหญ่ยังคงมาจากการดำเนินงานหลักของบริษัท

ครึ่งปีหลัง SO ยังคงเดินหน้าขยายธุรกิจภายใต้แนวทาง All SOLUTIONS ONE OUTSOURCE เสริมความแข็งแกร่งของธุรกิจ Outsource Service ควบคู่กับ Technology Service เร่งขยายฐานลูกค้าใหม่ในกลุ่มอุตสาหกรรมที่มีศักยภาพ อาทิ ภาคการผลิต พลังงาน โลจิสติกส์ และธุรกิจบริการ พร้อมคงเป้าหมายรายได้ปี 2569 เติบโตประมาณ 10%

โครงการ JUMP+ SMARTOPS 2.0 คืบหน้าแผนปี 2569 แล้ว 54%

ด้านความคืบหน้าภายใต้แผน SMARTOPS 2.0–JUMP+ ข้อมูล ณ วันที่ 14 สิงหาคม 2569 ระบุว่า SO ดำเนินงานตามแผนประจำปี 2569 แล้ว 54% ขณะที่ความคืบหน้าของ Transformation Roadmap ระยะ 3 ปีอยู่ที่ 19% และตั้งเป้าดำเนินการให้ได้ 35% ภายในสิ้นปี 2569

ระบบสำคัญบางส่วนดำเนินการแล้วเสร็จ 100% อาทิ ระบบสนับสนุนงานธุรการและการบริหารเงินสำรองของหน่วยงาน ระบบตรวจสอบรถสำหรับ Fix Services ระบบจัดซื้อ และระบบจัดซื้อ–รับของ–เจ้าหนี้การค้า ขณะที่ระบบอื่นอยู่ระหว่างพัฒนาตาม Roadmap เพื่อเชื่อมโยงข้อมูล ลดขั้นตอนการทำงาน และเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารงานภายในองค์กร

ความคืบหน้าดังกล่าวไม่เพียงเป็นการ Transformation ระบบภายในของ SO แต่ยังช่วยเสริมความพร้อมในการนำกระบวนการ เทคโนโลยี และองค์ความรู้ไปพัฒนาบริการที่สามารถสร้างผลลัพธ์ให้แก่ลูกค้าได้อย่างเป็นระบบ รองรับบทบาท Strategic Operations Partner ในระยะยาว

เปิดโอกาสเติบโต FilesDay จับตลาดเป้าหมาย 2.16 พันล้านบาท

อีกหนึ่งโอกาสสำคัญของ SO คือ FilesDay ภายใต้ธุรกิจ SO NEXT ซึ่งพัฒนาในรูปแบบ Smart Document Compliance by AI เพื่อช่วยองค์กรบริหารจัดการเอกสารและกระบวนการอนุมัติอย่างครบวงจร ตั้งแต่การนำเข้า จัดเก็บ ค้นหา ควบคุมเวอร์ชัน จัดทำ Workflow ลงนามอิเล็กทรอนิกส์ กำหนดสิทธิ์การเข้าถึง ตลอดจนใช้ OCR และ AI ช่วยค้นหา อ่าน และวิเคราะห์ข้อมูล โดยสามารถตรวจสอบประวัติย้อนหลังผ่าน Audit Trail ได้

SO ประเมินว่าตลาดเป้าหมายของ FilesDay ในประเทศไทยมีมูลค่าประมาณ 2.16 พันล้านบาท กระจายอยู่ใน 6 กลุ่มอุตสาหกรรม ได้แก่ ภาคการผลิต ภาครัฐ องค์กรขนาดใหญ่และค้าปลีก การเงิน พลังงานและสาธารณูปโภค และรัฐวิสาหกิจ โดยภาคการผลิตและภาครัฐมีสัดส่วนรวมกันเกือบ 75% ของโอกาสทางการตลาดทั้งหมด

บริษัทตั้งเป้าสร้างรายได้จาก FilesDay จำนวน 50 ล้านบาทในปี 2570 หรือคิดเป็นส่วนแบ่งตลาดประมาณ 2.3% ในระยะแรก โดยรายได้จะมาจากทั้งค่าสมาชิกแบบต่อเนื่อง และรายได้จากโครงการติดตั้ง พัฒนา และขยายการใช้งานภายในองค์กร ก่อนต่อยอดฐานลูกค้าและฟังก์ชัน AI & Automation เพื่อรองรับตลาดองค์กรในวงกว้างขึ้น

