บริหารองค์กรอย่างยั่งยืนด้วยกลยุทธ์ Outsource

Outsource

‘SO’ โชว์ศักยภาพให้บริการ Outsource และ Technology เครดิตบูโรต่อเนื่อง 10 ปี หนุนบริหารฐานข้อมูลลูกค้า 2.5 ล้านรายต่อเดือน

บมจ.สยามราชธานี หรือ SO โชว์ศักยภาพความเป็นผู้นำและผู้เชี่ยวชาญด้าน Outsourcing Service คว้าสัญญาให้บริการ Outsource และ Technology แก่เครดิตบูโรต่อเนื่อง 10 ปี หนุนบริหารฐานข้อมูลลูกค้าเฉลี่ย 2.5 ล้านรายต่อเดือน พร้อมขึ้นเทรนด์ตลาด Outsource เติบโตต่อเนื่อง หลังองค์กรภาครัฐและธุรกิจเอกชน หันสู่ธุรกิจ Outsourcing Service หรือส่วนงานที่ไม่ใช่ธุรกิจหลักให้มืออาชีพเข้าบริหารจัดการเพิ่มขึ้น

Outsource

 

นายณัฐพล วิมลเฉลา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท สยามราชธานี จำกัด (มหาชน) หรือ SO ผู้นำด้านธุรกิจ Outsource 

ด้วยประสบการณ์ด้าน Outsource และ Technology แบบครบวงจร มากว่า 40 ปี บริษัทฯ ได้ให้บริการแก่บริษัทข้อมูลเครดิตแห่งชาติ หรือ เครดิตบูโร (NCB) ในส่วนงาน Data Entry หรือพนักงานคีย์ข้อมูลบนระบบของเครดิตบูโร โดยต้องปฏิบัติตามนโยบายความมั่นคงปลอดภัยทางด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ (ISO27001) เป็นไปตามกฎของหน่วยงานราชการและสถาบันการเงินต่างๆ รวมถึงร่วมแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นในกระบวนการทำงาน เช่น แผนบรรเทาผลกระทบกรณีน้ำท่วมหรือเหตุประท้วง และพัฒนาแผนต่อเนื่องของธุรกิจร่วมกันเพื่อให้บริการของเครดิตบูโรไม่ติดขัดต่อผู้ร้องขอข้อมูล รวมทั้งได้เข้ามารับผิดชอบกระบวนการสแกนเอกสาร การบันทึกข้อมูล การตรวจสอบคำร้องขอบนระบบอิเล็กทรอนิกส์ และจัดเก็บในฐานข้อมูลเพื่อตรวจสอบในภายหลัง

ทั้งนี้ ปริมาณเอกสารที่ทาง SO ต้องดำเนินการบริหารจัดการข้อมูลให้แก่เครดิตบูโร เฉลี่ยอยู่ที่ 2.5 ล้านฉบับต่อเดือน โดยแบ่งเป็นการจัดเก็บรูปแบบหนังสือให้ความยินยอม (consent) จำนวน 1 ล้านฉบับต่อเดือน และ เป็นบริการระบบการให้ความยินยอมในการเปิดเผยข้อมูลในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ ผ่านทางอินเทอร์เน็ต (e-consent) อีกจำนวน 1.5 ล้านฉบับต่อเดือน ซึ่ง SO เข้ามาช่วยบริหารจัดการ ออกแบบกระบวนการ และวางแผนทีมงานในตำแหน่งต่างๆ รวมถึงการอบรมพนักงาน เพื่อให้เป็นไปตามมาตรฐานข้อตกลงในการให้บริการว่าจะทำการรักษาระดับคุณภาพการให้บริการแก่ลูกค้าตามข้อตกลงที่ให้ไว้กับลูกค้า (Service Level Agreement (SLA)) โดยทีมงานที่มีความเชี่ยวชาญด้าน Lean Engineering และให้คำปรึกษาในการพัฒนาระบบบริหารจัดการความมั่นคงปลอดภัยสารสนเทศตามมาตรฐานสากล (Information Security Management System (ISMS))

หลังจากที่ผ่านมา บริษัทฯ ได้ให้บริการ Outsource ด้านบริหารจัดการบนระบบของเครดิตบูโร ในส่วนการจัดการเอกสารสลิปเงินเดือน และข้อมูลส่วนบุคคลในรูปแบบทั้ง consent และ e-consent ซึ่งทาง SO ได้ส่งทีม Lean Engineer เข้าไปศึกษาขั้นตอนการทำงานของเครดิตบูโร เพื่อปรับเปลี่ยนเอกสารที่สำคัญไปสู่รูปแบบดิจิทัลและลดขั้นตอนการทำงานในส่วนของการจัดเก็บข้อมูลที่ทำให้องค์กรสามารถลดค่าใช้จ่าย นอกจากนี้ยังพัฒนาระบบการทำงานร่วมกันจนได้ระบบที่มีประสิทธิภาพมีความถูกต้องแม่นยำสูง, ส่งงานตรงตามข้อตกลงที่ได้ทำไว้กับลูกค้าและข้อมูลถูกจัดเก็บอย่างปลอดภัย ทำให้เครดิตบูโรสามารถจัดสรรบุคลากรภายในองค์กรเพื่อโฟกัสธุรกิจหลักของเครดิตบูโรได้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

“SO ได้ปรับปรุงพัฒนากระบวนการในการให้บริการ Outsource อย่างต่อเนื่องเพื่อเพิ่มอัตราการส่งมอบงานต่อคน ลดเวลาทำงานและหางานแนวทางปฏิบัติที่ดีที่สุดสำหรับกระบวนการต่างๆ โดยใช้เทคโนโลยีหรือกระบวนการที่เหมาะสมและส่งมอบทั้งกระบวนการตั้งแต่ต้นจนจบ เช่น การขนส่ง การบริหารจัดการบุคลากร การพัฒนาระบบทั้ง Hardware, Software และ Database Management กระบวนการตรวจสอบให้แก่ลูกค้า” 

   ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กล่าวต่อว่า แนวโน้มของตลาด Outsource ขยายตัวได้ดีอย่างต่อเนื่อง หลังโควิด-19 คลี่คลาย แต่เทรนด์การว่าจ้างของผู้ว่าจ้างเปลี่ยนไปหันมาเลือกใช้บริการ Outsourcing service มาทำงานใน Function งานที่ไม่ใช่ Core Business ของธุรกิจมากขึ้น เพื่อให้ผู้ว่าจ้างไม่ต้องกังวลเกี่ยวกับ Function งานที่ไม่ใช่งานหลักของตัวเอง หลีกเลี่ยงความไม่แน่นอนจากสถานการณ์ต่างๆ ที่อาจส่งผลให้ต้องมีการเลิกจ้างบางหน่วยงานอย่างฉับพลัน นอกจากนี้การบริการส่งบุคลากรอย่างเดียวแบบในอดีตเริ่มไม่ตอบโจทย์การสร้าง Value ของผู้ว่าจ้างให้เพิ่มขึ้น เพราะยังมี Function งานที่เกี่ยวข้องอื่นๆ เช่น งาน แอดมิน หรืองานเอกสารที่ทางผู้ว่าจ้างต้องดูแลเองและสร้างค่าใช้จ่ายให้กับผู้ว่าจ้าง รวมถึงไม่สามารถจัดสรรบุคลากรไปโฟกัสธุรกิจหลักได้อย่างเต็มที่ ซึ่งบริการของ SO ไม่ได้เป็นบริการส่งคนเพียงอย่างเดียวเท่านั้น แต่ SO ให้บริการ Business Process Outsourcing โดยวางแผนการทำงานให้ทันตามข้อตกลงที่ได้ทำไว้แก่ลูกค้า ให้คำปรึกษาด้าน Lean Engineering และ ให้คำปรึกษาในการพัฒนาระบบบริหารจัดการความมั่นคงปลอดภัยสารสนเทศตามมาตรฐานสากล โดยทีมงานที่มีความเชี่ยวชาญ


SO เชื่อว่า การ Lean องค์กรนั้นไม่ใช่การลดจำนวนคนทำงานเพื่อประหยัดค่าใช้จ่าย แต่เป็นการ Support ผู้ว่าจ้าง ให้สามารถ Lean Function งานต่างๆ ที่ไม่ใช่ Core Business ได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด ทำให้บริการของ SO ตอบโจทย์ของผู้ว่าจ้าง สามารถนำเสนอบริการตรงตามความต้องการ และตอบสนองต่อการขยายตัวของอุตสาหกรรมได้


@LINE : Consult Outsource

#SO #SIAMRAJCHATANE #UNLOCKPOSSIBILITIES #SOHEREWEARE #OUTSURCESERVICE #OUTSOURCE #OUTSOURCEIT #OUTSOURCESOLUTION #TECHENABLEDOUTSOURCE SOLUTION

ติดตามความเคลื่อนไหวเกี่ยวกับบริการต่างๆของเราได้ที่

contact

#SO #SIAMRAJCHATANE #OUTSURCESERVICE #OUTSOURCE #OUTSOURCEIT #OUTSOURCESOLUTION #TECHENABLEDOUTSOURCE SOLUTION#SO #SIAMRAJCHATANE #OUTSURCESERVICE #OUTSOURCE #OUTSOURCEIT #OUTSOURCESOLUTION #TECHENABLEDOUTSOURCE SOLUTION#SO #SIAMRAJCHATANE #OUTSURCESERVICE #OUTSOURCE #OUTSOURCEIT #OUTSOURCESOLUTION #TECHENABLEDOUTSOURCE SOLUTION#SO #SIAMRAJCHATANE #OUTSURCESERVICE #OUTSOURCE #OUTSOURCEIT #OUTSOURCESOLUTION #TECHENABLEDOUTSOURCE SOLUTION#SO #SIAMRAJCHATANE #OUTSURCESERVICE #OUTSOURCE #OUTSOURCEIT #OUTSOURCESOLUTION #TECHENABLEDOUTSOURCE SOLUTION#SO #SIAMRAJCHATANE #OUTSURCESERVICE #OUTSOURCE #OUTSOURCEIT #OUTSOURCESOLUTION #TECHENABLEDOUTSOURCE SOLUTION#SO #SIAMRAJCHATANE #OUTSURCESERVICE #OUTSOURCE #OUTSOURCEIT #OUTSOURCESOLUTION #TECHENABLEDOUTSOURCE SOLUTION

SO สร้างจุดยืนใหม่ New-S Curve ด้วย Tech-Enabled Outsourcing

Tech-Enabled Outsourcing

สร้าง New S-curve ด้วย Tech-Enabled Outsourcing

ในปัจจุบัน Product Life Cycle ทางด้าน Outsourcing Services สั้นลงมา ทำให้เราต้องใส่เงินทุนและลงแรงมากขึ้นในการทำ New S-curve ส่วนอีกด้านหนึ่งของการสร้าง New S-curve คือหาโอกาสทำงานร่วมกับพันธมิตรใหม่ในรูปแบบกลยุทธ์การควบรวมกิจการ (M&A) เพื่อนำเสนอผลิตภัณฑ์ใหม่ที่บริษัทยังไม่เคยทำและตลาดมีความต้องการอย่างมากในปัจจุบัน โดยเน้นที่ 3 กลุ่มธุรกิจหลักคือ 1) Enterprise Software 2) ธุรกิจแม่บ้านและรักษาความปลอดภัย และ 3) Professional Training

อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ยังอยู่ระหว่างการเฟ้นหาพันธมิตรหรือบริษัทที่จะมาเติมเต็มใน 3 ธุรกิจอยู่ ซึ่งมองว่าต้องใช้เวลาพอสมควรและไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะต้องดำเนินการอย่างระมัดระวังและคำนึงถึงเงื่อนไขสำคัญต่าง ๆ เช่น ความเสี่ยงของการทำ M&A ความเสี่ยงทางการเงิน ความแตกต่างด้านวัฒนธรรมองค์กร เป็นต้น

