ใช้ E-Document ก้าวแรกสู่การ Digital Transformation องค์กร

Digital Transformation องค์กร_E Document
Digital Transformation องค์กร คือ การนำเทคโนโลยีดิจิทัลเข้ามาปรับใช้ในกระบวนการทำงานขององค์กร เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน ลดต้นทุน และสร้างโอกาสทางธุรกิจใหม่ ๆ แม้ว่าแนวคิดนี้จะไม่ใช่เรื่องใหม่ แต่ก็ยังคงเป็นสิ่งสำคัญในยุคที่เทคโนโลยีเข้ามามีบทบาทในทุกภาคส่วนของธุรกิจ การเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัลไม่เพียงแค่การใช้เทคโนโลยีเพื่อการทำงานเท่านั้น แต่ยังเป็นการปรับปรุงวิธีคิด วิธีทำงาน และการตอบสนองต่อความต้องการของลูกค้าในยุคที่การเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว
 
แม้ว่านวัตกรรมและเทคโนโลยี เช่น ปัญญาประดิษฐ์ (AI), เทคโนโลยีชีวภาพ (Bio Tech), Blockchain และ Internet of Things (IoT) จะก้าวหน้าไปอย่างรวดเร็วและเปลี่ยนแปลงโลกธุรกิจอย่างไม่หยุดยั้ง การจะเริ่มต้นปรับเปลี่ยนองค์กรให้ก้าวทันการเปลี่ยนแปลงเหล่านี้ยังไม่สาย องค์กรสามารถเริ่มต้นจากการวิเคราะห์จุดแข็งและจุดอ่อนของตนเอง เพื่อวางแผนการนำเทคโนโลยีเข้ามาใช้อย่างเหมาะสม การลงทุนในด้านนี้จะไม่เพียงช่วยให้องค์กรสามารถแข่งขันได้ในระยะยาว แต่ยังเปิดโอกาสให้สามารถสร้างนวัตกรรมและเพิ่มความยืดหยุ่นในการตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงของตลาดอย่างมีประสิทธิภาพ Digital Transformation จึงเป็นเรื่องสำคัญที่องค์กรต้องใส่ใจและนำไปปฏิบัติอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ทันกับโลกที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว
 

Digital Transformation องค์กร เริ่มจากอะไรดี?

สำหรับองค์กรที่ต้องการเริ่มต้นการเปลี่ยนแปลงทางดิจิทัล (Digital Transformation) หนึ่งในขั้นตอนแรกที่สามารถทำได้ง่ายและเห็นผลชัดเจนคือการเริ่มจากการเปลี่ยนเอกสารกระดาษเป็นเอกสารดิจิทัล (E-Document) การนำเอกสารเข้าสู่ระบบดิจิทัลไม่เพียงแต่ช่วยลดการใช้กระดาษและพื้นที่จัดเก็บ แต่ยังเพิ่มความสะดวกในการเข้าถึงข้อมูลและลดเวลาที่ใช้ในการค้นหาเอกสารอีกด้วย นอกจากนี้ การจัดการเอกสารแบบดิจิทัลยังช่วยเพิ่มความปลอดภัยของข้อมูล และลดความเสี่ยงจากการสูญหายหรือการเสื่อมสภาพของเอกสาร การเริ่มต้นจากการเปลี่ยนเอกสารเป็นดิจิทัลจึงเป็นก้าวแรกที่สำคัญในการนำพาองค์กรเข้าสู่ยุคดิจิทัลอย่างเต็มรูปแบบ โดยสามารถเชื่อมต่อกับระบบอื่น ๆ เช่น การจัดการงาน การติดตามการทำงาน และการวิเคราะห์ข้อมูลได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

E-Document คืออะไร? ทำไมจึงเหมาะกับการ Transformation องค์กร

E-Document หรือ เอกสารอิเล็กทรอนิกส์ คือ การจัดเก็บข้อมูลในรูปแบบดิจิทัลที่สามารถเข้าถึงและจัดการผ่านระบบคอมพิวเตอร์หรืออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์อื่น ๆ ได้ เอกสารอิเล็กทรอนิกส์นี้สามารถรวมถึงไฟล์ที่เป็นรูปภาพ ข้อความ วิดีโอ เสียง และข้อมูลอื่น ๆ ที่ถูกแปลงเป็นรูปแบบดิจิทัล ซึ่งสามารถเก็บรักษาและจัดการได้ง่ายกว่าการใช้เอกสารกระดาษแบบเดิม การนำ E-Document มาใช้จึงเหมาะสมอย่างยิ่งกับการ Transformation องค์กรสู่ยุคดิจิทัล ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการจัดการข้อมูล ลดการใช้ทรัพยากรสิ้นเปลือง และเพิ่มความรวดเร็วในการทำงานร่วมกันระหว่างทีมงานในองค์กร.

ประโยชน์ของการใช้ E-Document

  1. การประหยัดต้นทุน
    การใช้ E-Document ช่วยลดการใช้กระดาษในองค์กร ซึ่งเป็นการประหยัดต้นทุนในด้านการซื้อกระดาษ หมึกพิมพ์ และค่าใช้จ่ายในการจัดเก็บเอกสาร นอกจากนี้ยังลดความจำเป็นในการใช้พื้นที่สำหรับจัดเก็บเอกสารในสำนักงาน ทำให้สามารถใช้พื้นที่นั้นสำหรับวัตถุประสงค์อื่น ๆ ได้
  2. ความปลอดภัยของข้อมูล
    ระบบ E-Document สามารถเพิ่มความปลอดภัยของข้อมูลได้มากกว่าการเก็บเอกสารในรูปแบบกระดาษ โดยสามารถตั้งค่าการเข้าถึงข้อมูลให้เฉพาะบุคคลที่ได้รับอนุญาตเท่านั้น และสามารถติดตามการเข้าถึงและการแก้ไขข้อมูลได้อย่างละเอียด นอกจากนี้ การจัดเก็บข้อมูลในรูปแบบดิจิทัลยังช่วยลดความเสี่ยงจากการสูญหายหรือความเสียหายของเอกสาร เช่น การเกิดไฟไหม้ น้ำท่วม หรือการสูญหายจากความผิดพลาดของมนุษย์
  3. การค้นหาและเรียกใช้ข้อมูลอย่างรวดเร็ว
    การจัดเก็บเอกสารในรูปแบบดิจิทัลช่วยให้การค้นหาและเรียกใช้ข้อมูลสามารถทำได้อย่างรวดเร็วและง่ายดาย ผ่านการใช้คำค้นหา (keyword) หรือการจัดหมวดหมู่ของเอกสาร ทำให้ลดเวลาที่ใช้ในการค้นหาเอกสารแบบกระดาษที่อาจใช้เวลานาน และเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานของพนักงาน
  4. การทำงานร่วมกัน
    E-Document ช่วยให้พนักงานในองค์กรสามารถทำงานร่วมกันได้ง่ายขึ้น โดยเฉพาะในกรณีที่พนักงานอยู่ในสถานที่ที่ต่างกัน ระบบสามารถทำให้เอกสารสามารถเข้าถึงและแก้ไขได้แบบเรียลไทม์จากหลายคนพร้อมกัน ซึ่งเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานเป็นทีมและลดข้อผิดพลาดที่เกิดจากการทำงานแบบแยกส่วน
  5. การปรับตัวต่อการทำงานทางไกล
    การใช้ E-Document เป็นส่วนสำคัญในการสนับสนุนการทำงานทางไกล (Remote work) ซึ่งได้รับความนิยมมากขึ้นในยุคปัจจุบัน พนักงานสามารถเข้าถึงเอกสารที่จำเป็นในการทำงานได้จากทุกที่ทุกเวลา ผ่านอินเทอร์เน็ต ซึ่งช่วยให้การดำเนินงานขององค์กรสามารถดำเนินต่อไปได้อย่างต่อเนื่อง แม้ในสถานการณ์ที่พนักงานไม่สามารถมาทำงานที่สำนักงานได้

