บริษัท สยามราชธานี จำกัด (มหาชน) หรือ SO เดินหน้ายกระดับบทบาทจาก Service Provider สู่ Strategic Operations Partner มุ่งเป็นพันธมิตรที่ช่วยบริหารงานปฏิบัติการ และสร้างผลลัพธ์ทางธุรกิจให้แก่ลูกค้า พร้อมประกาศผลการดำเนินงานงวด 6 เดือนแรกปี 2569 มีรายได้รวม 1,430.24 ล้านบาท และกำไรสุทธิ 102.92 ล้านบาท ขณะที่คณะกรรมการบริษัทมีมติอนุมัติจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลในอัตรา 0.18 บาทต่อหุ้น พร้อมอัปเดตความคืบหน้าโครงการ JUMP+ และแผนขยายโอกาสทางธุรกิจของ FilesDay โซลูชันบริหารจัดการเอกสารและ Compliance ด้วย AI
นางสาวกัณธิมา แจ้งวันสุข ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท สยามราชธานี จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า โลกธุรกิจปัจจุบันต้องเผชิญทั้งความผันผวนทางเศรษฐกิจ ต้นทุนที่เพิ่มสูงขึ้น เทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว และปัญหาการขาดแคลนแรงงาน ทำให้องค์กรไม่จำเป็นต้องดำเนินงานทุกด้านด้วยตนเอง แต่ต้องการพันธมิตรที่เข้าใจธุรกิจ ช่วยยกระดับประสิทธิภาพ และสามารถปรับตัวเติบโตไปพร้อมกันได้
“SO กำลังก้าวจากการเป็น Outsourcing Service Provider สู่ Strategic Operations Partner โดยเปลี่ยนจากการให้บริการตามขอบเขตงานหรือรอรับคำสั่ง ไปสู่การทำงานเชิงรุกที่มุ่งเน้นผลลัพธ์ทางธุรกิจ นำบุคลากร กระบวนการ และเทคโนโลยีมาทำงานร่วมกัน เพื่อช่วยให้ลูกค้าลดต้นทุน เพิ่มประสิทธิภาพ และสามารถคาดการณ์ผลลัพธ์ของงานได้ชัดเจนยิ่งขึ้น” นางสาวกัณธิมากล่าว
SO มีประสบการณ์ด้านการให้บริการมากกว่า 50 ปี ผ่านการบริหารพนักงานมากกว่า 50,000 คน ให้บริการลูกค้าชั้นนำกว่า 1,000 ราย และบริหารสัญญามากกว่า 1,000 สัญญา โดยมีอัตราการรักษาฐานลูกค้ามากกว่า 90% ประสบการณ์ดังกล่าวถือเป็นฐานสำคัญในการต่อยอดจากบริการที่ใช้แรงงานเป็นหลัก ไปสู่บริการที่ขับเคลื่อนด้วยโซลูชันและเทคโนโลยี เพื่อสร้างผลลัพธ์ที่เชื่อถือได้และสามารถขยายผลตามการเติบโตของลูกค้า
บอร์ดอนุมัติปันผลระหว่างกาล 0.18 บาทต่อหุ้น
คณะกรรมการบริษัทมีมติอนุมัติจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลสำหรับผลการดำเนินงานระหว่างวันที่ 1 มกราคม–30 มิถุนายน 2569 ในอัตรา 0.18 บาทต่อหุ้น โดยกำหนดขึ้นเครื่องหมาย XD ในวันที่ 27 สิงหาคม 2569 กำหนดรายชื่อผู้ถือหุ้นที่มีสิทธิได้รับเงินปันผล หรือ Record Date ในวันที่ 28 สิงหาคม 2569 และกำหนดจ่ายเงินปันผลในวันที่ 10 กันยายน 2569
สำหรับผลการดำเนินงานงวด 6 เดือนแรกปี 2569 บริษัทมีรายได้รวม 1,430.24 ล้านบาท แบ่งเป็นรายได้ค่าบริหารจัดการบุคลากร 1,136.75 ล้านบาท และรายได้ค่าเช่าและบริการ 293.49 ล้านบาท มีกำไรขั้นต้น 231.26 ล้านบาท และกำไรสุทธิ 102.92 ล้านบาท
ข้อมูลที่นำเสนอในงาน Eernnings Call (OPPDAY) ยังแสดงให้เห็นว่า บริษัทมีกำไรสุทธิจากการดำเนินงาน 92.7 ล้านบาท ขณะที่กำไรจากการขายรถอยู่ที่ 10.3 ล้านบาท เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนซึ่งมีกำไรจากการขายรถ 41.1 ล้านบาท ส่งผลให้กำไรสุทธิรวมลดลงจาก 138.7 ล้านบาท เป็น 102.9 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม โครงสร้างกำไรส่วนใหญ่ยังคงมาจากการดำเนินงานหลักของบริษัท
ครึ่งปีหลัง SO ยังคงเดินหน้าขยายธุรกิจภายใต้แนวทาง All SOLUTIONS ONE OUTSOURCE เสริมความแข็งแกร่งของธุรกิจ Outsource Service ควบคู่กับ Technology Service เร่งขยายฐานลูกค้าใหม่ในกลุ่มอุตสาหกรรมที่มีศักยภาพ อาทิ ภาคการผลิต พลังงาน โลจิสติกส์ และธุรกิจบริการ พร้อมคงเป้าหมายรายได้ปี 2569 เติบโตประมาณ 10%