การทำ M&A มีอยู่สองกรณีที่เราพิจารณาอยู่ หนึ่งคือเป็นบริษัทที่มี skill ซึ่งเรายังไม่มี แต่ใช้ลูกค้าร่วมกัน กับสองอาจเป็นบริษัทที่เรามี skill แล้ว แต่สามารถช่วยเราขยายตลาดได้ด้วยจุดยืนใหม่ที่ บมจ.สยามราชธานี ต้องการเป็นผู้ให้บริการOutsource ที่ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยี หรือ Tech-Enabled OutsourcingSolution โดยได้มีการทำ Digital Transform จากการเป็นบริษัทที่ส่งมอบพนักงานไปสู่บริษัทที่ส่งมอบกระบวนการและเทคโนโลยี

โดยการจัดหาเทคโนโลยีที่เหมาะสมกับบริการ Outsource เพื่อ Digitize กระบวนการต่าง ๆ เกิดเป็นข้อมูล เพื่อนำไปวิเคราะห์และพัฒนากระบวนการให้รวดเร็วขึ้น ต้นทุนต่ำลง และวัดผลได้ด้วย เช่นเดียวกับ มีการนำเทคโนโลยี AI หรือปัญญาประดิษฐ์ มาช่วยสนับสนุนความสามารถในการวิเคราะห์และตัดสินใจ รวมถึงทดแทนกระบวนการทำงานซ้ำซ้อนและไม่จำเป็น

การสร้าง Tech-Enabled Outsourcing Solution หลักคิดสำคัญคือจะมองว่าเทคโนโลยีเป็นเพียงเครื่องมือที่นำมาใช้ร่วมกับ Process Engineering และทีมงานของบริษัท เพื่อตอบโจทย์ตามความต้องการของลูกค้าในด้านต่าง ๆ โดยเฉพาะการลดต้นทุนและช่วยให้การดำเนินงานของลูกค้ารวดเร็วขึ้น

จะต้องประกอบด้วย 5 แนวทางที่มาสนับสนุน คือ 1)กลยุทธ์ที่ชัดเจน 2) ได้รับความร่วมคือจากคนภายในองค์กรของลูกค้า 3) มีวัฒนธรรมองค์กรเป็น Data-Driven Organization 4) มีเทคโนโลยีในการจัดเก็บข้อมูล และ 5) มีระบบและกลยุทธ์จัดเก็บเฉพาะข้อมูลสำคัญ

Tech-Enabled OutsourcingSolution เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีน้อยมาก ส่วนใหญ่เป็นเรื่องกลยุทธ์และคนมากกว่า ซึ่งหากทั้งองค์กรเข้าใจตรงกันก็จะสนับสนุนบริษัทได้มากขึ้น

Tech-Enabled Outsourcing

ชู Tech-Enabled Outsourcing Solution

สำหรับแนวทางของ Tech-Enabled Outsourcing ในระยะต่อไปนั้น ณัฐพลเปิดเผยว่า มุ่งหวังที่จะให้บริการด้าน Cyber Security มากขึ้น โดยเฉพาะการพัฒนาซอฟต์แวร์ต่าง ๆ มาเพื่อช่วยลูกค้าของบริษัท ซึ่งปัจจุบันบริษัทได้ให้บริการ Cyber Security Center Officer ไปให้กับลูกค้าที่เป็นธนาคารพาณิชย์แห่งหนึ่ง เช่นเดียวกับเริ่มนำเสนอบริการ SAS (software as a service) อย่างจริงจังมากขึ้นด้วย

นอกจากนี้ ด้วยผลจาก Digital Tranformation ทาง บมจ.สยามราชธานี จึงมีการพัฒนาซอฟต์แวร์และระบบต่าง ๆ ของบริษัทขึ้นมาใช้งาน เพื่อความรวดเร็วและตอบสนองลูกค้าได้มากขึ้น ได้แก่

i-Recruit เป็นระบบการจัดเก็บประวัติของพนักงานที่สามารถส่งให้กับลูกค้าได้อย่างรวดเร็ว

TikTrack เป็นระบบลงเวลาเข้า-ออกงาน ผ่านโทรศัพท์มือถือที่ออกแบบมาเพื่อใช้งานได้ง่ายและสามารถเข้าถึงข้อมูลการลงเวลาได้แบบเรียลไทม์

Digidocs หรือ Flow เป็นระบบบริหารจัดการเอกสารออนไลน์ด้วยฟังก์ชันการทำงานที่ถูกสร้างขึ้นเพื่อรองรับการทำงานเอกสารได้อย่างครบถ้วน

Carpool เป็นระบบบริหารจัดการรถยนต์ส่วนกลางสำหรับองค์กรที่ช่วยบริหารจัดการรถยนต์ พนักงานขับรถได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งการปรับตัวให้เป็นบริษัทที่ก้าวนำเทคโนโลยี ก็จะสอดคล้องกับ Mega Trend ของธุรกิจที่น่าลงทุนในยุคอนาคต เป็นต้น

Tech-Enabled Outsourcing

เราคาดหวังว่าด้วยการปรับเปลี่ยนครั้งนี้จะทำให้เรามี growth double digit ทุกปี และยิ่งด้วยเศรษฐกิจโลกก็ค่อนข้างอ่อนไหว ก็จะยิ่งเป็นโอกาส เพราะเวลาเศรษฐกิจไม่ดีจะยิ่งเป็น growth opportunity ของเรา

ในฐานะเป็นผู้นำองค์กรยุคใหม่ ความท้าทายสูงสุดคือ การรักษาวินัยทางการเงิน โดยเฉพาะหลังเผชิญวิกฤติจากการแพร่ระบาดของโควิด -19 ที่ผ่านมา ซึ่งบริษัทต้องมีต้นทุนสูงขึ้นอย่างมาก จากกรณีพนักงานที่ส่งไปให้บริการกับลูกค้าล้มป่วย จนทางบริษัทต้องจ่ายเงินชดเชยให้แก่ลูกค้าและยังต้องส่งพนักงานใหม่ไปทดแทนด้วย

อ้างอิง

สำนักข่าว posttoday : https://www.posttoday.com/business/698071

@LINE : Consult Outsource

#SO #SIAMRAJCHATANE #UNLOCKPOSSIBILITIES #SOHEREWEARE #OUTSURCESERVICE #OUTSOURCE #OUTSOURCEIT #OUTSOURCESOLUTION #TECHENABLEDOUTSOURCE SOLUTION

ติดตามความเคลื่อนไหวเกี่ยวกับบริการต่างๆของเราได้ที่

contact

#SO #SIAMRAJCHATANE #OUTSURCESERVICE #OUTSOURCE #OUTSOURCEIT #OUTSOURCESOLUTION #TECHENABLEDOUTSOURCE SOLUTION#SO #SIAMRAJCHATANE #OUTSURCESERVICE #OUTSOURCE #OUTSOURCEIT #OUTSOURCESOLUTION #TECHENABLEDOUTSOURCE SOLUTION#SO #SIAMRAJCHATANE #OUTSURCESERVICE #OUTSOURCE #OUTSOURCEIT #OUTSOURCESOLUTION #TECHENABLEDOUTSOURCE SOLUTION#SO #SIAMRAJCHATANE #OUTSURCESERVICE #OUTSOURCE #OUTSOURCEIT #OUTSOURCESOLUTION #TECHENABLEDOUTSOURCE SOLUTION#SO #SIAMRAJCHATANE #OUTSURCESERVICE #OUTSOURCE #OUTSOURCEIT #OUTSOURCESOLUTION #TECHENABLEDOUTSOURCE SOLUTION#SO #SIAMRAJCHATANE #OUTSURCESERVICE #OUTSOURCE #OUTSOURCEIT #OUTSOURCESOLUTION #TECHENABLEDOUTSOURCE SOLUTION#SO #SIAMRAJCHATANE #OUTSURCESERVICE #OUTSOURCE #OUTSOURCEIT #OUTSOURCESOLUTION #TECHENABLEDOUTSOURCE SOLUTION

SO พบนักลงทุน Opp Day ลุยจับมือพาร์ทเนอร์นำเข้านวัตกรรมใหม่ ๆ เสริมศักยภาพด้าน outsource ต่อเนื่อง พร้อมเดินหน้าสู่บริษัท Tech Company

สยามราชธานี

สยามราชธานี (SO)

ผลการดำเนินงานปี 2565 ทำรายได้รวมสูงสุดใหม่ 2,320 ล้านบาท เติบโต 10% เทียบจากปีก่อน รับเทรนด์ลูกค้าเปลี่ยนนโยบายมาใช้ outsourcing พุ่ง! ตั้งเป้ารายได้ปี 2566 เติบโตมากกว่า 10 % รับปีแห่งการ ทรานฟอร์เมชั่น หลายบริษัทกลับมา Lean องค์กรรักษาการแข่งขันด้านต้นทุน มองหานวัตกรรมใหม่ช่วยกระบวนการทำงานมากขึ้น SO ย้ำ! มีทีมงานพร้อมเข้าไปให้คำปรึกษา ลุยจับมือพาร์ทเนอร์นำเข้านวัตกรรมใหม่ ๆ เสริมศักยภาพด้าน outsource ต่อเนื่อง พร้อมเดินหน้าสู่บริษัท Tech Company ล่าสุดบอร์ดมีมติให้เสนอที่ประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปี 2566 อนุมัติจ่ายเงินปันผลในอัตราหุ้นละ 0.20 บาท

นางสาวกัณธิมา แจ้งวันสุข กรรมการผู้จัดการ บริษัท สยามราชธานี จำกัด (มหาชน) หรือ SO ผู้นำด้านธุรกิจการจ้างเหมาบริการครบวงจร (Outsourcing Services) เปิดเผยว่า ผลการดำเนินงานในปี 2565 บริษัทสามารถทำรายได้รวมสูงสุดใหม่ (New High) อยู่ที่ 2,320 ล้านบาท เติบโต 10% เมื่อเทียบจากช่วงเดียวกันปีก่อน โดยหลักเกิดจากเทรนด์ลูกค้าที่เปลี่ยนนโยบายมาใช้ outsourcing มากขึ้น

ในส่วนอัตรากำไรขั้นต้น (Gross Profit Margin) ปรับตัวลดลงเล็กน้อย เนื่องจากต้นทุนดำเนินการที่สูงขึ้น โดยเฉพาะค่าพนักงานทดแทนสำหรับพนักงาน outsource ที่ติดเชื้อโควิดระหว่างการดำเนินงานตามสัญญา และค่าซ่อมในส่วนของรถยนต์ให้เช่า โดยบริษัทมีกำไรสุทธิปี 2565 อยู่ที่ 169 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 0.30% เทียบจากปีก่อน และมีสินทรัพย์รวม จำนวน 1,917 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 24.55% โดยมาจากการเพิ่มขึ้นของรายการสินทรัพย์ให้เช่า จากจํานวนรถยนต์ให้เช่าที่เพิ่มขึ้นจํานวน 318 คัน

“การเปลี่ยนแปลงหลาย ๆ อย่างในทุกวันนี้ โดยเฉพาะจากโรคระบาดและความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ ส่งผลให้ธุรกิจต้องปรับตัวและพยายามรักษาความสามารถในการแข่งขันอย่างยั่งยืน หลาย ๆ บริษัทเริ่มให้ความสำคัญกับกิจกรรมหลักที่สร้างคุณค่าให้แก่องค์กรมากขึ้น และใช้กลยุทธ์ outsource ในการแบ่งเบาภาระการบริหารจัดการสนับสนุนฟังก์ชั่นต่าง ๆ เช่น การซ่อมบำรุง การขนส่ง และการจัดการด้านเอกสาร ซึ่งทั้งหมดล้วนจะเป็นผลดีต่อธุรกิจของเราต่อไปในอนาคตอย่างมาก” นางสาวกัณธิมา กล่าว