การเตรียมความพร้อมสำหรับการเปลี่ยนแปลง

การนำ E-Document มาใช้ในองค์กรไม่ใช่เพียงแค่การเปลี่ยนแปลงรูปแบบการจัดเก็บข้อมูล แต่ยังเป็นการเปลี่ยนแปลงกระบวนการทำงานขององค์กรด้วย ดังนั้น การเตรียมความพร้อมก่อนการเปลี่ยนแปลงจึงเป็นสิ่งสำคัญที่จะทำให้การเปลี่ยนแปลงเป็นไปอย่างราบรื่นและมีประสิทธิภาพ

  1. การเลือกใช้เทคโนโลยีที่เหมาะสม
    ก่อนการนำ E-Document มาใช้ องค์กรควรทำการศึกษาว่าเทคโนโลยีใดเหมาะสมกับความต้องการและโครงสร้างขององค์กร เช่น ระบบการจัดการเอกสาร (Document Management System : DMS) ที่มีความสามารถในการจัดเก็บ ค้นหา และบริหารจัดการเอกสารได้อย่างมีประสิทธิภาพ รวมถึงสามารถรองรับการทำงานร่วมกันของทีมได้
  2. การฝึกอบรมพนักงาน
    การเปลี่ยนแปลงวิธีการทำงานต้องการการฝึกอบรมพนักงานให้เข้าใจและสามารถใช้เทคโนโลยีใหม่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ การฝึกอบรมนี้ควรรวมถึงการสอนวิธีการใช้งานระบบ E-Document การรักษาความปลอดภัยของข้อมูล และการปฏิบัติตามขั้นตอนการทำงานใหม่
  3. การจัดการการเปลี่ยนแปลง (Change Management)
    การเปลี่ยนแปลงทางดิจิทัลต้องการการจัดการการเปลี่ยนแปลงที่มีประสิทธิภาพ เพื่อให้พนักงานเข้าใจและยอมรับการเปลี่ยนแปลง การสื่อสารอย่างชัดเจนเกี่ยวกับประโยชน์ของการใช้ E-Document และการสนับสนุนจากผู้บริหารจะช่วยลดความกังวลและความต้านทานต่อการเปลี่ยนแปลงของพนักงาน

กรณีศึกษา : องค์กรที่ประสบความสำเร็จจากการใช้ E-Document

หลายองค์กรที่นำระบบ E-Document มาใช้ได้แสดงให้เห็นถึงผลประโยชน์ที่ได้รับจากการเปลี่ยนแปลงนี้ ตัวอย่างเช่น บริษัทที่ให้บริการทางการเงินแห่งหนึ่งได้นำระบบ E-Document มาใช้ในการจัดเก็บและจัดการเอกสารทางการเงินของลูกค้า ทำให้สามารถลดเวลาที่ใช้ในการค้นหาเอกสารได้ถึง 50% และลดความผิดพลาดในการจัดเก็บเอกสารได้อย่างมาก

อีกตัวอย่างหนึ่งคือองค์กรด้านการผลิตที่ใช้ E-Document ในการจัดการข้อมูลเกี่ยวกับกระบวนการผลิตและการควบคุมคุณภาพ ทำให้สามารถตรวจสอบและปรับปรุงกระบวนการผลิตได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพมากขึ้น ส่งผลให้ผลิตภัณฑ์มีคุณภาพดีขึ้นและลดของเสียจากกระบวนการผลิต

การเปลี่ยนแปลงที่ยั่งยืน

การนำ E-Document มาใช้ในองค์กรไม่เพียงแค่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน แต่ยังเป็นส่วนสำคัญในการสร้างความยั่งยืนให้กับองค์กรในระยะยาว โดยการลดการใช้ทรัพยากรธรรมชาติ เช่น กระดาษ และลดการปล่อยคาร์บอนจากการผลิตและขนส่งเอกสาร นอกจากนี้ การใช้ E-Document ยังสอดคล้องกับแนวคิดการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน (Sustainable Business) ซึ่งเป็นหนึ่งในเป้าหมายสำคัญของหลายองค์กรในปัจจุบัน

สรุป

การใช้ E-Document ถือเป็นก้าวแรกที่สำคัญสำหรับองค์กรที่ต้องการเข้าสู่การเปลี่ยนแปลงทางดิจิทัล (Digital Transformation) ด้วยการประหยัดต้นทุน เพิ่มความปลอดภัยของข้อมูล และเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน องค์กรสามารถเตรียมพร้อมสำหรับอนาคตที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วได้อย่างมั่นใจ การนำ E-Document มาใช้เป็นการลงทุนที่คุ้มค่า ไม่เพียงแต่จะช่วยให้องค์กรสามารถแข่งขันในยุคดิจิทัลได้ แต่ยังเป็นการสร้างความยั่งยืนและความพร้อมในการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต

บริการบริหารข้อมูล ภายในองค์กร และจัดหาพนักงาน IT Outsource

So Next มุ่งเน้นให้บริการด้าน Lean Transformation และ Digitalization ในองค์กร ผ่านการให้คำปรึกษา ออกแบบกระบวนการ ค้นหาเครื่องมือที่เหมาะสม และบริหารโครงการ โดยมีเป้าหมายให้ลูกค้าสามารถโฟกัสที่ธุรกิจหลัก ปรับขนาดธุรกิจได้อย่างยืดหยุ่น ลดความเสี่ยง และสร้างนวัตกรรมใหม่ๆ ในองค์กร

สนใจบริการ
siamrajathanee-so

SO ผู้นำด้านธุรกิจเอาท์ซอร์สแบบครบวงจร หนึ่งเดียวในตลาดหลักทรัพย์ของประเทศไทย ที่นำ Tech-enabled outsourcing solution เข้ามาพัฒนาธุรกิจของลูกค้าให้มีประสิทธิภาพที่ดีมากยิ่งขึ้น และทาง SO ยังมีการเพิ่มศัพยภาพที่แข็งแกร่งอย่างไม่หยุดนิ่งด้วยการที่มีพันธมิตรทางธุรกิจหลากหลายกลุ่มอุตสาหกรรทั้งไทยและทั่วโลก เพื่อมอบประโยชน์สูงสุดให้กับลูกค้า ด้วยบริการที่ครอบคุลมและพร้อมตอบโจทย์ทุกความต้องการในการพัฒนาธุรกิจ

Service 4 Level สำหรับทุกธุรกิจลูกค้า
1. Workforce Outsource บริการด้านบุคลากรในตำแหน่งต่างๆ เริ่มตั้งแต่การสรรหา การบริหารกำลังคน ไปจนถึงขั้นตอนการจัดการเรื่อง Payroll ครบทั้งกระบวนการ ปัจจุบัน SO บริหารบุคลากรกว่า 10,000 อัตรา ทั้งหน่วยงานราชการ และเอกชนกว่า 450 หน่วยงาน ทั่วประเทศ
2. Business Process Outsource (BPO) พัฒนาออกแบบ และบริหารจัดการกระบวนการทางธุรกิจ ที่เหมาะสมให้กับลูกค้า ด้วยการใช้ทรัพยากรด้านแรงงาน และเทคโนโลยี เพื่อการยกระดับเพิ่มประสิทธิภาพของผลลัพธ์ให้อยู่เหนือคู่แข่งของลูกค้า
3. Specialized Outsource บริการผู้เชี่ยวชาญสำหรับงานเฉพาะด้าน เช่น “รุกขกร” งานด้านตัดแต่งต้นไม้ และดูแลภูมิทัศน์ขนาดใหญ่, งานด้านการกำจัดของเสียสำหรับโรงงานอุตสาหกรรม, การจัดหารรถพร้อมดัดแปลง และจดประกอบสำหรับงาน Logistic
4. IT Outsource & Platform บริการด้านการจัดหาบุคลากรด้าน IT และเทคโนโลยีผัจจุบัน เพื่อการพัฒนากระบวนการทำงาน เช่น เทคโนโลยี RPA, AI, OCR ฯลฯ พร้อมกับระบบที่ทาง SO พัฒนาขึ้น เช่น Digital Signature, ระบบ Time Attendance และระบบ Business Process Management (BPM)
 