โครงการ JUMP+ SMARTOPS 2.0 คืบหน้าแผนปี 2569 แล้ว 54%
ด้านความคืบหน้าภายใต้แผน SMARTOPS 2.0–JUMP+ ข้อมูล ณ วันที่ 14 สิงหาคม 2569 ระบุว่า SO ดำเนินงานตามแผนประจำปี 2569 แล้ว 54% ขณะที่ความคืบหน้าของ Transformation Roadmap ระยะ 3 ปีอยู่ที่ 19% และตั้งเป้าดำเนินการให้ได้ 35% ภายในสิ้นปี 2569
ระบบสำคัญบางส่วนดำเนินการแล้วเสร็จ 100% อาทิ ระบบสนับสนุนงานธุรการและการบริหารเงินสำรองของหน่วยงาน ระบบตรวจสอบรถสำหรับ Fix Services ระบบจัดซื้อ และระบบจัดซื้อ–รับของ–เจ้าหนี้การค้า ขณะที่ระบบอื่นอยู่ระหว่างพัฒนาตาม Roadmap เพื่อเชื่อมโยงข้อมูล ลดขั้นตอนการทำงาน และเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารงานภายในองค์กร
ความคืบหน้าดังกล่าวไม่เพียงเป็นการ Transformation ระบบภายในของ SO แต่ยังช่วยเสริมความพร้อมในการนำกระบวนการ เทคโนโลยี และองค์ความรู้ไปพัฒนาบริการที่สามารถสร้างผลลัพธ์ให้แก่ลูกค้าได้อย่างเป็นระบบ รองรับบทบาท Strategic Operations Partner ในระยะยาว
เปิดโอกาสเติบโต FilesDay จับตลาดเป้าหมาย 2.16 พันล้านบาท
อีกหนึ่งโอกาสสำคัญของ SO คือ FilesDay ภายใต้ธุรกิจ SO NEXT ซึ่งพัฒนาในรูปแบบ Smart Document Compliance by AI เพื่อช่วยองค์กรบริหารจัดการเอกสารและกระบวนการอนุมัติอย่างครบวงจร ตั้งแต่การนำเข้า จัดเก็บ ค้นหา ควบคุมเวอร์ชัน จัดทำ Workflow ลงนามอิเล็กทรอนิกส์ กำหนดสิทธิ์การเข้าถึง ตลอดจนใช้ OCR และ AI ช่วยค้นหา อ่าน และวิเคราะห์ข้อมูล โดยสามารถตรวจสอบประวัติย้อนหลังผ่าน Audit Trail ได้
SO ประเมินว่าตลาดเป้าหมายของ FilesDay ในประเทศไทยมีมูลค่าประมาณ 2.16 พันล้านบาท กระจายอยู่ใน 6 กลุ่มอุตสาหกรรม ได้แก่ ภาคการผลิต ภาครัฐ องค์กรขนาดใหญ่และค้าปลีก การเงิน พลังงานและสาธารณูปโภค และรัฐวิสาหกิจ โดยภาคการผลิตและภาครัฐมีสัดส่วนรวมกันเกือบ 75% ของโอกาสทางการตลาดทั้งหมด
บริษัทตั้งเป้าสร้างรายได้จาก FilesDay จำนวน 50 ล้านบาทในปี 2570 หรือคิดเป็นส่วนแบ่งตลาดประมาณ 2.3% ในระยะแรก โดยรายได้จะมาจากทั้งค่าสมาชิกแบบต่อเนื่อง และรายได้จากโครงการติดตั้ง พัฒนา และขยายการใช้งานภายในองค์กร ก่อนต่อยอดฐานลูกค้าและฟังก์ชัน AI & Automation เพื่อรองรับตลาดองค์กรในวงกว้างขึ้น
FilesDay เป็นตัวอย่างที่สะท้อนทิศทางใหม่ของ SO อย่างชัดเจน จากผู้ให้บริการที่รับผิดชอบงานตามขอบเขต ไปสู่พันธมิตรที่เข้าใจปัญหาของลูกค้าและพัฒนาโซลูชันเพื่อแก้ไขปัญหาเหล่านั้นอย่างเป็นระบบ เราจะเดินหน้าพัฒนาขีดความสามารถทั้งด้านบุคลากร กระบวนการ และเทคโนโลยี เพื่อสร้างบริการที่มีมูลค่าเพิ่ม และผลักดันการเติบโตอย่างมั่นคงในระยะยาว
ติดต่อ นักลงทุนสัมพันธ์
คุณอรชร บรรลือทรัพย์
หมายเหตุ : ข้อมูลติดต่อสำหรับนักลงทุนสัมพันธ์เท่านั้น เรื่องอื่นไม่สามารถให้ข้อมูลได้
Writer : Wanvisa Mueansri
Digital and Marketing Communication : SO-Siamrajathanee Plc.
Follow : Linkedin - Wanvisa
นักการตลาดดิจิทัลสาย Marketing Communication ที่อยู่เบื้องหลังกลยุทธ์ออนไลน์ ของผู้ให้บริการ
รถเช่าสำหรับองค์กรชั้นนำ และหน่วยงานภาครัฐ ด้วยประสบการณ์มากกว่า 5 ปี
เชี่ยวชาญการวางแผนแคมเปญ การวิเคราะห์ข้อมูล และการเล่าเรื่องแบรนด์ให้ตรงใจกลุ่มเป้าหมาย
"เชื่อว่าการตลาดที่ดี ไม่ใช่แค่ดึงดูด แต่ต้องสร้างความเชื่อมั่นให้กับองค์กรคู่ค้าในระยะยาว"