ทั้งนี้ ในปี 2565 มีบริษัทบริหารจัดการกองทุน (บลจ.) มาให้บริษัทช่วยดูแลกระบวนการทำความรู้จักกับลูกค้า (KYC) และจัดการเอกสารลูกค้า เพื่อให้ลูกค้าได้โฟกัสในส่วนงานหลักซึ่งก็คือบริหารกองทุนให้ได้ผลตอบแทนที่สูงขึ้น และบริษัทได้ออกแบบและพัฒนากระบวนการ Customer onboarding แบบครบวงจร (turnkey solution) โดยเปลี่ยนจากการส่งมอบแรงงานเป็นการส่งมอบทั้งกระบวนการทางธุรกิจ จัดหาเทคโนโลยีที่เหมาะสม รวมถึงการเพิ่มประสิทธิภาพให้กับกระบวนการ (Process Optimization) เพื่อลดความสูญเสียในกิจกรรมที่ไม่จำเป็น เช่น ระยะเวลารอคอย การดำเนินการด้านเอกสารที่้ซ้ำซ้อน การจัดเก็บที่ไม่เป็นระบบ เป็นต้น

นางสาวกัณธิมา กล่าวว่า สำหรับภาพรวมในปี 2566 บริษัทตั้งเป้ารายได้จะเติบโตมากกว่า 10 % เทียบจากปีก่อน เนื่องจากเป็นปีแห่งการทรานฟอร์เมชั่น หลายบริษัทเริ่มหันกลับมาใช้กลยุทธ์การลดหรือตัดสิ่งที่ไม่จำเป็นทั้งเรื่องของเวลาและเงินทุน (Lean) ขององค์กร เพื่อรักษาความสามารถการแข่งขันด้านการบริการจัดการต้นทุน รวมไปถึงการหานวัตกรรมใหม่ ๆ มาช่วย Digitize กระบวนการทำงานมากขึ้น ซึ่งบริษัทเองมีทีมงานพร้อมเข้าไปให้คำปรึกษาเรื่องกระบวนการแปลงข้อมูลให้อยู่ในรูปแบบดิจิทัล (Digitization) และการเพิ่มประสิทธิภาพให้กับกระบวนการ (Process Optimization)

นอกจากนี้จากการที่บริษัทมีความสัมพันธ์กับลูกค้าในทุกอุตสาหกรรมกว่า 700 สัญญา และส่งบุคลากร outsource กว่า 10,000 อัตรา บริษัทมีความพร้อมที่จะเป็นศูนย์ทดสอบนวัตกรรม (Sandbox) เพื่อช่วยฟักตัว (Incubate) บริษัทเอสเอ็มอีและสตาร์ทอัพที่มีศักยภาพและต้องการเงินทุน

โดยปัจจุบันได้เริ่มโครงการกับบริษัท outsource และบริษัท IT Implementor บางรายแล้ว ซึ่งหากพิจารณาแล้วมีศักยภาพ บริษัทพร้อมลงทุนและร่วมพัฒนาธุรกิจเพื่อเติบโตไปด้วยกัน “โดยในปีที่แล้วเราได้มีการร่วมมือกับบริษัทสตาร์ทอัพที่เชี่ยวชาญ AI การวางแผนการดำเนินงานขนส่ง (Route Optimization) ที่จะช่วยจัดการเส้นทางการเดินรถ และอยู่ระหว่างพูดคุยกับ Technology Partner อื่น ๆ โดยเฉพาะผู้ให้บริการ HRM Platform ผู้ให้บริการการรู้จำอักขระด้วยแสง หรือ OCR และผู้ให้บริการระบบการจ่ายค่าแรงรายวัน” นางสาวกัณธิมา กล่าว

นอกจากนี้ในปีนี้บริษัทยังคงพัฒนาความสามารถของส่วนธุรกิจอย่างต่อเนื่อง โดยเน้นการพัฒนาเทคโนโลยีที่ช่วยในกระบวนการทางธุรกิจ โดยเฉพาะ Flow หรือ Business Management Application ที่บริษัทพัฒนาขึ้นมาเอง จะช่วยในการวางกระบวนการด้านเอกสารและกระบวนการทำงานต่าง ๆ และเก็บข้อมูลเพื่อนำมาสร้างเป็น Dashboard เพื่อให้หัวหน้างานและผู้บริหารทราบถึงข้อมูล สามารถนำข้อมูลมาวิเคราะห์เพื่อแก้ไขปัญหาและพัฒนาองค์กรได้ในระยะยาว

และบริษัทยังคงหาพาร์ทเนอร์ที่จะช่วยเสริมศักยภาพการให้บริการ outsource โดยเฉพาะ Professional Training ที่จะช่วย Reskill บุคลากรให้ตรงกับความต้องการตลาด โดยเฉพาะบุคลากรด้านไอทีและนักวิเคราะห์ นอกจากนี้บริษัทยังคงหาพาร์ทเนอร์เพื่อนำเข้านวัตกรรมใหม่ ๆ เพื่อมาเสริมศักยภาพด้าน outsource อย่างต่อเนื่อง พร้อมเดินหน้าไปสู่การเป็นบริษัท Tech Company ตามแผน จากเดิมเป็น Traditional Outsourcing

อย่างไรก็ดีที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทฯ เมื่อวันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2566 ได้มีมติให้เสนอที่ประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปี 2566 ในวันที่ 19 เมษายน 2566 พิจารณาอนุมัติการจ่ายเงินปันผลสำหรับผลการดำเนินงาน 6 เดือนหลังของปี 2565 ในอัตราหุ้นละ 0.20 บาท โดยจะขึ้นเครื่องหมาย XD วันที่ 28 เมษายน 2566 และวันกำหนดรายชื่อผู้ถือหุ้นที่มีสิทธิรับเงินปันผล (Record Date) ในวันที่ 2 พฤษภาคม 2566 และกำหนดวันจ่ายเงินปันผลในวันที่ 17 พฤษภาคม 2566

ซึ่งหากได้รับอนุมัติจากที่ประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปี 2566 จะถือว่าบริษัทได้จ่ายเงินปันผลรวมตลอดทั้งปี 2565 ในอัตราหุ้นละ 0.35 บาท โดยได้จ่ายเงินปันผลสำหรับผลการดำเนินงาน 6 เดือนแรกของปี 2565 ไปแล้วเมื่อวันที่ 9 กันยายน 2565 ในอัตราหุ้นละ 0.15 บาท

@LINE : Consult Outsource

#SO #SIAMRAJCHATANE #UNLOCKPOSSIBILITIES #SOHEREWEARE #OUTSURCESERVICE #OUTSOURCE #OUTSOURCEIT #OUTSOURCESOLUTION #TECHENABLEDOUTSOURCE SOLUTION

ติดตามความเคลื่อนไหวเกี่ยวกับบริการต่างๆของเราได้ที่

contact

#SO #SIAMRAJCHATANE #OUTSURCESERVICE #OUTSOURCE #OUTSOURCEIT #OUTSOURCESOLUTION #TECHENABLEDOUTSOURCE SOLUTION#SO #SIAMRAJCHATANE #OUTSURCESERVICE #OUTSOURCE #OUTSOURCEIT #OUTSOURCESOLUTION #TECHENABLEDOUTSOURCE SOLUTION#SO #SIAMRAJCHATANE #OUTSURCESERVICE #OUTSOURCE #OUTSOURCEIT #OUTSOURCESOLUTION #TECHENABLEDOUTSOURCE SOLUTION#SO #SIAMRAJCHATANE #OUTSURCESERVICE #OUTSOURCE #OUTSOURCEIT #OUTSOURCESOLUTION #TECHENABLEDOUTSOURCE SOLUTION#SO #SIAMRAJCHATANE #OUTSURCESERVICE #OUTSOURCE #OUTSOURCEIT #OUTSOURCESOLUTION #TECHENABLEDOUTSOURCE SOLUTION#SO #SIAMRAJCHATANE #OUTSURCESERVICE #OUTSOURCE #OUTSOURCEIT #OUTSOURCESOLUTION #TECHENABLEDOUTSOURCE SOLUTION#SO #SIAMRAJCHATANE #OUTSURCESERVICE #OUTSOURCE #OUTSOURCEIT #OUTSOURCESOLUTION #TECHENABLEDOUTSOURCE SOLUTION

SO สยามราชธานีจำกัด (มหาชน) ร่วมบริจาคสร้าง อาคาร จำนวน 1,000,000 บาท ให้กับโครงการอาคาร โรงพยาบาลรามาธิบดี

โรงพยาบาลรามาธิบดี

ภาระกิจสำคัญของ โรงพยาบาลรามาธิบดี

กว่าครึ่งศตวรรษที่คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี ก่อตั้งขึ้นในฐานะโรงเรียนแพทย์ ควบคู่ไปกับการเปิดให้บริการทางการแพทย์แก่ประชาชนจากทั่วประเทศ โดยเฉพาะผู้ป่วยนอกที่เข้าใช้บริการซึ่งมีจำนวนกว่า 2.4 ล้านครั้งต่อปี ด้วยโครงสร้างอาคารหลักที่มีอายุ 58 ปี นี้มีข้อจำกัดไม่เอื้อต่อการปรับปรุงหรือพัฒนางานระบบต่าง ๆ ที่รองรับเทคโนโลยีการแพทย์ที่ทันสมัย อีกทั้งยังมีพื้นที่จำกัดในการขยับขยายพื้นที่เพื่อให้บริการแก่ผู้ป่วยในสถานการณ์ที่ไม่แน่นอนเช่นในปัจจุบัน คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดีและมูลนิธิรามาธิบดี ในพระราชูปถัมภ์สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ร่วมสานต่อภารกิจแห่งการให้ผ่านโครงการก่อสร้างอาคาร โรงพยาบาลรามาธิบดี และย่านนวัตกรรมโยธี เพื่อเพิ่มพื้นที่รองรับการรักษาผู้ป่วย พร้อมยกระดับวงการแพทย์และสาธารณสุขไทยให้ก้าวไกลสู่ระดับสากล และ เพื่อก้าวข้ามข้อจำกัดและเพิ่มศักยภาพในการรักษาผู้ป่วย รวมถึงการเตรียมความพร้อมรองรับโรคที่อุบัติใหม่ที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต จึงเป็นเหตุผลในการเพิ่มพื้นที่โรงพยาบาล ให้มีความพร้อมด้านการรองรับเทคโนโลยีการแพทย์ที่ทันสมัย เพื่อรองรับผู้ป่วยให้เพียงพอต่อความต้องการ

โรงพยาบาลรามาธิบดี

 โรงพยาบาลรามาธิบดี แห่งใหม่

อาคาร โรงพยาบาลรามาธิบดี แห่งใหม่นี้ จะมีความสูง 25 ชั้นและมีชั้นใต้ดิน 2 ชั้น ตั้งอยู่บนพื้นที่ส่วนหนึ่งของด้านหน้าองค์การเภสัชกรรม มีขนาด 15 ไร่ 2 งาน 24 ตารางวา และมีพื้นที่ใช้สอยกว่า 278,000 ตารางเมตร ซึ่งมากกว่าพื้นที่ใช้สอยของอาคารสมเด็จพระเทพรัตน์เกือบ 3 เท่า อาคารโรงพยาบาลรามาธิบดีแห่งใหม่นี้สามารถรองรับผู้ป่วยที่ใช้สิทธิขั้นพื้นฐานได้อย่างเต็มศักยภาพเทียบเท่าอาคารเดิม แต่เน้นการเพิ่มประสิทธิภาพด้านการรักษา โดยเฉพาะโรคที่มีความซับซ้อนซึ่งถือเป็นความเชี่ยวชาญของบุคลากรทางการแพทย์ของโรงพยาบาลรามาธิบดีเพื่อเป็นต้นแบบทางการรักษาให้กับโรงพยาบาลอื่น ๆ ต่อไป

คณบดีคณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี

ศ.นพ.ปิยะมิตร ศรีธรา คณบดีคณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี กล่าวว่า เป็นระยะเวลา 58 ปี อาคารหลักของโรงพยาบาลรามาธิบดีแห่งนี้เปิดให้บริการทางการแพทย์แก่ประชาชนทั่วประเทศ จนถึงปัจจุบัน ในขณะที่องค์ความรู้และนวัตกรรมทางการแพทย์พัฒนาอย่างไม่หยุดยั้งเพื่อก้าวข้ามข้อจำกัดและเพิ่มศักยภาพในการรักษาผู้ป่วย รวมถึงการเตรียมความพร้อมรองรับโรคที่อุบัติใหม่ที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต จึงเป็นเหตุผลให้เพิ่มพื้นที่โรงพยาบาล ให้มีความพร้อมด้านการรองรับเทคโนโลยีการแพทย์ที่ทันสมัย เพื่อรองรับผู้ป่วยให้เพียงพอต่อความต้องการ โครงการก่อสร้างโรงพยาบาลรามาธิบดี และย่านนวัตกรรมโยธี มิเพียงแต่เป็นสถานที่ให้การบริการทางการแพทย์เท่านั้น เนื่องจากโรงพยาบาลรามาธิบดีเป็นห้องเรียนและแหล่งค้นคว้าวิจัยที่ผลิตบุคลากรทางการแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ โดยเฉพาะแพทย์ในระดับหลังปริญญา (Post-graduation) เพื่อสร้างแพทย์ผู้เชี่ยวชาญในการรักษาโรคที่มีความซับซ้อน และเป็นย่านนวัตกรรมการแพทย์โยธี (YMID) ศูนย์รวมนักวิทยาศาสตร์และนักวิจัยจากการผนึกกำลังกับเครือข่ายการแพทย์และวิทยาศาสตร์สุขภาพ ซึ่งประกอบด้วย ศูนย์พัฒนานวัตกรรมทางการแพทย์ (MIND CENTER) พื้นที่ Co- Working Space และ Clinical Research Center เป็นต้น เพื่อร่วมพัฒนาต่อยอดในด้านสาธารณสุขของประเทศให้มีศักยภาพในระดับสากล สามารถแข่งขันได้ และเตรียมความพร้อมเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (ASEAN Economic Community)

โรงพยาบาลรามาธิบดี

โครงการก่อสร้างอาคารโรงพยาบาลรามาธิบดี และย่านนวัตกรรมโยธี อยู่ระหว่างการดำเนินการก่อสร้าง คาดว่าจะแล้วเสร็จและเปิดให้บริการภายในปี พ.ศ 2571 แม้จะได้รับเงินสนับสนุนจากภาครัฐ แต่ยังคงขาดงบประมาณด้านการก่อสร้างอาคารประมาณ 3,000 ล้านบาท และการจัดซื้ออุปกรณ์การแพทย์ทันสมัยที่มีมูลค่าสูงประมาณ 6,000 ล้านบาท


ผู้มีจิตศรัทธาร่วมเป็นผู้ให้ด้วยการบริจาคเงินสมทบทุน การให้ครั้งนี้จะช่วยเพิ่มพื้นที่ และเพิ่มโอกาสในการรักษาทุกชีวิต ชื่อบัญชี มูลนิธิรามาธิบดี

  • ธนาคารกรุงเทพ เลขที่บัญชี 090-3-50015-5
  • ธนาคารกสิกรไทย เลขที่บัญชี 879-2-00448-3
  • ธนาคารไทยพาณิชย์ เลขที่บัญชี 026-3-05216-3

สอบถามโทร. 02-201-1111 หรือดูรายละเอียดได้ทาง www.ramafoundation.or.th


@LINE : Consult Outsource

#SO #SIAMRAJCHATANE #UNLOCKPOSSIBILITIES #SOHEREWEARE #OUTSURCESERVICE #OUTSOURCE #OUTSOURCEIT #OUTSOURCESOLUTION #TECHENABLEDOUTSOURCE SOLUTION

ติดตามความเคลื่อนไหวเกี่ยวกับบริการต่างๆของเราได้ที่

contact

#SO #SIAMRAJCHATANE #OUTSURCESERVICE #OUTSOURCE #OUTSOURCEIT #OUTSOURCESOLUTION #TECHENABLEDOUTSOURCE SOLUTION#SO #SIAMRAJCHATANE #OUTSURCESERVICE #OUTSOURCE #OUTSOURCEIT #OUTSOURCESOLUTION #TECHENABLEDOUTSOURCE SOLUTION#SO #SIAMRAJCHATANE #OUTSURCESERVICE #OUTSOURCE #OUTSOURCEIT #OUTSOURCESOLUTION #TECHENABLEDOUTSOURCE SOLUTION#SO #SIAMRAJCHATANE #OUTSURCESERVICE #OUTSOURCE #OUTSOURCEIT #OUTSOURCESOLUTION #TECHENABLEDOUTSOURCE SOLUTION#SO #SIAMRAJCHATANE #OUTSURCESERVICE #OUTSOURCE #OUTSOURCEIT #OUTSOURCESOLUTION #TECHENABLEDOUTSOURCE SOLUTION#SO #SIAMRAJCHATANE #OUTSURCESERVICE #OUTSOURCE #OUTSOURCEIT #OUTSOURCESOLUTION #TECHENABLEDOUTSOURCE SOLUTION#SO #SIAMRAJCHATANE #OUTSURCESERVICE #OUTSOURCE #OUTSOURCEIT #OUTSOURCESOLUTION #TECHENABLEDOUTSOURCE SOLUTION

SO Open House ตอนรับ สถาบัน KOREA TECH

KOREA TECH

SO Open House x KOREA TECH

เมื่อวันที่ 27 มกราคม 2566 บริษัท สยามราชธานี จำกัด(มหาชน) หรือ SO ได้มีโอกาศจัดกิจกรรม Open House ต้อนรับ คณะนักศึกษาจากสถาบัน KOREA TECH : Korea University of Technology and Education (ประเทศเกาหลี) เข้ามาเยี่ยมชมบริษัท สยามราชธานี โดยมีทีมผู้บริหารของ SO ให้การตอนรับ นำโดย คุณณัฐพล วิมลเฉลา และ คุณอภิวัฒน์ เกรียงวัฒนากุล พร้อมแสดงวิสัยทัศน์ในการทำงานที่จะ เปลี่ยนธุรกิจ Outsource จากการส่งคนรับจ้างทำงานทั่วไป ให้เป็น Tech-Enable Outsourcing Solution ที่มีแนวทางในการบริหารงานรูปแบบใหม่ โดยการนำเทคโนโลยีที่ทันสมัยมาประยุกต์ใช้ร่วมกับการให้บริการ Outsourcing รวมถึง Product ต่าง ๆ ของทาง SO โดยมีหลักการสำคัญที่นำเอา 3 สิ่งที่เป็นจุดแข็งขององค์กรคือ Workforce , Technology และ Process Engineering เขามาผนวกกันเพื่อให้ได้ Solution ที่ดีที่สุดสำหรับลูกค้าขององค์กร

KOREATECH

Korea University of Technology and Education ( KOREA TECH )

KOREATECH หรือ Korea University of Technology and Education เริ่มก่อตั้งในปี พ.ศ. 2534 โดยมีบทบาทสำคัญในการส่งเสริมบุคคลที่มีความสามารถด้วยความคิดสร้างสรรค์และทักษะในการแก้ปัญหา จิตวิญญาณแห่งการก่อตั้ง“ แสวงหาความจริงจากข้อเท็จจริง”

มีการออกแบบทุกหลักสูตรเพื่อรับมือกับยุคปฏิวัติอุตสาหกรรมครั้งที่ 4 และนักเรียนทุกคนสามารถติดตามพิเศษเพื่อเรียนรู้ AI (ปัญญาประดิษฐ์) และ Big Data ในระดับจุลภาคจากภาควิชาเทคโนโลยีแห่งอนาคต

ในปี 2019 ได้เริ่มก่อตั้ง Smart-Learning Factory ด้วยเทคโนโลยี 5G เพื่อมอบประสบการณ์การเรียนรู้ให้กับนักเรียนเช่น AR / VR และ Robotics ในสภาพแวดล้อมที่เป็นนวัตกรรมใหม่ และในปัจจุบันทาง KOREATECH ได้มีนโยบายในการนำนักศึกษาที่มีความสนใจในด้านเทคโนโลยีสาขาต่างๆเข้ามาศึกษาดูงาน ในสถาบันการศึกษาและองค์กรต่างๆทั้งภาครัฐและเอกชนในหลายๆประเทศ

ซึ่งบริษัท สยามราชธานี จำกัด(มหาชน) ยินดีที่จะเป็นส่วนหนึ่งในการแบ่งปันองค์ความรู้และแลกเปลี่ยนนวัตกรรมใหม่ๆ เพื่อเสริมสร้างเยาวชนรุ่นใหม่เข้าสู่อุตสาหกรรมเทคโนโลยีดิจิทัลในระดับโลกได้มากขึ้น

#so #companytech #koreatech #workforce #so #thailandoutsource

@LINE : Consult Outsource

#SO #SIAMRAJCHATANE #UNLOCKPOSSIBILITIES #SOHEREWEARE #OUTSURCESERVICE #OUTSOURCE #OUTSOURCEIT #OUTSOURCESOLUTION #TECHENABLEDOUTSOURCE SOLUTION

ติดตามความเคลื่อนไหวเกี่ยวกับบริการต่างๆของเราได้ที่

contact

#SO #SIAMRAJCHATANE #OUTSURCESERVICE #OUTSOURCE #OUTSOURCEIT #OUTSOURCESOLUTION #TECHENABLEDOUTSOURCE SOLUTION#SO #SIAMRAJCHATANE #OUTSURCESERVICE #OUTSOURCE #OUTSOURCEIT #OUTSOURCESOLUTION #TECHENABLEDOUTSOURCE SOLUTION#SO #SIAMRAJCHATANE #OUTSURCESERVICE #OUTSOURCE #OUTSOURCEIT #OUTSOURCESOLUTION #TECHENABLEDOUTSOURCE SOLUTION#SO #SIAMRAJCHATANE #OUTSURCESERVICE #OUTSOURCE #OUTSOURCEIT #OUTSOURCESOLUTION #TECHENABLEDOUTSOURCE SOLUTION#SO #SIAMRAJCHATANE #OUTSURCESERVICE #OUTSOURCE #OUTSOURCEIT #OUTSOURCESOLUTION #TECHENABLEDOUTSOURCE SOLUTION#SO #SIAMRAJCHATANE #OUTSURCESERVICE #OUTSOURCE #OUTSOURCEIT #OUTSOURCESOLUTION #TECHENABLEDOUTSOURCE SOLUTION#SO #SIAMRAJCHATANE #OUTSURCESERVICE #OUTSOURCE #OUTSOURCEIT #OUTSOURCESOLUTION #TECHENABLEDOUTSOURCE SOLUTION

SO สยามราชธานี จับมือมหาวิทยาลัย เทคโนโลยี ราชมงคลกรุงเทพ ร่วมผลิตบัณฑิตด้านระบบสารสนเทศและนวัตกรรมดิจิทัลเพื่อธุรกิจ

เทคโนโลยี

SO สยามราชธานี เตรียมความพร้อมรองรับตลาดแรงงานด้าน เทคโนโลยี

บริษัท สยามราชธานี จำกัด (มหาชน) หรือ SO ผู้นำด้านธุรกิจจ้างเหมาบริการครบวงจร (Outsourcing Services) ชั้นนำในประเทศไทย สู่ Tech Company ที่มีประสบการณ์ด้านบริการจัดหาบุคลากรมากว่า 40 ปี พร้อมมุ่งพัฒนาทรัพยากรบุคคลให้ทันต่อการเติบโตของธุรกิจในยุคดิจิทัล ล่าสุดผนึกความร่วมมือกับ มหาวิทยาลัย เทคโนโลยี ราชมงคลกรุงเทพ ทางด้านวิชาการในการร่วมผลิตบัณฑิตด้านระบบสารสนเทศและนวัตกรรมดิจิทัลเพื่อธุรกิจ โดยเฉพาะสาขาทางด้านเทคโนโลยีดิจิทัล เพื่อตอบรับเทรนด์ตลาดแรงงานมาแรงในยุคดิจิทัล