FilesDay เป็นตัวอย่างที่สะท้อนทิศทางใหม่ของ SO อย่างชัดเจน จากผู้ให้บริการที่รับผิดชอบงานตามขอบเขต ไปสู่พันธมิตรที่เข้าใจปัญหาของลูกค้าและพัฒนาโซลูชันเพื่อแก้ไขปัญหาเหล่านั้นอย่างเป็นระบบ เราจะเดินหน้าพัฒนาขีดความสามารถทั้งด้านบุคลากร กระบวนการ และเทคโนโลยี เพื่อสร้างบริการที่มีมูลค่าเพิ่ม และผลักดันการเติบโตอย่างมั่นคงในระยะยาว

ติดต่อ นักลงทุนสัมพันธ์

คุณอรชร บรรลือทรัพย์

@ LINE : So.IR โทร 084-324-3083

หมายเหตุ : ข้อมูลติดต่อสำหรับนักลงทุนสัมพันธ์เท่านั้น เรื่องอื่นไม่สามารถให้ข้อมูลได้

บุคลากร SO Outsourcing บริษัท สยามราชธานี จำกัด (มหาชน)

Writer : Wanvisa Mueansri 

Digital and Marketing Communication : SO-Siamrajathanee Plc.
Follow : Linkedin - Wanvisa 

นักการตลาดดิจิทัลสาย Marketing Communication ที่อยู่เบื้องหลังกลยุทธ์ออนไลน์ ของผู้ให้บริการ
รถเช่าสำหรับองค์กรชั้นนำ และหน่วยงานภาครัฐ ด้วยประสบการณ์มากกว่า 5 ปี
เชี่ยวชาญการวางแผนแคมเปญ การวิเคราะห์ข้อมูล และการเล่าเรื่องแบรนด์ให้ตรงใจกลุ่มเป้าหมาย
"เชื่อว่าการตลาดที่ดี ไม่ใช่แค่ดึงดูด แต่ต้องสร้างความเชื่อมั่นให้กับองค์กรคู่ค้าในระยะยาว"

SO ร่วมส่งต่อพื้นที่สีเขียว สนับสนุนกิจกรรม “ปลูกป่า ปลูกธรรม ปลูกปัญญา” สู่คุณค่าที่ยั่งยืน

ปลูกป่า

เพราะความยั่งยืนไม่ได้เกิดขึ้นจากสิ่งที่องค์กรตั้งเป้าหมายไว้เพียงอย่างเดียว แต่เริ่มต้นจากการลงมือทำ และการร่วมกันสร้างคุณค่าให้กับสังคมและสิ่งแวดล้อม

บริษัท สยามราชธานี จำกัด (มหาชน) หรือ SO ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุนกิจกรรม “ปลูกป่า ปลูกธรรม ปลูกปัญญา” ซึ่งจัดขึ้นโดยสายงานภาคเหนือ การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (PEA) เมื่อวันที่ 16 สิงหาคม 2569 ณ วัดป่าธรรมวิสุทธิมงคล (วัดหลวงตามหาบัว ญาณสัมปันโน) จังหวัดลพบุรี โดย SO ร่วมบริจาคเงินจำนวน 10,000 บาท เพื่อสนับสนุนการจัดซื้อพรรณไม้และการฟื้นฟูพื้นที่สีเขียว

กิจกรรมครั้งนี้เกิดจากความร่วมมือของผู้บริหาร พนักงาน อดีตผู้บริหาร และผู้ร่วมกิจกรรมกว่า 400 คน โดยสามารถรวบรวมเงินสำหรับจัดซื้อพรรณไม้ได้กว่า 250,000 บาท เพื่อนำไปพัฒนาพื้นที่ภายในวัดให้มีความร่มรื่น เกิดความสมดุลกับธรรมชาติ และเป็นพื้นที่ที่เอื้อต่อการปฏิบัติธรรมและการใช้ประโยชน์ของประชาชนในระยะยาว

