ท่ามกลางสถานการณ์ น้ำท่วม ที่ส่งผลกระทบต่อประชาชนในหลายพื้นที่ของกรุงเทพฯ และปริมณฑล
บริษัท สยามราชธานี จำกัด (มหาชน) หรือ SO ร่วมส่งต่อความห่วงใยและกำลังใจ ด้วยการจัดเตรียม อาหารปรุงสุกพร้อมรับประทาน จำนวน 600 ชุด เพื่อนำไปมอบให้แก่ผู้ประสบภัย ณ หมู่บ้านชวนชื่น บางนา-ตราด กม.29 เพื่อช่วยบรรเทาความเดือดร้อนและเป็นอีกหนึ่งกำลังใจให้กับผู้ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์น้ำท่วมในครั้งนี้
SO พร้อมอยู่ข้างกัน ในวันที่สังคมต้องการความช่วยเหลือ
ตลอดการดำเนินธุรกิจของ SO เราเชื่อว่าการเป็นองค์กรที่เติบโตอย่างยั่งยืน ไม่ได้วัดจากผลลัพธ์ทางธุรกิจเพียงอย่างเดียว แต่ยังรวมถึงการเป็นส่วนหนึ่งของสังคม และพร้อมใช้ศักยภาพขององค์กรเพื่อช่วยเหลือผู้คนเมื่อมีโอกาส
แนวคิด “พร้อมอยู่ข้างกัน” จึงสะท้อนถึงความตั้งใจของ SO ที่ต้องการอยู่เคียงข้างทั้งลูกค้า พนักงาน ชุมชน และสังคม ไม่เฉพาะในวันที่ทุกอย่างดำเนินไปตามปกติ แต่รวมถึงวันที่เกิดสถานการณ์ไม่คาดคิดและหลายคนต้องการความช่วยเหลือ
เพราะบางครั้ง สิ่งเล็ก ๆ ที่ส่งต่อในเวลาที่เหมาะสม อาจมีความหมายมากกว่าที่เราคิด
จากความห่วงใย สู่การลงมือทำ
การช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วม ในครั้งนี้ เป็นอีกหนึ่งกิจกรรมที่สะท้อนแนวคิดด้านความรับผิดชอบต่อสังคมของ SO ผ่านการ “ลงมือทำ” และการส่งต่อสิ่งที่สามารถช่วยบรรเทาความเดือดร้อนให้กับผู้ได้รับผลกระทบได้โดยตรง
SO เชื่อว่าความรับผิดชอบต่อสังคมไม่จำเป็นต้องเริ่มต้นจากสิ่งที่ใหญ่เสมอไป แต่สามารถเริ่มต้นได้จากการมองเห็นความต้องการของผู้คนรอบตัว และลงมือช่วยเหลือในสิ่งที่เราสามารถทำได้
600 มื้อในครั้งนี้ จึงไม่ใช่เพียงตัวเลขของอาหารที่ถูกส่งมอบ แต่คือ 600 ความห่วงใยที่ SO ต้องการส่งต่อไปถึงผู้ประสบภัย
ส่งกำลังใจให้ทุกครอบครัวผ่านสถานการณ์ น้ำท่วม ไปด้วยกัน
SO ขอส่งกำลังใจไปยังประชาชนทุกครอบครัวที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์น้ำท่วม รวมถึงเจ้าหน้าที่ อาสาสมัคร และทุกภาคส่วนที่ร่วมกันให้ความช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ต่าง ๆ
เราหวังเป็นอย่างยิ่งว่าสถานการณ์จะคลี่คลายโดยเร็ว และทุกคนจะสามารถกลับมาใช้ชีวิตได้ตามปกติอย่างปลอดภัย
เพราะในวันที่ใครบางคนต้องการความช่วยเหลือ
SO พร้อมอยู่ข้างกัน และพร้อมส่งต่อความห่วงใยไปด้วยกัน
ข้อมูลที่ควรรู้ รับมือ น้ำท่วม อย่างปลอดภัย
นอกจากการส่งต่อความช่วยเหลือและกำลังใจ SO ขอร่วมแบ่งปันข้อมูลที่เป็นประโยชน์สำหรับประชาชน เพื่อเตรียมพร้อมรับมือสถานการณ์น้ำท่วม ดูแลตนเองและคนในครอบครัวให้ปลอดภัย ทั้งในช่วงน้ำท่วมและหลังน้ำลด
1784 — สายด่วนนิรภัย กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.)