ร่วมมือกับ UTK ในการสร้างมาตรฐานด้าน เทคโนโลยี ให้กับคนรุ่นใหม่

เมือวันที่ 15 ธันวาคม 2565 นายณัฐพล วิมลเฉลา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท สยามราชธานี จำกัด (มหาชน) พร้อมด้วยรองศาสตราจารย์ ดร.พิชัย จันทร์มณี อธิการบดี มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลกรุงเทพ ร่วมเป็นประธานในพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงว่าด้วยความร่วมมือทางวิชาการภายใต้การตกลงร่วมผลิตบัณฑิต เพื่อพัฒนาหลักสูตรและศักยภาพนักศึกษา ให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาดแรงงานรูปแบบใหม่ โดยมีคณะผู้บริหารของทั้งสองฝ่าย ร่วมในพิธี ณ ห้องสโรบล อาคารสำนักงานอธิการบดี มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลกรุงเทพ

นายณัฐพล วิมลเฉลา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท สยามราชธานี จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า หลังจาก SO สยามราชธานี เข้าสู่ตลาดหลักทรัพย์ และได้เดินหน้าปรับองค์กรจากบริษัทธุรกิจการจ้างเหมาบริการครบวงจร บริษัทได้ก้าวสู่การเป็น Tech Company หรือบริษัทที่มีการใช้เทคโนโลยีและสร้างนวัตกรรมใหม่ให้เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง นอกจากการมุ่งสร้างผลกำไรในธุรกิจเพื่อการเติบโตของบริษัทเพื่อเดินหน้าสร้างผลตอบแทนที่ดีแก่ผู้ถือหุ้น และการมุ่งสู่การเป็นองค์กรที่ยั่งยืนแล้ว อีกหนึ่งพันธกิจหลักของบริษัทคือการส่งเสริมสนับสนุนและประสานงานเพื่อการพัฒนาทรัพยาบุคคล ซึ่งทรัพยากรบุคคลเป็นรากฐานของการพัฒนาในทุกด้าน ด้วยตระหนักถึงความสำคัญของทรัพยากรบุคคล SO สยามราชธานีจึงจำเป็นต้องมีพันธมิตรที่มีศักยภาพ และความพร้อมทางวิชาการเพื่อร่วมกันพัฒนาในเรื่องดังกล่าว จึงร่วมมือกับมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลกรุงเทพ สถาบันการศึกษาที่มีทั้งองค์ความรู้ บุคลากร เครื่องมืออุปกรณ์ และสถานที่สำหรับการพัฒนาทรัพยากรบุคคลอย่างมีประสิทธิภาพ และพร้อมสำหรับการผลักดันให้มีการพัฒนางานทางด้านวิชาการ โดยเฉพาะทางด้านไอที เทคโนโลยี เพื่อตอบรับเทรนด์ตลาดแรงงานมาแรงในยุคดิจิทัล

“นับตั้งแต่เกิดผลกระทบจากดิจิทัลดิสรัปชั่นมาจนถึงโควิด-19 ดิสรัปชั่นทำให้มีการเปลี่ยนแปลงหลากหลาย ถือเป็นความท้าทายของทั้งภาคธุรกิจและภาคอุตสาหกรรม ที่ต้องรับมือกับการเปลี่ยนแปลงต่างๆส่งผลให้เกิดความต้องการการจ้างงานเด็กรุ่นใหม่ที่ไม่เพียงแต่มีความรู้ในสาขาที่เรียนมาเฉพาะด้าน แต่ต้องการบัณฑิตที่สามารถทำงานได้จริง ดังนั้นการพัฒนาด้านสหกิจศึกษา (Cooperative Education) ซึ่งเป็นระบบการศึกษาที่ผสมผสานการเรียนกับการปฏิบัติงาน (Work Integrated Learning) โดยเฉพาะการเรียนรู้ในสาขาด้านไอทีและเทคโนโลยี เพี่อเสริมคุณภาพของบัณฑิตผ่านประสบการณ์ทํางานในสถานประกอบการ ตามมาตรฐานวิชาการและวิชาชีพ และตรงกับความต้องการของตลาดแรงงานในยุคดิจิทัล จึงเป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยให้เกิดการพัฒนาของธุรกิจ และแก้ปัญหาการเรียนจบไม่มีงานทำ ก่อให้เกิดการจ้างงานจริง สยามราชธานี และมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลกรุงเทพ จึงพร้อมร่วมมือสร้างบัณฑิตที่เปี่ยมด้วยศักยภาพเพื่อช่วยให้นักศึกษาได้รับโอกาสในการจ้างงานจริง พร้อมทั้งตอบโจทย์การพัฒนาของสถาบันอุดมการศึกษาเกิดเครือข่ายความร่วมมือพัฒนากำลังคน และยังช่วยให้ภาคธุรกิจได้กำลังคนที่มีสมรรถนะตรงตามต้องการ ประเทศชาติมีบุคลากรคุณภาพช่วยเป็นพลังขับเคลื่อนประเทศสู่การพัฒนาในเมกะเทรนด์แห่งโลกอนาคต” นายณัฐพล กล่าว

 

พร้อมผลิตบัณฑิตด้าน เทคโนโลยี สู่ตลาดแรงงานในยุคดิจิทัล

รองศาสตราจารย์ ดร.พิชัย จันทร์มณี อธิการบดี มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลกรุงเทพ กล่าวว่า มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลกรุงเทพ มีความพร้อมอย่างยิ่งในฐานะสถาบันการศึกษาที่จะร่วมพัฒนาและต่อยอดทรัพยาบุคคลเพื่อพัฒนาให้เกิดการเรียนรู้และการฝึกฝน เพิ่มศักยภาพและประสบการณ์ของนักศึกษาเพื่อการทำงานได้จริงหลังจบการศึกษาตอบรับกระแสความต้องการการจ้างงานของภาคธุรกิจและอุตสาหกรรมในยุคดิจิทัลและการเติบโตแห่งอนาคต โดยทางมหาวิทยาลัยร่วมกับสยามราชธานี มุ่งเน้นในการพัฒนาบัณฑิตที่ผสมผสานการเรียนกับการปฏิบัติงานในชั่วโมงทำงานจริง โดยเฉพาะทางด้าน เทคโนโลยี ดิจิทัลและอุตสาหกรรมสมัยใหม่ ทั้งนี้ ภายใต้ความร่วมมือของทั้งสององค์กร จะมีการจัดสรรอาจารย์ วิทยากรมากประสบการณ์ที่มาจากภาคธุรกิจและภาคอุตสาหกรรมมากขึ้น เพื่อให้ความรู้ และแนะนำการนำการใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมไปใช้ให้เกิดประโยชน์และสร้างคุณค่าแก่ภาคธุรกิจและองค์กรต่าง ๆ ทั้งยังจะเปิดโอกาสให้นักศึกษาได้มีการปฏิบัติงานจริงในองค์กร ซึ่งองค์กรจะเข้ามาร่วมจัดการเรียนการสอนอย่างเต็มรูปแบบ ให้ความร่วมมือแบบเต็มเวลา นักศึกษาจะเป็นเสมือนเจ้าหน้าที่หรือพนักงานปฏิบัติงานชั่วคราวในองค์กร มิใช่นักศึกษาฝึกงาน ทำให้นักศึกษาจะได้ประสบการณ์การทำงานที่ได้ลงลึกถึงเนื้องาน และเข้าใจถึงการทำงานในโลกแห่งความเป็นจริง ทั้งยังได้เรียนรู้ เทคโนโลยี และระบบต่างๆ ขององค์กรพร้อมทำงานจริงหลังจบการศึกษา

ภายใต้การตกลงร่วมผลิตบัณฑิตด้านระบบสารสนเทศและนวัตกรรมดิจิทัลเพื่อธุรกิจในครั้งนี้ มีจุดมุ่งหมายในการพัฒนาหลักสูตรและศักยภาพนักศึกษา โดยจะมุ่งเน้นการพัฒนาบัณฑิตจบใหม่ในสาขาระบบสารสนเทศและนวัตกรรมดิจิทัลเพื่อธุรกิจ รวมถึงสาขาอื่น ๆ ด้านไอที ด้านเทคโนโลยี ที่ต้องการเข้ามาทำงานในสายงานที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีดิจิทัลให้มีความพร้อมผ่านการส่งเสริมทักษะที่ตรงตามความต้องการของผู้ประกอบการในภาคอุตสาหกรรม อีกทั้งสอดคล้องกับมาตรฐานวิชาชีพสากลก่อนป้อนเข้าสู่ระบบ โดยมีเป้าหมายพัฒนาบัณฑิตภายใต้หลักสูตรความร่วมมือครั้งนี้ปีละไม่น้อยกว่า 670 ราย

 

ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บ.สยามราชธานี กล่าวเพิ่มเติมว่า


“การประสานความร่วมมือระหว่าง SO สยามราชธานีกับมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลกรุงเทพในครั้งนี้ จะเป็นก้าวสำคัญในการส่งเสริมการพัฒนาทรัพยากรบุคคลในระดับอุดมศึกษา เพื่อปูทางสู่การจ้างงานในอนาคต ซึ่งทักษะทางด้าน เทคโนโลยี ดิจิทัลจะช่วยเพิ่มโอกาสในการจ้างงานจริงแก่บัณฑิตจบใหม่ แก้ปัญหาเรียนจบไม่ตกงาน ทั้งยังสนองตอบความต้องการกำลังคนในสาขาเทคโนโลยีดิจิทัลของภาคธุรกิจและอุตสาหกรรมดิจิทัลของประเทศ เพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขัน และเสริมแกร่งภาคเศรษฐกิจไทยในอนาคต”


@LINE : Consult Outsource

#SO #SIAMRAJCHATANE #UNLOCKPOSSIBILITIES #SOHEREWEARE #OUTSURCESERVICE #OUTSOURCE #OUTSOURCEIT #OUTSOURCESOLUTION #TECHENABLEDOUTSOURCE SOLUTION

ติดตามความเคลื่อนไหวเกี่ยวกับบริการต่างๆของเราได้ที่

contact

#SO #SIAMRAJCHATANE #OUTSURCESERVICE #OUTSOURCE #OUTSOURCEIT #OUTSOURCESOLUTION #TECHENABLEDOUTSOURCE SOLUTION#SO #SIAMRAJCHATANE #OUTSURCESERVICE #OUTSOURCE #OUTSOURCEIT #OUTSOURCESOLUTION #TECHENABLEDOUTSOURCE SOLUTION#SO #SIAMRAJCHATANE #OUTSURCESERVICE #OUTSOURCE #OUTSOURCEIT #OUTSOURCESOLUTION #TECHENABLEDOUTSOURCE SOLUTION#SO #SIAMRAJCHATANE #OUTSURCESERVICE #OUTSOURCE #OUTSOURCEIT #OUTSOURCESOLUTION #TECHENABLEDOUTSOURCE SOLUTION#SO #SIAMRAJCHATANE #OUTSURCESERVICE #OUTSOURCE #OUTSOURCEIT #OUTSOURCESOLUTION #TECHENABLEDOUTSOURCE SOLUTION#SO #SIAMRAJCHATANE #OUTSURCESERVICE #OUTSOURCE #OUTSOURCEIT #OUTSOURCESOLUTION #TECHENABLEDOUTSOURCE SOLUTION#SO #SIAMRAJCHATANE #OUTSURCESERVICE #OUTSOURCE #OUTSOURCEIT #OUTSOURCESOLUTION #TECHENABLEDOUTSOURCE SOLUTION

SO ผู้เชี่ยวชาญด้าน บริการOutsource จับมือ Thrive Venture Builder สตาร์ทอัพสัญชาติไทยที่มุ่งแก้ปัญหาสังคมอย่างยั่งยืน