จาก 4 Resource ของ SO ซึ่งเป็นส่วนหลักในการเติมเต็มให้กับ Service ทั้ง 4 Level
1.SO People ทรัพยากรด้ารบุคลากร มีความชำนาญด้านการสรรหา และคัดสรร พร้อมทั้งการพัฒนาทักษะให้กับพนักงานทุกท่าน ก่อนการจัดส่งให้บริการลูกค้า
2.SO Wheel จัดหารถเช่าทั่วไป และรถ EV ทุกประเภท พร้อมทั้งบริการดัดแปลงรถให้เหมาะสมกับธุรกิจลูกค้าตามต้องการ
3.SO Green ผู้เชี่ยวชาญด้านบริหารจัดการภูมทัศน์ หรือพื้นที่สีเขียวขนาดใหญ่ ทั้งการออกแบบ การดูแลต้นไม้ และสภาพแวดล้อมทั้งหมดในพื้นที่
4. SO Next บริหารจัดการข้อมูล หรือเอกสารจำนวนมาก และออกแบบกระบวนการทำงานให้กับธุรกิจลูกค้า ด้วย Lean & Digitize เพื่อการ Transformation อย่างมีประสิทธิภาพ
 

เป้าหมายของ SO คือการเป็นพันธมิตรและที่ปรึกษาให้แก่ลูกค้า โดยการมีส่วนร่วมในการกำหนดกลยุทธ์และนโยบายสำหรับการดำเนินธุรกิจ ด้วยบริการ Outsource แบบผสานงานด้านบุคลากร และเทคโนโลยีเข้าด้วยกัน  เรียกว่า Tech-Enabled Outsourcing Solution เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพกระบวนการทำงาน พร้อมนำเสนอวิธีการในการแก้ปัญหาที่เหมาะสมสำหรับทุกธุรกิจ

การเอาท์ซอร์สช่วยให้องค์กรมุ่งเน้นไปที่ธุรกิจหลักได้อย่างเต็มที่ มีความยืดหยุ่นในการปรับขนาดธุรกิจตามสถานการณ์ ถ่ายโอนความเสี่ยงต่างๆ ให้ SO จัดการ พร้อมเข้าถึงเทคโนโลยีสมัยใหม่และนำหน้าคู่แข่ง เป็นการเปิดประตูสู่โอกาสใหม่ๆ ตามแนวคิด "Unlock Possibilities, SO Here We Are"

เหนือ คู่แข่งขันทางธุรกิจ ด้วย Outsourcing วิธีคิดใหม่ที่ช่วยให้คุณสามารถอยู่รอดใน ยุค Disruption พร้อมกรณีศึกษา

SO-สยามราชธานี-Siamrajathanee-Outsource-คือ-Outsourcing-Assistants-Consultant - Service-Solution - disruption era cover

ในโลกแห่งการแข่งขันที่รุนแรง และการเปลี่ยนแปลงอย่างพลิกผัน องค์กรธุรกิจจำเป็นต้องปรับตัวสู่รูปแบบใหม่อย่างรวดเร็ว ซึ่ง Outsourcing กำลังกลายเป็นกลยุทธ์ที่ได้รับความนิยมสูงสุดในการเพิ่มขีดความสามารถ ลดต้นทุน และสร้างความคล่องตัวให้ธุรกิจ เพื่อการขึ้นไปอยู่เหนือ คู่แข่งขันทางธุรกิจ บทความนี้จะพาคุณไปทำความเข้าใจถึง 5 ปัจจัยสำคัญที่ผลักดันให้ Outsourcing เติบโตอย่างก้าวกระโดด พร้อมด้วยกรณีศึกษาจากองค์กรชั้นนำในหลากหลายอุตสาหกรรม ตั้งแต่การแก้ปัญหาขาดแคลนทักษะไอที การปรับโครงสร้างองค์กรให้ยืดหยุ่น ไปจนถึงการหา Strategic Partner เพื่อการเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัล นอกจากนี้ ยังมีเคล็ดลับความสำเร็จจากลูกค้าของ สยามราชธานี ที่นำ Outsourcing มาใช้อย่างสร้างสรรค์ ยกระดับการผลิต การขนส่ง การบริการลูกค้า และอีกมากมาย ซึ่งจะช่วยจุดประกายความคิดให้คุณนำไปประยุกต์ใช้เพื่อสร้างความได้เปรียบให้ธุรกิจของคุณเอง 

SO-สยามราชธานี-Siamrajathanee-Outsource-คือ-Outsourcing-Assistants-Service-Solution - disruption era

5 ปัจจัยที่ผลักดันเทรนด์ Outsourcing สร้างการอยู่เหนือ คู่แข่งขันทางธุรกิจ

Outsourcing กำลังกลายเป็นเทรนด์ใหม่ที่มาแรงในวงการธุรกิจไทย จากแรงผลักดันของกระแสดิจิทัลทรานส์ฟอร์เมชันและการแพร่ระบาดของ COVID-19 ที่ทำให้องค์กรต่างๆ ต้องปรับตัวสู่รูปแบบการทำงานและการให้บริการแบบใหม่ การใช้บริการจากผู้ให้บริการภายนอกจึงกลายเป็นทางเลือกอันดับต้นๆ ในการเพิ่มความคล่องตัว ลดต้นทุน และเสริมขีดความสามารถเหนือ คู่แข่งขันทางธุรกิจ ท่ามกลางความท้าทายใหม่ๆ โดยมีปัจจัยสำคัญที่ผลักดันให้เทรนด์ Outsourcing เติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่องใน 5 ปีที่ผ่านมา และมีแนวโน้มที่จะยังคงเป็นกลยุทธ์ที่ได้รับความนิยมอย่างสูงในระยะต่อไป ซึ่งประกอบด้วย 5 ปัจจัยหลักดังนี้ 

1.การขาดแคลนบุคลากรที่มีทักษะเฉพาะทาง

ปัญหาการขาดแคลนแรงงานมีฝีมือ โดยเฉพาะในสายงานดิจิทัลและไอที เป็นปัจจัยหลักที่ทำให้บริษัทไทยจำนวนมากหันมาใช้บริการ Outsource เพื่อเสริมทีมงานให้มีศักยภาพเพียงพอ ในการพัฒนาซอฟต์แวร์ แอปพลิเคชัน ระบบ Cloud และ Big Data Analytics 

จากรายงานของสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (DEPA) ระบุว่า ในปี 2563 ประเทศไทยขาดแคลนบุคลากรด้าน ICT ราว 3.5 หมื่นคน และในอีก 5 ปีข้างหน้า คาดว่าจะเพิ่มขึ้นเป็น 1.1 แสนคน ทำให้หลายบริษัทจำเป็นต้องจ้างผู้เชี่ยวชาญจากภายนอก เพื่อให้มีกำลังคนที่เพียงพอต่อการแข่งขันทางธุรกิจ 

กรณีศึกษา:
โรงพยาบาลเอกชนขนาดใหญ่แห่งหนึ่ง ได้ใช้บริการ Outsource ในการพัฒนาแพลตฟอร์มการแพทย์ทางไกล (Telemedicine) ร่วมกับสตาร์ทอัพด้านดิจิทัลเฮลท์ ช่วยให้สามารถให้บริการและคำปรึกษาผู้ป่วยได้ตลอด 24 ชั่วโมง ผ่านระบบออนไลน์ 

2.การแข่งขันที่รุนแรงในตลาดโลก

ท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจชะลอตัวและกำแพงภาษีระหว่างประเทศ บริษัทไทยจำเป็นต้องลดต้นทุนการดำเนินงาน เพื่อให้สามารถตั้งราคาแข่งขันในตลาดได้ การใช้บริการ Outsource จึงเป็นทางเลือกหนึ่งที่ช่วยควบคุมต้นทุน และเพิ่มความยืดหยุ่นในการบริหารองค์กร 

โดยเฉพาะในธุรกิจที่ใช้แรงงานเข้มข้น เช่น อุตสาหกรรมสิ่งทอ อุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ และชิ้นส่วนยานยนต์ การ Outsource ช่วยให้ผู้ประกอบการไทยสามารถใช้ประโยชน์จากต้นทุนค่าจ้างที่ต่ำกว่า และสิทธิประโยชน์ในเขตส่งเสริมการลงทุน มาเป็นข้อได้เปรียบในการส่งออก 