สำหรับแจ้งเหตุสาธารณภัยและขอความช่วยเหลือ โดยสามารถติดต่อได้ตลอด 24 ชั่วโมง
1669 — การแพทย์ฉุกเฉิน
สำหรับกรณีเจ็บป่วยหรือได้รับบาดเจ็บฉุกเฉิน และต้องการความช่วยเหลือทางการแพทย์
191 — เหตุด่วน เหตุร้าย
สำหรับแจ้งเหตุด่วน เหตุร้าย หรือต้องการความช่วยเหลือจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ
1130 — MEA Call Center การไฟฟ้านครหลวง
สำหรับแจ้งปัญหาด้านระบบไฟฟ้าในพื้นที่กรุงเทพมหานคร นนทบุรี และสมุทรปราการ
1129 — PEA Contact Center การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค
สำหรับแจ้งเหตุไฟฟ้าดับหรือปัญหาด้านระบบไฟฟ้าในพื้นที่ให้บริการของการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ตลอด 24 ชั่วโมง
1422 — สายด่วนกรมควบคุมโรค
สำหรับสอบถามข้อมูลเกี่ยวกับโรคและภัยสุขภาพที่อาจเกิดขึ้นในช่วงน้ำท่วมและหลังน้ำลด
แนะนำ: บันทึกหมายเลขสำคัญไว้ในโทรศัพท์ และจดสำรองไว้ในจุดที่หยิบใช้ได้ง่าย เผื่อกรณีฉุกเฉินหรือไม่สามารถใช้อินเทอร์เน็ตได้
ช่วง น้ำท่วม ควรปฏิบัติตัวอย่างไร?
1. ติดตามประกาศจากหน่วยงานภาครัฐอย่างใกล้ชิด
ตรวจสอบระดับน้ำ เส้นทางที่ได้รับผลกระทบ และประกาศเตือนภัยในพื้นที่ หากมีคำสั่งให้อพยพ ควรปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่
2. หลีกเลี่ยงการเดินหรือขับรถฝ่ากระแสน้ำ
โดยเฉพาะบริเวณที่น้ำไหลแรง น้ำลึก หรือไม่สามารถมองเห็นพื้นด้านล่างได้ เพราะอาจมีหลุม สิ่งกีดขวาง หรือกระแสน้ำที่เป็นอันตราย
3. ระวังไฟฟ้าเป็นพิเศษ
หากน้ำเข้าบ้านหรือพื้นที่ที่มีระบบไฟฟ้า ควรตัดกระแสไฟจากบริเวณที่ปลอดภัย ห้ามสัมผัสปลั๊ก เครื่องใช้ไฟฟ้า หรือสายไฟขณะร่างกายเปียก และห้ามเข้าใกล้สายไฟหรืออุปกรณ์ไฟฟ้าที่ตกอยู่ในน้ำ
4. หากจำเป็นต้องลุยน้ำ ควรป้องกันร่างกาย
สวมรองเท้าบูตหรือรองเท้าที่ปิดมิดชิด หากมีบาดแผลควรปิดด้วยวัสดุกันน้ำ หลังสัมผัสน้ำท่วมควรรีบล้างมือ เท้า และร่างกายด้วยสบู่และน้ำสะอาด พร้อมเช็ดให้แห้ง
5. กินอาหาร “สุก ร้อน สะอาด”
รับประทานอาหารที่ปรุงสุกใหม่ ดื่มน้ำสะอาดหรือน้ำต้มสุก และหลีกเลี่ยงอาหาร น้ำ หรือวัตถุดิบที่สัมผัสกับน้ำท่วม
6. ดูแลเด็ก ผู้สูงอายุ และผู้ป่วยเป็นพิเศษ