บริการOutsource

ณัฐพล วิมลเฉลา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.สยามราชธานี (SO) ผู้เชี่ยวชาญด้าน บริการOutsource จับมือ Thrive Venture Builder สตาร์ทอัพสัญชาติไทยที่มุ่งแก้ปัญหาสังคมอย่างยั่งยืน สร้าง Sprint Tech คอมมูนิตี้แห่งการเรียนรู้ที่จะเปลี่ยนมุมมองการศึกษาสำหรับวัยทำงานให้สามารถเริ่มงานในสายงานใหม่ที่กำลังเป็นที่ต้องการของตลาดอย่าง “สายเทคโนโลยี-ดิจิทัล” ได้ในเวลาอันสั้น ประเดิมเปิดโปรแกรม Full-Stack Developer Bootcamp รุ่นแรก หวังผลิตบุคลากรเข้าสู่วงการไอทีที่กำลังขาดแคลนแรงงานอย่างหนัก พร้อมทั้งช่วยแก้ปัญหาการว่างงานอย่างยั่งยืน

บริการOutsource

ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าหนึ่งในอาชีพที่กำลังมาแรงและเป็นที่ต้องการตัวอย่างมากในปัจจุบัน คือ “กลุ่มอาชีพสายเทคโนโลยี” ที่มีดีมานด์สูงมากในตลาดแรงงาน อันเนื่องมาจากระบบนิเวศทางธุรกิจ (Business Ecosystem) ที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างก้าวกระโดด โดยเฉพาะช่วงวิกฤตการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ที่เป็นทั้งชนวน และตัวเร่งปฏิกิริยาให้ธุรกิจต่าง ๆ ต้องปรับตัวก้าวสู่โลกดิจิทัลกันมากขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ จึงไม่น่าแปลกใจที่อาชีพโปรแกรมเมอร์ รวมไปถึงอาชีพอื่น ๆ ในสายงานไอที ที่เป็นผู้ขับเคลื่อนบริษัทให้เกิดการ Digitization จะเป็นที่ต้องการตัวมากขึ้นในเวลานี้ ซึ่งเป็นปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นทั่วโลก ไม่เฉพาะในประเทศไทยเท่านั้น โดยสภาเศรษฐกิจโลก (World Economic Forum) ได้เปิดเผยถึง 10 อาชีพที่จะเป็นที่ต้องการและมีการเติบโตสูงในอนาคต ซึ่งกว่าครึ่งในลิสต์นี้ล้วนเป็นสายไอที อย่าง Data Scientist, Digital Transformation Specialist และ Software Developer

แต่ในขณะที่ความต้องการแรงงานในสายงานนี้สูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง แต่จำนวนแรงงานที่สามารถทำงานได้จริงกลับมีน้อยอย่างน่าใจหาย ส่วนหนึ่งเป็นเพราะทางสถาบันการศึกษาไม่สามารถผลิตบุคลากรได้ทันตามความต้องการของตลาด แต่ในทางตรงกันข้าม ข้อมูลจากสำนักงานสถิติแห่งชาติชี้ให้เห็นว่า โควิด-19 ส่งผลให้อัตราการว่างงานพุ่งสูงขึ้นเป็นเท่าตัว จากร้อยละ 0.9 เมื่อช่วงต้นปี 2562 ขึ้นไปแตะร้อยละ 2.3 ในช่วงปลายปี 2564 โดยกลุ่มคนว่างงานส่วนใหญ่เป็นผู้ที่เรียนจบระดับอุดมศึกษา รองลงมาคือระดับวิชาชีพชั้นสูง หรือ ปวส. แสดงให้เห็นว่าการศึกษาขั้นสูงอาจจะไม่ใช่คำตอบเสมอไป หากไม่สามารถคาดการณ์ถึงความต้องการตลาดล่วงหน้าได้ และไม่สามารถเตรียมความพร้อมให้ผู้เรียนพัฒนาตนเองสู่สายอาชีพอื่นได้อย่างมีคุณภาพ

บริการOutsource

นี่เป็นประเด็นที่เคยมีการหยิบยกมาพูดเรื่อย ๆ กับภาคการศึกษาที่ผู้เรียนมักจะเข้าเรียนมหาวิทยาลัยตามธรรมเนียมปฏิบัติ แต่เมื่อเรียนจบออกมา มีจำนวนหนึ่งที่ไม่ได้ใช้ความรู้ที่เรียนมา แต่เลือกไปทำงานในสายงานอื่นแทน เนื่องจากทักษะความรู้ที่มีไม่เป็นที่ต้องการของตลาด จึงยากที่จะหางานตรงตามสายอาชีพของตน

“ผมมองว่า หากเรารู้ความต้องการของตนเองและตัดสินใจแล้วว่าต้องการทำอาชีพอะไร สิ่งที่เราเรียนรู้ควรถูกนำมาใช้จริงมากกว่า 90% แต่การเรียนการสอนในมหาวิทยาลัยปัจจุบันจะเน้นให้ผู้เรียนรู้กว้าง นำมาใช้จริงอาจไม่ถึง 2% ด้วยซ้ำ ซึ่งอาจไม่ตอบโจทย์ความต้องการของตลาดในปัจจุบัน” คุณณัฐพล วิมลเฉลา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.สยามราชธานี (SO) กล่าว

สยามราชธานี หรือ SO เองก็เป็นหนึ่งในบริษัทที่มีการจ้างงานบุคลากรสายไอทีสูง เนื่องจากทางบริษัทให้ บริการOutsource พนักงานไอทีและโปรแกรมเมอร์ ให้กับบริษัทต่าง ๆ เนื่องจากภาคธุรกิจล้วนต้องการบุคลากรที่มีความเชี่ยวชาญ ประสบการณ์สูง แต่มักประสบปัญหาการสรรหาและคัดเลือกพนักงานที่เหมาะสมจากภาวะขาดแคลนแรงงานที่มีทักษะตรงตามความต้องการของตลาด

คุณณัฐพล วิมลเฉลา ยังเผยว่า “สยามราชธานีอยู่ในตำแหน่งที่พิเศษมาก เนื่องจากเราทำงานใกล้ชิดกับลูกค้าในหลาย ๆ อุตสาหกรรม ทำให้เรารับรู้และเข้าใจว่าบริษัทต่าง ๆ รวมไปถึงตลาดแรงงานต้องการบุคลากรแบบใด ผมเชื่อว่าประเทศเรายังมีคนที่มีความสามารถอยู่อีกมากที่อาจไม่ได้รับโอกาสที่เหมาะสม จึงอยากพัฒนาคนให้เขามีพื้นฐาน สามารถเรียนรู้ต่อยอดได้ด้วยตนเอง ซึ่งเป็นผลดีกับทั้งตัวคนทำงานและกับภาคธุรกิจด้วย”

จุดประกายความคิดที่จะพัฒนาการศึกษาในเมืองไทยนี่เอง ที่นำให้คุณณัฐพล วิมลเฉลา ได้มาพบกับ Thrive Venture Builder สตาร์ทอัพที่มีประสบการณ์และความเชี่ยวชาญในด้าน EduTech นำโดย คุณดอร่า – นัทธินี แซ่โฮ และร่วมกันก่อตั้ง Sprint Tech คอมมูนิตี้แห่งการเรียนรู้สำหรับผู้ที่ต้องการทำงานในสายงานเทคโนโลยี

และเพื่อผลักดันให้เกิดความเปลี่ยนแปลงนี้ ทาง Sprint Tech จึงได้ออกแบบหลักสูตร Full-Stack Developer Bootcamp ซึ่งเป็นโปรแกรมการเรียนรู้แบบ Workshop-based เน้นการฝึกฝนภาคปฏิบัติ เพื่อปูพื้นฐานและติดอาวุธให้กับผู้ที่อาจไม่มีความรู้ในสายงานนี้มาก่อน ให้มีทักษะและความพร้อมจนเริ่มต้นทำงานในสายงานเทคโนโลยีได้จริง และเมื่อเรียนจบหลักสูตร Full-Stack Developer Bootcamp แล้ว ยังมีโอกาสที่จะได้ฝึกงานกับหลากหลายบริษัทในเครือพันธมิตรของ SO และ Thrive Venture Builder อีกด้วย

หากใครที่สนใจก้าวสู่สายงานเทคโนโลยี สามารถศึกษารายละเอียดเพิ่มเติม และสมัครเข้าร่วม Bootcamp ได้ที่ https://bit.ly/3Qj3uvo หรือเว็บไซต์ www.sprint-tech.co

สอบถาม โทร. 062-445-7421, 083-243-0545 หรือ Inbox เพจ Sprint Tech: https://bit.ly/3Qw5Zu2

สนใจร่วมงานกับ SO คลิกเลย

@LINE : Consult Outsource

#SO #SIAMRAJCHATANE #UNLOCKPOSSIBILITIES #SOHEREWEARE #OUTSURCESERVICE #OUTSOURCE #OUTSOURCEIT #OUTSOURCESOLUTION #TECHENABLEDOUTSOURCE SOLUTION

ติดตามความเคลื่อนไหวเกี่ยวกับบริการต่างๆของเราได้ที่

contact

#SO #SIAMRAJCHATANE #OUTSURCESERVICE #OUTSOURCE #OUTSOURCEIT #OUTSOURCESOLUTION #TECHENABLEDOUTSOURCE SOLUTION#SO #SIAMRAJCHATANE #OUTSURCESERVICE #OUTSOURCE #OUTSOURCEIT #OUTSOURCESOLUTION #TECHENABLEDOUTSOURCE SOLUTION#SO #SIAMRAJCHATANE #OUTSURCESERVICE #OUTSOURCE #OUTSOURCEIT #OUTSOURCESOLUTION #TECHENABLEDOUTSOURCE SOLUTION#SO #SIAMRAJCHATANE #OUTSURCESERVICE #OUTSOURCE #OUTSOURCEIT #OUTSOURCESOLUTION #TECHENABLEDOUTSOURCE SOLUTION#SO #SIAMRAJCHATANE #OUTSURCESERVICE #OUTSOURCE #OUTSOURCEIT #OUTSOURCESOLUTION #TECHENABLEDOUTSOURCE SOLUTION#SO #SIAMRAJCHATANE #OUTSURCESERVICE #OUTSOURCE #OUTSOURCEIT #OUTSOURCESOLUTION #TECHENABLEDOUTSOURCE SOLUTION#SO #SIAMRAJCHATANE #OUTSURCESERVICE #OUTSOURCE #OUTSOURCEIT #OUTSOURCESOLUTION #TECHENABLEDOUTSOURCE SOLUTION

SO KYC โซลูชั่นใหม่ ยืนยันตัวตน Delivery เก็บข้อมูลปลอดภัยไร้กังวล

SO นำเสนอโซลูชั่นใหม่ บริการ KYC Delivery เพื่อตอบสนองความต้องการของบริษัทแพลตฟอร์มด้านการลงทุนอย่าง StashAway โดยรวบรวมข้อมูลยืนยันตัวตนของลูกค้าส่งต่อให้บริษัทฯ โดยนำเทคโนโลยีมาช่วยปรับกระบวนการทำงาน ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการทำ BPO (Business Process Outsourcing) ให้งานมีประสิทธิภาพมากที่สุด โดยใช้เวลาน้อยที่สุด เมื่อนำเทคโนโลยีมารวมกับจุดแข็งเรื่องบุคลากรทำให้เกิดเป็นบริการใหม่ เพื่ออำนวยความสะดวกให้ลูกค้าองค์กร ได้โฟกัสกับ Core Business ของตนเองได้เลย

การทำ KYC หรือ Know Your Customer เป็นกระบวนการตรวจสอบการทำธุรกรรมทางการเงิน โดยนำเอกสารทางกฎหมาย เช่น บัตรประชาชน ไปแสดงยังจุดผู้ให้บริการ จากนั้นองค์กรจะเก็บข้อมูลไป แต่จากสถานการณ์ในปัจจุบัน ทำให้การทำ KYC แบบเดิมอาจไม่ตอบโจทย์ SO จึงคิดโซลูชั่นใหม่ KYC Delivery นำการยืนยันตัวตนมาอยู่ในรูปแบบของเดลิเวอรี่ เป็นตัวกลางส่งข้อมูลให้องค์กรลูกค้า ที่จะทำให้ได้ข้อมูลครบถ้วนโดยไม่ต้องทำเอง