กรณีศึกษา:
บริษัทผู้ผลิตเม็ดพลาสติก PET รายใหญ่ของโลก ได้ใช้กลยุทธ์ Outsource ในการขยายกำลังการผลิตทั่วโลก โดยร่วมมือกับโรงงานรับจ้างผลิตในประเทศที่มีต้นทุนถูก ช่วยให้สามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้าในแต่ละภูมิภาคได้รวดเร็ว และมีความยืดหยุ่นในการปรับแผนตามสถานการณ์ 

3.การปรับโครงสร้างองค์กรเพื่อเพิ่มความคล่องตัว

องค์กรธุรกิจในปัจจุบันจำเป็นต้องมีความคล่องตัวและปรับเปลี่ยนได้รวดเร็ว เพื่อรับมือกับการเปลี่ยนแปลงในยุค Disruption บริษัทไทยจำนวนมากจึงใช้ Outsourcing ในการปรับโครงสร้างองค์กร เพื่อลดขนาดพนักงานประจำ และเพิ่มสัดส่วนการใช้บริการภายนอก ซึ่งช่วยให้สามารถปรับกำลังคนให้สอดคล้องกับทิศทางธุรกิจได้ง่ายขึ้น 

นอกจากนี้ การ Outsource ยังช่วยให้บริษัทสามารถเข้าถึงทักษะเฉพาะทางที่ไม่มีภายใน และสามารถทดลองทำโปรเจกต์ใหม่ๆ ได้อย่างรวดเร็ว โดยไม่ต้องผูกมัดกับบุคลากรประจำ ซึ่งมีต้นทุนในการจ้างงานและพัฒนาสูง 

กรณีศึกษา:
ผู้ให้บริการโทรคมนาคมรายใหญ่ของไทย ได้เปลี่ยนผ่านธุรกิจสู่การเป็นผู้ให้บริการดิจิทัลแพลตฟอร์มครบวงจร โดยใช้บริการ Outsource ในการพัฒนาแอปพลิเคชันและคอนเทนต์ที่หลากหลาย เพื่อตอบโจทย์ลูกค้าแต่ละกลุ่มได้ดียิ่งขึ้น ส่งผลให้จำนวนผู้ใช้บริการเติบโตก้าวกระโดดในช่วง 3-5 ปีที่ผ่านมา 

4.การเปลี่ยนโมเดลสู่องค์กรสมรรถนะสูงเพื่อเหนือกว่าคู่แข่ง

ในยุคที่องค์กรต้องแข่งขันด้วยนวัตกรรมและบริการที่เหนือชั้น การใช้ Outsource จึงไม่ใช่แค่เครื่องมือในการลดต้นทุนอีกต่อไป แต่กลายเป็นกลยุทธ์สำคัญในการยกระดับประสิทธิภาพองค์กร โดยช่วยให้มุ่งเน้นไปที่ภารกิจหลัก (Core Business) และจุดแข็งที่สร้างความแตกต่าง ขณะที่งานสนับสนุนอื่นๆ สามารถใช้บริการจากผู้เชี่ยวชาญภายนอก 

การ Outsource ในยุคใหม่จึงอยู่บนพื้นฐานของการเป็นหุ้นส่วนทางธุรกิจ (Business Partnership) ที่ช่วยยกระดับขีดความสามารถองค์กร ผ่านการแลกเปลี่ยนและพัฒนาองค์ความรู้ร่วมกัน รวมถึงการถ่ายทอดเทคโนโลยีและนวัตกรรมใหม่ๆ จากผู้ให้บริการ เพื่อนำมาประยุกต์ใช้เพิ่มประสิทธิภาพการทำงานให้สูงขึ้น 

กรณีศึกษา:
ผู้นำตลาดเครื่องพิมพ์และเครื่องถ่ายเอกสารรายหนึ่งของไทย ได้ใช้กลยุทธ์ Specialized Outsourcing ในการเปลี่ยนผ่านจาก “ผู้ขายเครื่อง” สู่การเป็น “ผู้ให้บริการโซลูชันด้านเอกสารครบวงจร” โดยร่วมกับพันธมิตรที่เชี่ยวชาญ ช่วยสร้างมูลค่าเพิ่มและความแตกต่างให้กับสินค้าและบริการ จนสามารถครองส่วนแบ่งตลาดอันดับ 1 มาอย่างต่อเนื่อง 

5.การเปลี่ยนผ่านสู่องค์กรดิจิทัล 

วิกฤต COVID-19 เป็นตัวเร่งให้องค์กรธุรกิจไทยต้องปรับตัวสู่ระบบดิจิทัลอย่างเร่งด่วน เพื่อรองรับการทำงานจากที่บ้าน (Work from Home) และพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนไปสู่ออนไลน์มากขึ้น ทำให้เกิดความต้องการบริการ Outsource ด้านเทคโนโลยีและไอทีเพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดด 

การใช้ระบบ Cloud, Data Analytics และ AI จากผู้ให้บริการภายนอก ช่วยให้บริษัทสามารถปรับเปลี่ยนกระบวนการทำงานสู่รูปแบบดิจิทัลได้อย่างรวดเร็ว ประหยัดค่าใช้จ่าย และมีความปลอดภัยสูง ขณะเดียวกันก็ช่วยสนับสนุนการสร้างผลิตภัณฑ์และบริการรูปแบบใหม่ๆ ที่สอดรับกับความต้องการของตลาด ส่งผลให้ธุรกิจสามารถเติบโตได้แม้ในช่วงวิกฤต 

กรณีศึกษา:
ผู้ประกอบการซูเปอร์มาร์เก็ตรายใหญ่ของไทย ได้หันมาใช้กลยุทธ์ Outsourcing เพื่อเร่งการเปลี่ยนผ่านสู่องค์กรดิจิทัล ทั้งในด้านการพัฒนาแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซ ระบบบริหารคลังสินค้าและห่วงโซ่อุปทาน ระบบวิเคราะห์ข้อมูลลูกค้า และระบบ Online to Offline ซึ่งช่วยให้สามารถรักษายอดขายและขยายฐานลูกค้าได้อย่างต่อเนื่อง แม้ในช่วงวิกฤต COVID-19

SO-สยามราชธานี-Siamrajathanee-Outsource-คือ-Outsourcing-Assistants-Service-Solution - disruption era case

กรณีศึกษาความสำเร็จจาก สยามราชธานี 

นอกจากกรณีศึกษาจากอุตสาหกรรมต่างๆ ข้างต้นแล้ว ในฐานะผู้ให้บริการ Outsource ชั้นนำของไทยอย่างบริษัทสยามราชธานี ก็มีตัวอย่างความสำเร็จในการช่วยลูกค้าปรับปรุงประสิทธิภาพองค์กรผ่านการใช้ Outsource ที่น่าสนใจหลายกรณี อาทิ 

กรณีศึกษา: บริษัทในกลุ่มอุตสาหกรรมการเงินแห่งหนึ่ง ได้ Outsource งานด้านเอกสาร และกระบวนการให้บริการลูกค้า (Documentation & Customer Workflow) บางส่วนให้กับ สยามราชธานี ทำให้สามารถเพิ่ม Productivity ได้มากกว่า 300% และมุ่งเน้นไปที่ธุรกิจหลักได้อย่างเต็มที่ ส่งผลให้มีรายได้ และกำไรเพิ่มขึ้นแต่ยังคงจำนวนพนักงาน Core Function เท่าเดิม 

กรณีศึกษา: บริษัทอุตสาหกรรมยานยนต์์์ ได้ใช้บริการ Business Process Outsource (BPO) จาก สยามราชธานี ในการทำหน้าที่สรรหาคัดสรร และฝึกอบรมทักษะบุคลากร สำหรับแผนกทดสอบผลิตภัณฑ์ (Product Testing) ซึ่งช่วยเพิ่มความสามารถในการ Scale Up / Down พนักงานได้ตามต้องการ, ลดอัตราการเกิดอุบัติเหตุ รวมถึงเพิ่มความรวดเร็วในการทดสอบคุณภาพและนำสินค้าใหม่ออกสู่ตลาดได้เร็วขึ้น  