ไม่ควรปล่อยเด็กอยู่ใกล้บริเวณน้ำท่วมตามลำพัง ส่วนผู้ที่มีโรคประจำตัวควรเตรียมยาให้เพียงพอและเก็บยาไว้ในบริเวณที่แห้ง หากยาเปียกน้ำหรือชำรุด ไม่ควรนำมารับประทาน
7. ระวังสัตว์มีพิษที่หนีน้ำ
งู ตะขาบ แมงป่อง และสัตว์อื่น ๆ อาจเข้าไปหลบในบ้าน รองเท้า หรือกองสิ่งของ ควรใช้ไฟฉายตรวจสอบก่อนหยิบจับหรือเคลื่อนย้ายสิ่งของ
โรคและภัยสุขภาพที่ต้องระวังช่วง น้ำท่วม
โรคฉี่หนู (Leptospirosis)
เสี่ยงจากการสัมผัสน้ำหรือดินโคลนที่ปนเปื้อนเชื้อ โดยเฉพาะผู้ที่มีบาดแผล ควรสังเกตอาการไข้สูง ปวดศีรษะ ปวดกล้ามเนื้อ โดยเฉพาะบริเวณน่อง ตาแดง คลื่นไส้ หรืออาเจียน
โรคระบบทางเดินอาหารและอาหารเป็นพิษ
น้ำท่วมอาจทำให้อาหาร น้ำดื่ม และภาชนะปนเปื้อนเชื้อโรค หากมีอาการถ่ายเหลว ปวดท้อง คลื่นไส้ อาเจียน หรือมีไข้ ควรเฝ้าระวังอาการ โดยเฉพาะกรณีที่มีอาการรุนแรง
โรคน้ำกัดเท้าและโรคผิวหนัง
การแช่น้ำเป็นเวลานานอาจทำให้ผิวหนังเปื่อย คัน เกิดผื่นหรือแผลติดเชื้อ หลังลุยน้ำควรล้างเท้าให้สะอาดและเช็ดให้แห้ง
โรคตาแดงหรือตาอักเสบ
หลีกเลี่ยงการใช้มือที่สัมผัสน้ำสกปรกขยี้ตา ล้างมือเป็นประจำ และไม่ใช้ผ้าเช็ดตัวหรือของใช้ส่วนตัวร่วมกับผู้อื่น
โรคที่มียุงเป็นพาหะ เช่น ไข้เลือดออก
น้ำขังหลังน้ำท่วมอาจกลายเป็นแหล่งเพาะพันธุ์ยุง ควรกำจัดภาชนะและจุดที่มีน้ำขัง รวมถึงป้องกันไม่ให้ยุงกัด
โรคระบบทางเดินหายใจ
สภาพอากาศชื้น ฝุ่น โคลน หรือการอยู่รวมกันในพื้นที่พักพิงอาจเพิ่มความเสี่ยงต่อโรคระบบทางเดินหายใจ ควรรักษาสุขอนามัย และสวมหน้ากากเมื่อมีอาการไอหรือจาม
สัญญาณที่ไม่ควรรอ: หากหลังสัมผัสน้ำท่วมมีไข้สูง ปวดกล้ามเนื้อรุนแรงโดยเฉพาะบริเวณน่อง ตาแดง หายใจเหนื่อย แผลบวมแดงเป็นหนอง ท้องเสียหรืออาเจียนรุนแรง ควรรีบพบแพทย์ พร้อมแจ้งประวัติการสัมผัสน้ำหรือดินโคลน
Writer : Thanatwarit Phalinratthanadet
Digital and Marketing Communication. : SO-Siamrajathanee Plc.
Follow : Linkedin - Thanatwarit.p
นักการตลาดดิจิทัล มีประสบการณ์การทำ Marketing Communication มากกว่า 5 ปี เชื่อว่าคอนเทนท์ที่ดีต้องมีประโยชน์ สร้างแรงบันดาลใจให้กับผู้คน จึงอยากแชร์เรื่องราวและแนวคิดที่ทำให้ “ธรรมชาติ” กลับมาเป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์ธุรกิจและสร้างความสุขให้กับผู้คนอีกครั้ง