โดยบริการ KYC Delivery มีทีมงานอยู่ 3 ส่วน ได้แก่

ส่วนแรก ทีมไรเดอร์ ใช้อุปกรณ์สำหรับ Dip-Chip ส่งข้อมูลลูกค้าให้องค์กร ก่อนที่จะให้บริการได้ ต้องผ่านกระบวนการอบรมมาแล้วเรียบร้อย อบรมการใช้อุปกรณ์สำหรับการ KYC ให้ลูกค้า และ Service mind มาตรฐานการให้บริการ นอกจากนี้ยังมีทีมแอดมินคอยดูแลระบบหลังบ้าน ตรวจสอบตำแหน่งที่ทำการยืนยันตัวตน ให้สอดคล้องกับสถานที่นัดหมายกับทางลูกค้า

ส่วนที่ 2 ทีมแอดมิน ก็มีการอบรมเรื่องการใช้อุปกรณ์ และโปรแกรมหลังบ้าน สำหรับตรวจสอบตำแหน่งที่ทำการยืนยันตัวตน ให้สอดคล้องกับสถานที่นัดหมายระหว่างไรเดอร์กับทางลูกค้า ประสานงานกับทีมโปรแกรมเมอร์ เพื่อใช้โปรแกรมให้บริการลูกค้าอย่างเต็มที่ รวมไปถึงประสานกับทางคู่ค้าในเรื่องการอัปเดตสถานะของการยืนยันตัวตน พร้อมทั้งจัดทำรายงานเพื่อนำเสนอประจำสัปดาห์อีกด้วย

และส่วนสุดท้าย ทีมโปรแกรมเมอร์ ที่คิดโซลูชั่น คอยพัฒนาโปรแกรม เป็นเบื้องหลังให้ไรเดอร์และแอดมิน สามารถใช้งานอุปกรณ์ได้อย่างสะดวกสบาย และคิดค้นระบบสำหรับรวบรวมข้อมูลลูกค้าให้มีความปลอดภัยมากที่สุด

เราไม่ได้มีเพียงบริการนี้เท่านั้น แต่ยังมีบริการอื่นๆ อีก ที่จะช่วยให้องค์กรของคุณทำงานได้สะดวกขึ้น หากองค์กรใดสนใจบริการจาก SO ติดต่อได้ที่ บริษัท สยามราชธานี จำกัด (มหาชน)

#so #sokyc #dipchip #bpo #businessprocessoutsourcing #kycdelivery #kycยืนยันตัวตน #ยืนยันตัวตนkyc #สยามราชธานี

@LINE : Consult Outsource

#SO #SIAMRAJCHATANE #UNLOCKPOSSIBILITIES #SOHEREWEARE #OUTSURCESERVICE #OUTSOURCE #OUTSOURCEIT #OUTSOURCESOLUTION #TECHENABLEDOUTSOURCE SOLUTION

ติดตามความเคลื่อนไหวเกี่ยวกับบริการต่างๆของเราได้ที่

contact

#SO #SIAMRAJCHATANE #OUTSURCESERVICE #OUTSOURCE #OUTSOURCEIT #OUTSOURCESOLUTION #TECHENABLEDOUTSOURCE SOLUTION#SO #SIAMRAJCHATANE #OUTSURCESERVICE #OUTSOURCE #OUTSOURCEIT #OUTSOURCESOLUTION #TECHENABLEDOUTSOURCE SOLUTION#SO #SIAMRAJCHATANE #OUTSURCESERVICE #OUTSOURCE #OUTSOURCEIT #OUTSOURCESOLUTION #TECHENABLEDOUTSOURCE SOLUTION#SO #SIAMRAJCHATANE #OUTSURCESERVICE #OUTSOURCE #OUTSOURCEIT #OUTSOURCESOLUTION #TECHENABLEDOUTSOURCE SOLUTION#SO #SIAMRAJCHATANE #OUTSURCESERVICE #OUTSOURCE #OUTSOURCEIT #OUTSOURCESOLUTION #TECHENABLEDOUTSOURCE SOLUTION#SO #SIAMRAJCHATANE #OUTSURCESERVICE #OUTSOURCE #OUTSOURCEIT #OUTSOURCESOLUTION #TECHENABLEDOUTSOURCE SOLUTION#SO #SIAMRAJCHATANE #OUTSURCESERVICE #OUTSOURCE #OUTSOURCEIT #OUTSOURCESOLUTION #TECHENABLEDOUTSOURCE SOLUTION

SO พบนักลงทุนวัน Opp Day ปักธงเป็น BPO Consultant ครบวงจร คาดครึ่งปีหลัง 65 ธุรกิจโตเพิ่ม 10%

ลงทุน

ปักธง BPO Consultant ครบวงจร

เมื่อวันที่ 9 มิถุนายน 2565 ที่ผ่านมา บริษัท สยามราชธานี จำกัด (มหาชน) หรือ SO ผู้นำด้านธุรกิจการจ้างเหมาบริการครบวงจร (Outsourcing Services) เปิดเผยในงานวันที่ผู้บริหารพบนักวิเคราะห์และผู้ลงทุน (Opportunity Day) ของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย โดยมีผู้บริหาร 4 ท่านกล่าวถึงทิศทางของบริษัท ในการผลักดัน BPO Consultant ครบวงจรพร้อมสรุปผลประกอบการไตรมาส 1/2565 ดังนี้

นางสาวกัณธิมา แจ้งวันสุข กรรมการผู้จัดการ บริษัท สยามราชธานี จำกัด (มหาชน) หรือ SO เปิดเผยว่า ทิศทางการดำเนินธุรกิจของบริษัทฯ เราตั้งใจปรับเปลี่ยนระบบการทำงานจาก Outsourcing Services เป็น BPO (Business Process Outsourcing) บริการปรับเปลี่ยนกระบวนการทำงานแบบครบวงจร โดยเราจะเป็นที่ปรึกษาให้กับองค์กรของลูกค้า พร้อมนำบุคลากรที่เป็นจุดแข็งของเรา มาผนวกรวมกับเทคโนโลยีที่พัฒนาโดยทีม IT มาช่วยอำนวยความสะดวกให้กับลูกค้า ให้ Transform องค์กรได้ง่าย

นอกจากนี้ บริษัทมีเป้าหมายที่จะเป็น Tech Company เพื่อตอบสนองความต้องการในโลกปัจจุบัน และทำให้ลูกค้าสามารถโฟกัสกับธุรกิจหลักของตนเองได้ ซึ่งคาดการณ์ว่าในครึ่งปีหลัง 2565 ธุรกิจจะเติบโตขึ้น 10% ตามแผนที่วางไว้ จาก Backlog ช่วงปลายปีทั้งกับลูกค้ารายเดิมและลูกค้ารายใหม่ด้วย รวมถึงในช่วงไตรมาส 2-3 จะมีการต่อสัญญาลูกค้ารายเดิมของบริษัท

BPO (Business Process Outsourcing)

Solutions ที่พร้อมตอบโจทย์โลกธุรกิจในปัจจุบัน

นายชินภัทร จาดเจริญ รองกรรมการผู้จัดการ แผนกเทคโนโลยีและสารสนเทศ กล่าวถึงกรณีตัวอย่างที่บริษัทฯ เข้าไป BPO ว่า ปัจจุบันบริษัทส่งบุคลากรพร้อมเทคโนโลยีแพลตฟอร์มเข้าไปช่วยองค์กรของลูกค้า เพื่อให้ตอบโจทย์กับโลกปัจจุบัน ยกตัวอย่างบริการต่างๆ เช่น

  1. Payroll Process Outsourcing จากเดิมที่ลงข้อมูลไว้ใน Excel ทำให้เกิด Human Error ขึ้น บริษัทได้นำเทคโนโลยีและแพลตฟอร์มเข้าไปช่วย อย่าง Tiktrack ระบบการลงเวลาในแอปพลิเคชั่น เพื่อให้ดูข้อมูลได้สะดวกขึ้น และ Digidocs โปรแกรมจัดการเอกสารออนไลน์ เมื่อนำไปใช้กับการคำนวณ สามารถเช็คข้อมูลและลดเวลาจัดการข้อมูลได้ และลดปัญหา Human Error ได้
  2. E-KYC & Client Onboarding เราได้ใช้การเดลิเวอรี่ ร่วมกับเทคโนโลยี Dip-Chip ยืนยันตัวตนให้กับลูกค้าถึงที่ พร้อมด้วยทีมแอดมินหลังบ้านที่คอยจัดการ Tracking ระบบของพนักงานเดลิเวอรี่ ประกอบกับอุปกรณ์ที่มีคุณภาพ ลูกค้ามั่นใจได้ว่าข้อมูลที่ทำการ Dip-Chip จะมีความปลอดภัย ข้อมูลส่วนบุคคลไม่รั่วไหล โดยลูกค้าองค์กรจะได้รับข้อมูลแบบ Real-Time สามารถเช็คได้ว่าได้ข้อมูลเรียบร้อยแล้ว
  3. Vehicle Management Service (VMS) บริการแอปพลิเคชั่นสำหรับการเช่ารถ ที่แนบไปพร้อมกับการเช่ารถ สามารถดูข้อมูลได้ว่ารถที่เช่าไปมีความเคลื่อนไหวอย่างไร รวมถึงการจัดการข้อมูลรถยนต์ อัปเดตข้อมูลต่างๆแบบ Real-Time จบภายในแอปเดียว ไม่ต้องบันทึกข้อมูลบนกระดาษอีกต่อไป
  4. Business Process Management (BPM) การจัดการระบบธุรกิจให้มีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะระบบการจัดการเอกสาร (Document) จะมีการอัปเกรดจาก Digidocs เป็น Flow เพื่อช่วยเรื่องระบบจัดการเอกสาร มีการ Tracking จำกัดสิทธิการจัดการเอกสารต่างๆ ช่วยในเรื่อง Data Security ทำให้เอกสารปลอดภัยมากขึ้นกว่าเดิม

นายณัฐนนท์ กฤษณรุ่งเรือง รองกรรมการผู้จัดการ แผนกบัญชีและการเงิน กล่าวถึงผลประกอบการไตรมาส 1/2565 ว่า บริษัทฯ มีรายได้เพิ่มขึ้น 8% จาก SO People เมื่อปีที่แล้ว ส่วนกำไรขั้นต้น (Gross Profit) ในปี 2565 อยู่ที่ 96 ล้านบาท ซึ่งใกล้เคียงกับไตรมาสแรกของปีก่อน แต่หากดูเปอร์เซ็นต์แล้ว ลดลงจากปีก่อน 16% จากเดิม 19.2% ปีนี้อยู่ที่ 17.6 % เนื่องมาจากรายจ่ายค่าซ่อมรถที่ถึงรอบระยะเวลา และค่าใช้จ่ายในการดูแลพนักงานที่ติดโควิด รวมทั้งค่าประกันสังคมที่จ่ายเพิ่มเป็น 5% จากเดิมที่จ่ายเพียง 3%

ในส่วนของค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร ไตรมาสนี้มีค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นมาจากค่าที่ปรึกษา ซึ่งเป็นค่าที่ปรึกษาในการทำ (M&A) ที่เป็นค่าใช้จ่ายในไตรมาสนี้ ทำให้กำไรสุทธิ (Net Profit) จะเทียบเท่ากับไตรมาสแรกของปีก่อนที่ 39 ล้านบาท โดยเราจะเน้นธุรกิจ SO PEOPLE 77% ธุรกิจ SO WHEEL 11% ธุรกิจ SO NEXT 7% และธุรกิจ SO GREEN 5%