กรณีศึกษา: ผู้ประกอบการค้าปลีกสมัยใหม่ที่วางแผนขยายจำนวนลูกค้าเพิ่มขึ้น 30% ได้เลือกใช้บริการ Workforce Outsource จากสยามราชธานี ในตำแหน่งงานต่างๆ เช่น เจ้าหน้าที่ต้อนรับ (Reception), เจ้าหน้าที่ธุรการ (Admin), เจ้าหน้าที่การตลาดกิจกรรม (Event Marketing) และเจ้าหน้าที่บริการที่จอดรถ (Valet Parking) โดยสยามราชธานีรับหน้าที่สรรหา ฝึกอบรม และบริหารจัดการบุคลากรเหล่านี้ตามมาตรฐานที่กำหนด ช่วยให้ลูกค้าสามารถรองรับปริมาณลูกค้าที่เพิ่มขึ้นได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งยังช่วยประหยัดต้นทุนและเวลาในการบริหารทรัพยากรบุคคลได้อีกด้วย 

บทสรุปการแข่งขันธุรกิจในยุค Disruption 

ในยุค Disruption ที่การเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วและรุนแรง Outsourcing กลายเป็นกลยุทธ์สำคัญที่ช่วยให้องค์กรสามารถปรับตัวและแข่งขันได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยมีปัจจัยหลักที่ผลักดันให้ Outsourcing เติบโต ได้แก่ การขาดแคลนบุคลากรที่มีทักษะเฉพาะทาง การแข่งขันที่รุนแรงในตลาดโลก ความจำเป็นในการปรับโครงสร้างองค์กรให้มีความคล่องตัว การมุ่งสู่การเป็นองค์กรสมรรถนะสูง และการเปลี่ยนผ่านสู่องค์กรดิจิทัล 

กรณีศึกษาจากหลากหลายอุตสาหกรรมและประสบการณ์ของบริษัท สยามราชธานี แสดงให้เห็นว่า การใช้บริการ Outsource อย่างเหมาะสมสามารถช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน ลดต้นทุน และสร้างความได้เปรียบเหนือคู่แข่งทางธุรกิจได้อย่างมีนัยสำคัญ ไม่ว่าจะเป็นการเข้าถึงทักษะเฉพาะทาง การเพิ่มความยืดหยุ่นในการบริหารทรัพยากร หรือการเร่งการเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัล 

ในท้ายที่สุด Outsourcing ไม่เพียงแต่เป็นเครื่องมือในการลดต้นทุน แต่ยังเป็นพันธมิตรเชิงกลยุทธ์ที่ช่วยให้องค์กรสามารถมุ่งเน้นไปที่ธุรกิจหลัก พัฒนานวัตกรรม และปรับตัวได้อย่างรวดเร็วในสภาพแวดล้อมทางธุรกิจที่เปลี่ยนแปลงตลอดเวลา ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในการสร้างความได้เปรียบในการแข่งขันและการเติบโตอย่างยั่งยืนในยุค Disruption 

siamrajathanee-so

SO ผู้นำด้านธุรกิจเอาท์ซอร์สแบบครบวงจร หนึ่งเดียวในตลาดหลักทรัพย์ของประเทศไทย ที่นำ Tech-enabled outsourcing solution เข้ามาพัฒนาธุรกิจของลูกค้าให้มีประสิทธิภาพที่ดีมากยิ่งขึ้น และทาง SO ยังมีการเพิ่มศัพยภาพที่แข็งแกร่งอย่างไม่หยุดนิ่งด้วยการที่มีพันธมิตรทางธุรกิจหลากหลายกลุ่มอุตสาหกรรทั้งไทยและทั่วโลก เพื่อมอบประโยชน์สูงสุดให้กับลูกค้า ด้วยบริการที่ครอบคุลมและพร้อมตอบโจทย์ทุกความต้องการในการพัฒนาธุรกิจ

Service 4 Level สำหรับทุกธุรกิจลูกค้า
1. Workforce Outsource บริการด้านบุคลากรในตำแหน่งต่างๆ เริ่มตั้งแต่การสรรหา การบริหารกำลังคน ไปจนถึงขั้นตอนการจัดการเรื่อง Payroll ครบทั้งกระบวนการ ปัจจุบัน SO บริหารบุคลากรกว่า 10,000 อัตรา ทั้งหน่วยงานราชการ และเอกชนกว่า 450 หน่วยงาน ทั่วประเทศ
2. Business Process Outsource (BPO) พัฒนาออกแบบ และบริหารจัดการกระบวนการทางธุรกิจ ที่เหมาะสมให้กับลูกค้า ด้วยการใช้ทรัพยากรด้านแรงงาน และเทคโนโลยี เพื่อการยกระดับเพิ่มประสิทธิภาพของผลลัพธ์ให้อยู่เหนือคู่แข่งของลูกค้า
3. Specialized Outsource บริการผู้เชี่ยวชาญสำหรับงานเฉพาะด้าน เช่น “รุกขกร” งานด้านตัดแต่งต้นไม้ และดูแลภูมิทัศน์ขนาดใหญ่, งานด้านการกำจัดของเสียสำหรับโรงงานอุตสาหกรรม, การจัดหารรถพร้อมดัดแปลง และจดประกอบสำหรับงาน Logistic
4. IT Outsource & Platform บริการด้านการจัดหาบุคลากรด้าน IT และเทคโนโลยีผัจจุบัน เพื่อการพัฒนากระบวนการทำงาน เช่น เทคโนโลยี RPA, AI, OCR ฯลฯ พร้อมกับระบบที่ทาง SO พัฒนาขึ้น เช่น Digital Signature, ระบบ Time Attendance และระบบ Business Process Management (BPM)
 
จาก 4 Resource ของ SO ซึ่งเป็นส่วนหลักในการเติมเต็มให้กับ Service ทั้ง 4 Level
1.SO People ทรัพยากรด้ารบุคลากร มีความชำนาญด้านการสรรหา และคัดสรร พร้อมทั้งการพัฒนาทักษะให้กับพนักงานทุกท่าน ก่อนการจัดส่งให้บริการลูกค้า
2.SO Wheel จัดหารถเช่าทั่วไป และรถ EV ทุกประเภท พร้อมทั้งบริการดัดแปลงรถให้เหมาะสมกับธุรกิจลูกค้าตามต้องการ
3.SO Green ผู้เชี่ยวชาญด้านบริหารจัดการภูมทัศน์ หรือพื้นที่สีเขียวขนาดใหญ่ ทั้งการออกแบบ การดูแลต้นไม้ และสภาพแวดล้อมทั้งหมดในพื้นที่
4. SO Next บริหารจัดการข้อมูล หรือเอกสารจำนวนมาก และออกแบบกระบวนการทำงานให้กับธุรกิจลูกค้า ด้วย Lean & Digitize เพื่อการ Transformation อย่างมีประสิทธิภาพ
 

เป้าหมายของ SO คือการเป็นพันธมิตรและที่ปรึกษาให้แก่ลูกค้า โดยการมีส่วนร่วมในการกำหนดกลยุทธ์และนโยบายสำหรับการดำเนินธุรกิจ ด้วยบริการ Outsource แบบผสานงานด้านบุคลากร และเทคโนโลยีเข้าด้วยกัน  เรียกว่า Tech-Enabled Outsourcing Solution เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพกระบวนการทำงาน พร้อมนำเสนอวิธีการในการแก้ปัญหาที่เหมาะสมสำหรับทุกธุรกิจ

การเอาท์ซอร์สช่วยให้องค์กรมุ่งเน้นไปที่ธุรกิจหลักได้อย่างเต็มที่ มีความยืดหยุ่นในการปรับขนาดธุรกิจตามสถานการณ์ ถ่ายโอนความเสี่ยงต่างๆ ให้ SO จัดการ พร้อมเข้าถึงเทคโนโลยีสมัยใหม่และนำหน้าคู่แข่ง เป็นการเปิดประตูสู่โอกาสใหม่ๆ ตามแนวคิด "Unlock Possibilities, SO Here We Are"

Outsourcing ผู้ช่วยมืออาชีพ สู่ความสำเร็จระยะยาว

SO สยามราชธานี Siamrajathanee Outsource คือ Outsourcing Service Solution
Outsourcing ตัวช่วยในการบริหารธุรกิจ ในยุคที่การแข่งขันเต็มไปด้วยความท้าทาย ธุรกิจจำเป็นต้องปรับตัวและมองหาวิธีเพิ่มประสิทธิภาพอยู่เสมอ หนึ่งในกลยุทธ์ที่หลายธุรกิจเริ่มให้ความสนใจ คือ การใช้บริการ “บริษัท Outsource” ที่จะช่วยให้ธุรกิจของคุณสามารถโฟกัสไปที่ความเชี่ยวชาญและงานหลักได้อย่างเต็มที่

Outsourcing คืออะไร ?