ปลูกมากกว่า “ต้นไม้” คือการปลูกคุณค่าที่เติบโตไปพร้อมกัน

แนวคิดของกิจกรรม “ปลูกป่า ปลูกธรรม ปลูกปัญญา” สะท้อนให้เห็นว่า การดูแลสิ่งแวดล้อมไม่จำเป็นต้องแยกออกจากการดูแลผู้คนและสังคม

“ปลูกป่า” คือการช่วยฟื้นฟูและเพิ่มพื้นที่สีเขียว
“ปลูกธรรม” คือการสร้างพื้นที่ที่เอื้อต่อการพัฒนาจิตใจ
และ “ปลูกปัญญา” คือการส่งต่อความตระหนักว่า ธรรมชาติและมนุษย์สามารถเติบโตไปด้วยกันได้

กิจกรรมจึงไม่ได้มุ่งเพียงการปลูกต้นไม้ แต่ยังเชื่อมโยงการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติเข้ากับการสร้างประโยชน์ให้แก่ชุมชนและผู้ที่เข้ามาใช้พื้นที่

จาก ESG สู่การลงมือทำร่วมกับสังคม

สำหรับ SO แนวคิดด้านความยั่งยืนไม่ได้จำกัดอยู่เพียงภายในองค์กร แต่รวมถึงการมีส่วนร่วมกับพันธมิตร ชุมชน และสังคม เพื่อช่วยกันสร้างผลลัพธ์เชิงบวกในระยะยาว

การร่วมสนับสนุนกิจกรรมครั้งนี้จึงเป็นอีกหนึ่งการลงมือทำที่เชื่อมโยงมิติของ Environment และ Social เข้าด้วยกัน ตั้งแต่การสนับสนุนการเพิ่มพื้นที่สีเขียว ไปจนถึงการส่งเสริมพื้นที่เพื่อประโยชน์ของชุมชน

ขณะเดียวกัน แนวคิดดังกล่าวยังสอดคล้องกับทิศทางการดำเนินธุรกิจของ SO GREEN ที่มองการดูแลพื้นที่สีเขียวมากกว่าความสวยงาม แต่ให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการพื้นที่อย่างมีคุณค่าและยั่งยืน

เพราะความยั่งยืนเกิดขึ้นได้ เมื่อทุกฝ่ายช่วยกัน

เงินสนับสนุนจำนวน 10,000 บาท อาจเป็นเพียงส่วนหนึ่งของกิจกรรมในครั้งนี้ แต่เมื่อรวมเข้ากับพลังของทุกภาคส่วน ก็สามารถต่อยอดไปสู่พื้นที่สีเขียวที่สร้างประโยชน์ได้อีกยาวนาน

SO เชื่อว่า การเดินหน้าสู่ความยั่งยืนไม่จำเป็นต้องเริ่มต้นจากโครงการขนาดใหญ่เสมอไป แต่สามารถเริ่มจาก การลงมือทำในสิ่งที่ทำได้ การร่วมมือกับพันธมิตร และการสร้างผลกระทบเชิงบวกอย่างต่อเนื่อง

เพราะทุกต้นไม้ที่ได้รับการดูแลในวันนี้ ไม่ได้เพียงสร้างร่มเงาให้กับพื้นที่ แต่ยังเป็นส่วนหนึ่งของการส่งต่อคุณค่าจากคนรุ่นนี้ไปสู่คนรุ่นต่อไป

SO – All Solutions One Outsource
ร่วมสร้างคุณค่าให้ธุรกิจ ผู้คน สังคม และสิ่งแวดล้อม เติบโตไปด้วยกันอย่างยั่งยืน

อ้างอิงกิจกรรม: ข่าว “กฟภ.ภาคเหนือ ร่วมปลูกป่า-ปลูกธรรม วัดหลวงตามหาบัวลพบุรี สานต่อพื้นที่สีเขียวคู่คุณธรรม” สยามรัฐออนไลน์

ติดต่อ นักลงทุนสัมพันธ์

คุณอรชร บรรลือทรัพย์

@ LINE : So.IR โทร 084-324-3083

หมายเหตุ : ข้อมูลติดต่อสำหรับนักลงทุนสัมพันธ์เท่านั้น เรื่องอื่นไม่สามารถให้ข้อมูลได้