นายอภิวัฒน์ เกรียงวัฒนากุล รองกรรมการผู้จัดการ ด้านการลงทุนและโครงการ กล่าวถึงความคืบหน้าด้านการลงทุน (M&A) ว่า ขณะนี้กำลังอยู่ในขั้นตอนของการเจรจาในรายละเอียด กับบริษัท ADI ด้านการบริหารจัดการทั้งด้านบุคลากร และระบบการจัดการหลังบ้าน คาดว่าน่าจะเสร็จสิ้นในอีกไม่ช้า และยังมีบริษัทอื่นๆ อีกประมาณ 2-3 ราย ที่เรากำลังมองหาถึงความเป็นไปได้ในการร่วมทุน

ในส่วนของ BitKub Coin สยามราชธานีเราเป็น 1 ใน 21 Validator Node ของบริษัท บิทคับ บล็อคเชน เทคโนโลยี จำกัด ในลักษณะของ Sharing Node ที่ี่นำเอาเหรียญมาล็อคไว้ในสัญญากว่า 4 ล้านบาท และได้ลงบันทึกเป็นสินทรัพย์ที่ไม่มีตัวตนลงบันทึกมูลค่าทรัพย์สินเพียง 0.2% เมื่อเทียบกับสินทรัพย์ทั้งหมด

อย่างไรก็ตาม ในข้อตกลงมีเพียงเงื่อนไขให้นำฝาก KUB Coin ซึ่งเป็นผลตอบแทนที่ได้รับจากการเป็น Node Validator ในช่วงปีก่อนหน้านี้ โดยไม่ได้ลงทุนซื้อเหรียญเพิ่มเติมแต่อย่างใด

ในอนาคต คาดว่าบริษัทจะเข้าสู่ธุรกิจ BPO อย่างเต็มรูปแบบ เน้นการพัฒนาบุคลากร พัฒนาเทคโนโลยี รวมถึงเป็นที่ปรึกษากระบวนการทางธุรกิจสำหรับลูกค้า เพื่อช่วยลดเวลาในการบริหารจัดการและต้นทุนได้ดี รวมถึงการพัฒนา High-Skill workforce ซึ่งในอนาคตภายใน 3-5 ปีจะมีการเติบโตอย่างมีนัยสำคัญ

ทั้งนี้ บริษัทมีนโยบายใช้กลยุทธ์การลดหรือตัดสิ่งที่ไม่จำเป็นทั้งเรื่องของเวลาและเงินทุน (Lean) โดยภาพรวมในช่วง 6 เดือนหลังปี 2565 จะเติบโตขึ้นกว่าเดิม เมื่อเทียบกับครึ่งปีแรก 2565 ซึ่ง SO ตั้งเป้ารายได้รวมเติบโต 10% ไม่รวมส่วน M&A ที่คาดว่าจะเป็นรายได้เพิ่มเติมในอนาคต

#SO #SIAMRAJATHANEE #oppday #bpo #bpoconsultant #outsource #validatornode #bitkubcoin #lean

@LINE : Consult Outsource

#SO #SIAMRAJCHATANE #UNLOCKPOSSIBILITIES #SOHEREWEARE #OUTSURCESERVICE #OUTSOURCE #OUTSOURCEIT #OUTSOURCESOLUTION #TECHENABLEDOUTSOURCE SOLUTION

ติดตามความเคลื่อนไหวเกี่ยวกับบริการต่างๆของเราได้ที่

contact

#SO #SIAMRAJCHATANE #OUTSURCESERVICE #OUTSOURCE #OUTSOURCEIT #OUTSOURCESOLUTION #TECHENABLEDOUTSOURCE SOLUTION#SO #SIAMRAJCHATANE #OUTSURCESERVICE #OUTSOURCE #OUTSOURCEIT #OUTSOURCESOLUTION #TECHENABLEDOUTSOURCE SOLUTION#SO #SIAMRAJCHATANE #OUTSURCESERVICE #OUTSOURCE #OUTSOURCEIT #OUTSOURCESOLUTION #TECHENABLEDOUTSOURCE SOLUTION#SO #SIAMRAJCHATANE #OUTSURCESERVICE #OUTSOURCE #OUTSOURCEIT #OUTSOURCESOLUTION #TECHENABLEDOUTSOURCE SOLUTION#SO #SIAMRAJCHATANE #OUTSURCESERVICE #OUTSOURCE #OUTSOURCEIT #OUTSOURCESOLUTION #TECHENABLEDOUTSOURCE SOLUTION#SO #SIAMRAJCHATANE #OUTSURCESERVICE #OUTSOURCE #OUTSOURCEIT #OUTSOURCESOLUTION #TECHENABLEDOUTSOURCE SOLUTION#SO #SIAMRAJCHATANE #OUTSURCESERVICE #OUTSOURCE #OUTSOURCEIT #OUTSOURCESOLUTION #TECHENABLEDOUTSOURCE SOLUTION

CEO เผยแผนอนาคตของ SO ตอบโจทย์โลกดิจิทัล

SO

SO พร้อมพัฒนา Business Model รองรับ Digital Economy

SO บริษัท สยามราชธานี จำกัด (มหาชน) ผู้ให้บริการ Outsource Service ให้แก่หน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชน มีเป้าหมายที่จะปรับกลยุทธ์ของบริษัท เพื่อให้เติบโตรองรับการแข่งขัน และนำเทคโนโลยีต่างๆ มาใช้ เพื่อให้เข้ากับกับยุคดิจิทัลมากขึ้น โดย คุณณัฐพล วิมลเฉลา ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของบริษัทฯ ได้กล่าวถึงแผนของบริษัท ในการประชุมสามมัญผู้ถือหุ้นประจำปี 2565 ที่จะปรับเปลี่ยนภายในปี 2025 หรืออีก 3 ปีข้างหน้า โดยจะปรับเปลี่ยนและพัฒนา 3 ส่วนหลัก ได้แก่

BPO Consultant

องค์กรจะปรับเปลี่ยนจาก Outsource Service เป็นบริการ BPO หรือ Business Process Outsourcing ปรับระบบการทำงานขององค์กรลูกค้า พร้อมเป็น Consultant ที่ปรึกษาให้องค์กรธุรกิจ

Communication of Talents and jobs

เป็นตัวเชื่อมระหว่างตลาดแรงงาน ปรับเปลี่ยนโดยนำเทคโนโลยีมาใช้เป็น Technology workforce โดยเริ่มเจรจากับหลายมหาวิทยาลัยทำศูนย์ฝึกอบรมสำหรับโปรแกรมเมอร์ เพื่อพัฒนาเว็บไซต์ให้เข้ากับยุคปัจจุบันเพิ่มมากขึ้น และทันกับความเปลี่ยนแปลงของโลก

Sandbox for start-up

สนับสนุนบริษัทสตาร์ทอัปในเมืองไทย โดยจับมือกับบริษัทชั้นนำ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นที่อยู่ในตลาดหลักทรัพย์ และบริษัทข้ามชาติ บริษัทเรามีการส่งคน เข้าใจระบบการทำงาน เข้าใจความต้องการและรับรู้ปัญหาต่างๆ รู้จักมาตรฐานความปลอดภัยของบริษัทต่างๆ ดังนั้น บริษัทฯ จึงสนับสนุน ทั้งด้านการลงทุน และขยายตลาดให้บริษัทสตาร์ทอัปต่างๆ

ความเห็นจากกรรมการยุทธศาสตร์ของ SO

ด้าน คุณจิรายุส ทรัพย์ศรีโสภา กรรมการด้านยุทธศาสตร์ของบริษัทและประธานกรรมการบริหาร บริษัท บิทคับ แคปปิตอล กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด ได้แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับเศรษฐกิจประเทศไทยว่า ในอนาคตเศรษฐกิจดิจิทัลจะใหญ่ขึ้น เศรษฐกิจทางกายภาพจะเติบโตลดลง จึงจำเป็นต้องทำ Digital Tranformation ขึ้นมา

ในอนาคต หากประเทศไทยจะเป็น Digital Hub ของอาเซียนได้ จะต้องเริ่มต้นที่ “ดิจิทัลอินฟราสตรัคเจอร์” หรือโครงสร้างพื้นฐานทางดิจิทัล ให้พร้อม ขณะนี้ บริษัท สยามราชธานี สยามราชธานี มีศักยภาพที่จะเป็น “Digital Infrastructure” ของเมืองไทย โดยพัฒนาเรื่องของ Human Capital เพิ่มศักยภาพบุคลากร จะไม่สามารถมีนวัตกรรม และเศรษฐกิจดิจิทัลใหม่ได้ถ้าไม่เริ่มที่ “คน” ต้องมีการ Reskill และ Upskill พัฒนาคนเพื่อตอบสนองความต้องการแรงงาน พัฒนานวัตกรรมใหม่ๆ เกิดการแข่งขันกับต่างชาติได้ ทำให้ GDP ของประเทศเพิ่มขึ้น

ดังนั้น SO เป็นบริษัท Outsource บุคลากร ที่จะเข้ามามีบทบาทสำคัญกับหลายองค์กร เพราะแต่ละบริษัทจะปรับเปลี่ยนให้เข้ากับยุคดิจิทัล จึงต้องพัฒนาทั้งคนและเทคโนโลยี


อีก 5 ปีข้างหน้า ทุกบริษัทจะมีการปรับแผนธุรกิจ ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลเข้ามา SO จึงพัฒนาซอฟต์แวร์ หรือ World class cloud base Application ลดต้นทุนให้บริษัทต่างๆ ปรับระบบการทำงานให้ดีขึ้น ไม่ใช่เพียงส่งคนอย่างเดียว แต่ส่งเทคโนโลยี เข้าไปบูรณาการระบบการทำงานให้องค์กร เพิ่มความสามารถในการผลิตได้ เพื่อให้เศรษฐกิจไทยสามารถปรับตัวได้กับเศรษฐกิจดิจิทัล หรือ Digital Economy ในอนาคต นอกจากนี้ ยังต้องสร้าง Outsource Platform เพื่อที่จะพัฒนา Business Model ให้สอดคล้องกับโลกอนาคต


@LINE : Consult Outsource

#SO #SIAMRAJCHATANE #UNLOCKPOSSIBILITIES #SOHEREWEARE #OUTSURCESERVICE #OUTSOURCE #OUTSOURCEIT #OUTSOURCESOLUTION #TECHENABLEDOUTSOURCE SOLUTION

ติดตามความเคลื่อนไหวเกี่ยวกับบริการต่างๆของเราได้ที่

contact

#SO #SIAMRAJCHATANE #OUTSURCESERVICE #OUTSOURCE #OUTSOURCEIT #OUTSOURCESOLUTION #TECHENABLEDOUTSOURCE SOLUTION#SO #SIAMRAJCHATANE #OUTSURCESERVICE #OUTSOURCE #OUTSOURCEIT #OUTSOURCESOLUTION #TECHENABLEDOUTSOURCE SOLUTION#SO #SIAMRAJCHATANE #OUTSURCESERVICE #OUTSOURCE #OUTSOURCEIT #OUTSOURCESOLUTION #TECHENABLEDOUTSOURCE SOLUTION#SO #SIAMRAJCHATANE #OUTSURCESERVICE #OUTSOURCE #OUTSOURCEIT #OUTSOURCESOLUTION #TECHENABLEDOUTSOURCE SOLUTION#SO #SIAMRAJCHATANE #OUTSURCESERVICE #OUTSOURCE #OUTSOURCEIT #OUTSOURCESOLUTION #TECHENABLEDOUTSOURCE SOLUTION#SO #SIAMRAJCHATANE #OUTSURCESERVICE #OUTSOURCE #OUTSOURCEIT #OUTSOURCESOLUTION #TECHENABLEDOUTSOURCE SOLUTION#SO #SIAMRAJCHATANE #OUTSURCESERVICE #OUTSOURCE #OUTSOURCEIT #OUTSOURCESOLUTION #TECHENABLEDOUTSOURCE SOLUTION