Outsource คือ การจ้างบุคคลหรือบริษัทภายนอกที่มีความรู้ความสามารถและความเชี่ยวชาญในเรื่องต่างๆ เข้ามาทำงานแทนให้ทั้งหมด หรือบางส่วน โดยที่ไม่ต้องมีผลกระทบต่อการดำเนินงานในภาพรวมขององค์กรภายใน ลองนึกภาพว่า…

  • คุณมีร้านอาหาร แต่ไม่มีเชฟ คุณอาจจ้างเชฟมืออาชีพจากร้านอื่นมาทำอาหารให้
  • คุณมีเว็บไซต์ แต่ไม่มีทีมเขียนโปรแกรม คุณอาจจ้างบริษัทรับเขียนโปรแกรมมาสร้างเว็บไซต์ให้
  • คุณมีธุรกิจ แต่ไม่มีทีมการตลาด คุณอาจจ้างบริษัทรับทำการตลาดมาช่วยโปรโมท
  • คุณมีห้างสรรพสินค้า แต่ไม่มีพนักงานที่จะคอยให้ข้อมูล ดูแล และบริการลูกค้าของคุณ คุณจึงต้องจ้างพนักงานเหล่านี้มาคอยจัดการ
  • คุณมีโรงงาน มีคนงานที่ต้องควบคุมดูแล แต่คุณไม่มีพนักงานคอยจัดการเอกสาร คุณอาจจ้างบริษัทหรือพนักงานที่คอยจัดการเอกสารให้

Outsourcing ช่วยธุรกิจคุณได้อย่างไร

  1. ลดความเสี่ยง

    • ต้นทุน การใช้ บริษัทoutsource ช่วยให้ธุรกิจสามารถลดความเสี่ยงในเรื่องของต้นทุนที่อาจจะเกิดข้อผิดพลาดในการบริหารจัดการพนักงาน ไม่ว่าจะเป็นการจ้างพนักงาน การเลิกจ้าง การอบรมต่างๆ รวมถึงค่าสวัสดิการอื่น ๆ เมื่อคุณใช้ บริการOutsource จะทำให้ต้นทุนของคุณคงที่ เรียกง่ายๆคือ “ แค่จ่าย แล้วจบ ” ไม่ต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายในส่วนอื่น

    • ความเสียหาย การดำเนินงาน ข้อผิดพลาด ไม่ว่าจะเป็นการทำงานที่ผิดพลาดของบุคลากร การหยุดชะงักของการดำเนินงานจากการขาดแคลนบุคลากร การทุจริต การเปิดเผยข้อมูลลับของบริษัท และทุกความเสียหายที่เกิดจากพนักงานบริษัทOutsource จะรับผิดชอบให้คุณ

    • การควบคุมพนักงาน ทั้งพฤติกรรมพนักงาน การละเลยหน้าที่ ทำงานไม่เต็มความสามารถ การฝ่าฝืนกฎระเบียบของบริษัท เช่น การมาสาย ลาป่วยโดยไม่มีเหตุผล การขาดงาน การลาออกแบบกะทันหัน เมื่อคุณใช้บริษัท Outsource จะบริหารจัดการให้คุณทุกขั้นตอนทำให้คุณหมดกังวลกับปัญหาเหล่านี้
  2. ความยืดหยุ่นในการปรับขนาด เมื่อธุรกิจของคุณต้องใช้พนักงานในจำนวนที่ไม่คงที่ ไม่เท่ากันในแต่ละช่วง ซึ่งอาจทำให้เกิดปัญหาทั้งเรื่องการวางแผน ค่าใช้จ่าย การหาพนักงานและอื่นๆ ซึ่ง outsource จะช่วยให้บริษัทสามารถปรับขนาดการดำเนินงาน ขึ้นหรือลง ได้ตามความต้องการ พร้อมช่วยในการวางแผนและบริหารจัดการให้คุณอย่างเต็มที่
  3. โฟกัสที่ธุรกิจหลัก การจัดสรรงานบางอย่างที่คุณไม่ถนัด ไม่มีเวลา ให้กับผู้ให้บริการภายนอก หรือบริษัทOutsource ที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะ แบบที่ไม่มีในองค์กร โดยไม่ต้องลงทุนทั้งเรื่องของเวลา และ ค่าใช้จ่ายในการฝึกอบรมพนักงาน ช่วยให้บริษัทสามารถโฟกัสที่กิจกรรมหลัก และพัฒนาความเชี่ยวชาญในสิ่งที่ทำได้ดีที่สุด
  4. Innovation ผู้ให้บริการ outsource ที่มีความเชี่ยวชาญพร้อมมอบ Innovation รวมถึงการผสมผสานการนำเทคโนโลยีมาปรับใช้ที่ อาทิเช่น ระบบบริหารจัดการ Time Attendance , ระบบบริหารจัดการ เอกสาร , ระบบบริหารจัดการเรื่องรถในองค์กร ที่สามารถช่วยให้ธุรกิจมีการดำเนินงานที่มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

หลักในการเลือก บริษัท Outsource​​

  1. ความเชี่ยวชาญ ควรเลือกผู้ให้บริการที่มีความเชี่ยวชาญในด้านที่คุณต้องการ ทั้งนี้ต้องมีประสบการณ์ และ ความสามารถที่เป็นที่ยอมรับในอุตสาหกรรมนั้น

  2. ความยืดหยุ่น บริษัทที่เลือกควรมีความยืดหยุ่น และ สามารถปรับแปลงบริการเพื่อตอบสนองความต้องการที่เปลี่ยนแปลงไปของธุรกิจคุณได้​

  3. ระบบการรายงานและการสื่อสาร การมีระบบการรายงานและการสื่อสารที่ดีเป็นสิ่งสำคัญ เพื่อให้คุณสามารถติดตามความคืบหน้าและผลลัพธ์ของการทำงานได้อย่างชัดเจน​

  4. มาตรฐานการบริการและคุณภาพ ควรมองหาผู้ให้บริการที่มีมาตรฐานการบริการ และ คุณภาพงาน ที่ได้รับการยอมรับ ซึ่งอาจรวมถึงการได้รับการรับรองมาตรฐานต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง​​

  5. ต้นทุนและความคุ้มค่า การพิจารณาต้นทุนเป็นสิ่งสำคัญ แต่ควรเปรียบเทียบกับคุณภาพและประโยชน์ที่ได้รับจากการ outsource เพื่อให้แน่ใจว่าคุ้มค่ากับการลงทุน​​

  6. การรักษาความปลอดภัยข้อมูล ในยุคดิจิทัลนี้ ความปลอดภัยข้อมูลเป็นสิ่งสำคัญมาก ควรเลือกผู้ให้บริการที่มีมาตรการความปลอดภัยข้อมูลที่เข้มงวดและชัดเจน​​

  7. การมีส่วนร่วมและการเป็น “พาร์ทเนอร์” ควรมองหาผู้ให้บริการที่พร้อมที่จะทำงานร่วมกันแบบพาร์ทเนอร์ ที่ไม่เพียงแค่เป็นผู้ให้บริการ แต่ต้องช่วยกันคิด วางแผน พัฒนา เพื่อสร้างความสำเร็จร่วมกัน