SO ร่วมส่งต่อ “พื้นที่แห่งโอกาส” ให้เด็กพิเศษทองผาภูมิ

ศูนย์การศึกษาพิเศษ

ร่วมงาน Open House และพิธีส่งมอบศูนย์การศึกษาพิเศษ หลังสนับสนุนการก่อสร้างอาคารเรียน

บริษัท สยามราชธานี จำกัด (มหาชน) หรือ SO ร่วมงาน Open House และพิธีส่งมอบ ศูนย์การศึกษาพิเศษประจำจังหวัดกาญจนบุรี หน่วยบริการทองผาภูมิ ซึ่งจัดขึ้นเมื่อวันที่ 1 สิงหาคม 2569 ณ อำเภอทองผาภูมิ จังหวัดกาญจนบุรี หลังจากบริษัทได้ร่วมบริจาคเงินสนับสนุนการก่อสร้างอาคาร เพื่อร่วมสร้างพื้นที่การเรียนรู้ การฝึกทักษะ และการบำบัดสำหรับเด็กพิเศษในพื้นที่

สำหรับเด็กพิเศษ อาคารหนึ่งหลังไม่ได้เป็นเพียงสถานที่สำหรับเรียนหนังสือ แต่ทุกอิฐ ทุกผนัง และทุกห้อง ล้วนเป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาคุณภาพชีวิต ตั้งแต่ห้องฝึกทักษะ ห้องกระตุ้นพัฒนาการ ห้องกายภาพบำบัด ไปจนถึงพื้นที่การเรียนรู้ที่ได้รับการออกแบบให้เหมาะสมกับความต้องการของเด็กแต่ละคน เพื่อให้พวกเขาได้เรียนรู้ ฝึกฝน และเติบโตตามศักยภาพในแบบของตนเอง

ภายในงานมีพิธีทางศาสนา พิธีเจิมอาคาร การแสดงจากเด็กพิเศษ ตลอดจนพิธีส่งมอบอาคารอย่างเป็นทางการให้แก่หน่วยงานด้านการศึกษา พร้อมเปิดโอกาสให้ผู้ร่วมงานได้เยี่ยมชมพื้นที่ต่าง ๆ ภายในศูนย์ และเห็นถึงความตั้งใจของทุกภาคส่วนที่ร่วมกันเปลี่ยนความฝันให้กลายเป็นสถานที่จริงสำหรับเด็กและครอบครัวในอำเภอทองผาภูมิ

การเข้าร่วมกิจกรรมครั้งนี้สะท้อนความมุ่งมั่นของ SO ในการดำเนินธุรกิจควบคู่กับความรับผิดชอบต่อสังคม โดยบริษัทเชื่อว่า “โอกาส” คือรากฐานสำคัญของการเติบโต และเด็กทุกคนควรได้รับพื้นที่ที่ปลอดภัย เหมาะสม และพร้อมสนับสนุนให้พวกเขาพัฒนาตนเองได้อย่างเต็มศักยภาพ

SO ขอขอบคุณมูลนิธิเพจอีจัน หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน ผู้บริจาค อาสาสมัคร และทุกหัวใจที่ร่วมกันสร้างศูนย์การศึกษาแห่งนี้ขึ้นมา จนวันนี้อาคารได้ถูกส่งมอบและกลายเป็นบ้านหลังใหม่แห่งการเรียนรู้ของน้อง ๆ อย่างสมบูรณ์

เพราะสิ่งที่ถูกส่งมอบในวันนี้ ไม่ได้มีเพียงอาคารหนึ่งหลัง แต่คือโอกาส ความหวัง และพื้นที่สำหรับการเติบโตของเด็กพิเศษในวันข้างหน้า

ติดต่อ นักลงทุนสัมพันธ์

คุณอรชร บรรลือทรัพย์

@ LINE : So.IR โทร 084-324-3083

หมายเหตุ : ข้อมูลติดต่อสำหรับนักลงทุนสัมพันธ์เท่านั้น เรื่องอื่นไม่สามารถให้ข้อมูลได้