ไม่ว่าธุรกิจของคุณจะอยู่ในขั้นตอนไหนของการเติบโต การพิจารณาใช้บริการ Outsourcing คือการลงทุนที่คุ้มค่า ที่จะช่วยเพิ่มความคล่องตัวในการดำเนินงาน และสร้างความได้เปรียบทางการแข่งขันในตลาดที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว การเลือกใช้บริการ Outsourcing ที่เหมาะสม เปรียบเสมือนผู้ช่วยมืออาชีพที่เข้ามาแบ่งเบาภาระ ช่วยให้คุณโฟกัสกับงานหลักได้เต็มที่ โดยไม่ต้องกังวลกับงานด้านอื่นๆ ที่ไม่ถนัด   ยังสามารถช่วยให้ธุรกิจประหยัดต้นทุน พร้อมกับเข้าถึงความเชี่ยวชาญที่ไม่มีในองค์กร และเพิ่มประสิทธิภาพในการดำเนินงานได้อย่างดี

siamrajathanee-so

SO ผู้นำด้านธุรกิจเอาท์ซอร์สแบบครบวงจร หนึ่งเดียวในตลาดหลักทรัพย์ของประเทศไทย ที่นำ Tech-enabled outsourcing solution เข้ามาพัฒนาธุรกิจของลูกค้าให้มีประสิทธิภาพที่ดีมากยิ่งขึ้น และทาง SO ยังมีการเพิ่มศัพยภาพที่แข็งแกร่งอย่างไม่หยุดนิ่งด้วยการที่มีพันธมิตรทางธุรกิจหลากหลายกลุ่มอุตสาหกรรทั้งไทยและทั่วโลก เพื่อมอบประโยชน์สูงสุดให้กับลูกค้า ด้วยบริการที่ครอบคุลมและพร้อมตอบโจทย์ทุกความต้องการในการพัฒนาธุรกิจ

Service 4 Level สำหรับทุกธุรกิจลูกค้า
1. Workforce Outsource บริการด้านบุคลากรในตำแหน่งต่างๆ เริ่มตั้งแต่การสรรหา การบริหารกำลังคน ไปจนถึงขั้นตอนการจัดการเรื่อง Payroll ครบทั้งกระบวนการ ปัจจุบัน SO บริหารบุคลากรกว่า 10,000 อัตรา ทั้งหน่วยงานราชการ และเอกชนกว่า 450 หน่วยงาน ทั่วประเทศ
2. Business Process Outsource (BPO) พัฒนาออกแบบ และบริหารจัดการกระบวนการทางธุรกิจ ที่เหมาะสมให้กับลูกค้า ด้วยการใช้ทรัพยากรด้านแรงงาน และเทคโนโลยี เพื่อการยกระดับเพิ่มประสิทธิภาพของผลลัพธ์ให้อยู่เหนือคู่แข่งของลูกค้า
3. Specialized Outsource บริการผู้เชี่ยวชาญสำหรับงานเฉพาะด้าน เช่น “รุกขกร” งานด้านตัดแต่งต้นไม้ และดูแลภูมิทัศน์ขนาดใหญ่, งานด้านการกำจัดของเสียสำหรับโรงงานอุตสาหกรรม, การจัดหารรถพร้อมดัดแปลง และจดประกอบสำหรับงาน Logistic
4. IT Outsource & Platform บริการด้านการจัดหาบุคลากรด้าน IT และเทคโนโลยีผัจจุบัน เพื่อการพัฒนากระบวนการทำงาน เช่น เทคโนโลยี RPA, AI, OCR ฯลฯ พร้อมกับระบบที่ทาง SO พัฒนาขึ้น เช่น Digital Signature, ระบบ Time Attendance และระบบ Business Process Management (BPM)
 
จาก 4 Resource ของ SO ซึ่งเป็นส่วนหลักในการเติมเต็มให้กับ Service ทั้ง 4 Level
1.SO People ทรัพยากรด้ารบุคลากร มีความชำนาญด้านการสรรหา และคัดสรร พร้อมทั้งการพัฒนาทักษะให้กับพนักงานทุกท่าน ก่อนการจัดส่งให้บริการลูกค้า
2.SO Wheel จัดหารถเช่าทั่วไป และรถ EV ทุกประเภท พร้อมทั้งบริการดัดแปลงรถให้เหมาะสมกับธุรกิจลูกค้าตามต้องการ
3.SO Green ผู้เชี่ยวชาญด้านบริหารจัดการภูมทัศน์ หรือพื้นที่สีเขียวขนาดใหญ่ ทั้งการออกแบบ การดูแลต้นไม้ และสภาพแวดล้อมทั้งหมดในพื้นที่
4. SO Next บริหารจัดการข้อมูล หรือเอกสารจำนวนมาก และออกแบบกระบวนการทำงานให้กับธุรกิจลูกค้า ด้วย Lean & Digitize เพื่อการ Transformation อย่างมีประสิทธิภาพ
 

เป้าหมายของ SO คือการเป็นพันธมิตรและที่ปรึกษาให้แก่ลูกค้า โดยการมีส่วนร่วมในการกำหนดกลยุทธ์และนโยบายสำหรับการดำเนินธุรกิจ ด้วยบริการ Outsource แบบผสานงานด้านบุคลากร และเทคโนโลยีเข้าด้วยกัน  เรียกว่า Tech-Enabled Outsourcing Solution เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพกระบวนการทำงาน พร้อมนำเสนอวิธีการในการแก้ปัญหาที่เหมาะสมสำหรับทุกธุรกิจ

การเอาท์ซอร์สช่วยให้องค์กรมุ่งเน้นไปที่ธุรกิจหลักได้อย่างเต็มที่ มีความยืดหยุ่นในการปรับขนาดธุรกิจตามสถานการณ์ ถ่ายโอนความเสี่ยงต่างๆ ให้ SO จัดการ พร้อมเข้าถึงเทคโนโลยีสมัยใหม่และนำหน้าคู่แข่ง เป็นการเปิดประตูสู่โอกาสใหม่ๆ ตามแนวคิด "Unlock Possibilities, SO Here We Are"

Outsourcing service ตัวแปรสำคัญในการเปลี่ยนเกมส์ธุรกิจ

SO สยามราชธานี Siamrajathanee Outsource คือ Outsourcing Service Solution business_change

ในปัจจุบันโลกหลายธุรกิจถูก Disrupt ด้วยเทคโนโลยี ไม่ว่าจะเป็นธุรกิจอุปโภคบริโภค ธุรกิจการขนส่ง และโดยเฉพาะธุรกิจการผลิต ซึ่งการพัฒนาของเทคโนโลยี ทำให้หลายองค์กรต้องปรับตัวครั้งใหญ่ ทั้งในด้านของการบริหารจัดการทรัพยากรภายในองค์กรรวมไปถึงการปรับกลยุทธ์ หันมาใช้บริการ Outsourcing service ที่สามารถตอบโจทย์การทำ Scalability ที่องค์กรสามารถปรับขนาดทั้งในแนวตั้ง และแนวนอนได้อย่างคล่องตัว ซึ่ง บริษัท Outsource ในปัจจุบันนอกจากมีความชำนาญในเรื่องต่างๆแล้วยังมีเทคโนโลยีที่ทันสมัย และ สามารถเพิ่มขีดความสามารถให้กับองค์กรได้   

บริการ Outsourcing service มีข้อดีอะไรบ้าง 

Outsource ในปัจุบัน มีการพัฒนาบริการให้ตอบโจทย์ องค์กรมากขึ้นทั้งการพัฒนาบุคลากรภายในองค์กร การนำเทคโนโลยีเข้ามาพัฒนาระบบต่างๆ ที่ทำให้การบริการมีความคล่องตัวและมีประสิทธิภาพมากยิ่งข้ึน เช่น แอพลิเคชั่นสำหรับตรวจเช็คเวลาทำงาน โปรแกรมเฉพาะทางที่เข้ามาช่วยให้การทำงานรวดเร็วและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ซึ่งการใช้บริการ บริษัท Outsource มีข้อดีมากมาย แต่ Benefit ที่องค์กรจะได้รับจากการใช้บริการ Outsourcing service มีดังนี้ 

1.ตอบโจทย์การทำธุรกิจในปัจจุบัน 

การทำธุรกิจในปัจจุบันมีความเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว การที่องค์กรจะปรับกลยุทธ์ให้ทันตามความต้องการของตลาดจะต้องมีความคล่องตัวสูง ซึ่งการใช้ Outsource ที่มีความเชี่ยวชาญและมีเทคโนโลยีที่ทันสมัยเข้ามาช่วยออกแบบกลยุทธ์ จะช่วยให้องค์กรทำ Lean Organization ในกระบวนการต่างๆได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นและสามารถตอบโจทย์การทำธุรกิจในปัจจุบัน  

ตัวอย่างเช่น องค์กรของคุณมีแผนที่จะทำ Event Marketing ที่ต้องการพนักงานจำนวนมากและต้องการสัญญาแบบระยะสั้น บริการ Outsource จะเข้ามาช่วยตอบโจทย์ในเรื่อง การสรรหาพนักงานที่มีความสามารถในจำนวนมากและหมดปัญหาเรื่องระยะเวลาของสัญญางาน เพราะ ผู้ให้บริการ Outsource จะเป็นผู้ดูและละบริหาแทนองค์กรทั้งหมด ซึ่งนอกจากจะช่วยให้องค์กรบริหารงานได้ง่ายขึ้นแล้วยังช่วยให้ได้งานที่มีประสิทธิภาพมากกว่าการที่องค์กรสรรหาพนักงานด้วยตัวเอง 

2.ช่วยให้ธุรกิจประหยัดต้นทุน 

ประหยัดต้นทุนในการจ้างพนักงานประจำรวมไปถึงค่าใช้จ่ายระยะยาวและลดระยะเวลาในการ สรรหา บุคลากร ฝึกอบรมความรู้ความสามรถในสายงาน นอกจากนี้ยังช่วยให้องค์กรสามารถวางแผนในการบริหารทรัพยากต่างๆได้ดียิ่งขึ้น และโฟกัสไปที่งานหลักของธุรกิจได้อย่างเต็มที่  

ตัวอย่างเช่น องค์กรของคุณต้องการนักพัฒนาโปรแกรมหรือแอพลิเคชั่น แต่ไม่มีทีม IT ภายในองค์กรเลยการเลือกใช้บริการ Outsourcing service จะช่วยให้คุณประหยัดค่าใช้จ่ายในการจ้างพนักงาน IT และลดระยะเวลาในเรียนรู้งาน เพราะพนักงาน IT ที่มาจากบริษัท Outsource จะมีประสบการณ์และความชำนาญในสายงานและสามารถเริ่มงานได้ทันที ซึ่งองค์กรสามารถเลือกได้ว่าต้องการพนักงาน IT ระดับใดเช่น Junier Senier หรือ Manager นอกจากนี้ยังเป็นการลดความเสี่ยงในการคัดเลือกพนักงานที่ไม่ตรงตามความต้องการอีกด้วย  

3.เพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน 

พนักงานของบริษัท Outsource นอกจากจะผ่านการคัดเลือกหลายขึ้นตอนแล้ว ทางบริษัทยังมีการอบรมพัฒนาความรู้ความสามรถตามสายงานต่างๆที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้พนักงานมีเกณฑ์มาตตรฐานตรงตามควมต้องการของลูกค้า นอกจากนี้พนักงานยังผ่านประสบการณ์จากบริษัทชั้นนำต่างๆมากมาย ซึ่งสิ่งเหล่านี้จะช่วยให้ได้งานที่มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น พร้อมกันนี้บริษัท Outsource ยุคใหม่ยังหันมาพัฒนาเทคโนโลยีในการทำงานมากขึ้น ยิ่งช่วยให้การทำงานมีประสิทธิภาพและเห็นผลได้ชัดเจนยิ่งขึ้น  

4.มุ่งเน้นไปที่ Core Business 

การให้ผู้เชี่ยวชาญเข้ามาดูแลงานแทนนอกจากจะช่วยให้องค์กรสามารถลดต้นทุนด้านเวลา ค่ามใช้จ่าย และมีประสิทธิภาพในกระบวนการต่างๆแล้ว ยังทำให้องค์กรสามารถทุ่มทรัพยากรและกำลังคนเข้าไปโฟกัสที่งานหลักขององค์รกได้อย่างเต็มที่ 

ตัวอย่างเช่น องค์กรขอคุณต้องการทีมเข้ามาดูแลเรื่องการเดินทางของพนักงานไปยังสถาณที่ต่างๆ จากเดิมที่องค์กรต้องหารถส่วนกลางแล้วให้พนักงานแผนกต่างๆเดินทางไปกันเอง ซึ่งงานลักษณะเหล่านี้องค์หรจะต้องแบกรับความเสี่ยงเองทั้งหมด ทั้งในเรื่องความปลอดภัย ทรัพย์สินทั้งตัวพนักงานและอื่นๆ รวมไปถึงประสิทธิภาพของงานอาจะไม่ได้ตรงตามความต้องการ แต่ถ้าหากให้ บริษัท Outsource ที่มีความชำนาญในเรื่อง พนักงานขับรถ เข้ามาดูแลแทน จะช่วยให้องค์กรหมดห่วงกับเรื่องการเดินทาง ความเสี่ยงต่างๆและให้พนักงานในแผนกที่เกี่ยวข้องสามารถโฟกัสกับงานหลักได้อย่างเต็มที่อีกด้วย 

5.เพิ่มโอกาสทางธุรกิจ 

กลยุทธ์การใช้บริการบริษัท Outsource ถือเป็นอีกทางเลือกในการขยายตลาดไปยังกลุ่มลูกค้าในอุตสาหกรรมใหม่ๆ และ เพิ่มโอกาสทางธูรกิจ ที่องค์กรขนาดใหญ่ หั่นมาเลือกใช้บริการมากขึ้น เพราะนอกจากจะประหยัดต้นทุนในกระบวนการต่างๆแล้ว บริการOutsource ยังมีการออกแบบริการใหม่ๆ ที่สามารถปรับเปลี่ยนไปตามความต้องการขององค์รได้อย่างรวกเร็ว และยังสามารถพัฒนาเทคโนโลยีใหม่ๆให้เหมาะสมกับงานเฉพาะเคสได้ ช่วยให้องค์กรไม่ต้องเสียเวลาและต้นทุนในการพัฒนาบริการต่างๆเอง และหากองค์กรสามารถหาผู้ให้บริการ Outsourcing service รายใหญ่ที่มีการพัฒนาเทคโนโลยีอย่างต่อเนื่องได้ จะทำให้องค์รเข้าถึงเทคโนโลยีใหม่ๆได้รวดเร็วยิ่งขึ้น 

ที่ปรึกษาด้านการบริหารบุคคลากร ให้บริการจัดหาด้วยทีมผู้เชี่ยวชาญด้าน Recruit Management พร้อมทีม Training อบรมทักษะพนักงานก่อนการเริ่มงาน เสริมด้วยเทคโนโลยี Payroll Management System เพื่อการบริหารจัดการที่ถูกต้อง แม่นยำ เพิ่มศักยภาพให้กับกระบวนการมากยิ่งขึ้น

ต้องการคำปรึกษา

จุดเด่นที่จะเข้ามาช่วยเปลี่ยนเกมส์ 

1. ลดความเสี่ยงในการลงทุน  

การทดลองกลยุทธ์ใหม่ๆ อาจต้องการการลงทุนสำหรับทรัพยากร ความเชี่ยวชาญ หรือเทคโนโลยีใหม่ ซึ่งมีความเสี่ยงสูงถ้าไม่ได้ผลตามที่คาดหวัง. การใช้บริการ Outsource ช่วยให้องค์กรไม่ต้องแบกรับความเสี่ยงนี้โดยตรง เพราะการลงทุนและความเสี่ยงจะถูกแบ่งปันกับผู้ให้บริการ Outsource. 

การเข้าถึงความเชี่ยวชาญและเทคโนโลยีใหม่ๆ: บริษัท Outsource มักมีความเชี่ยวชาญในหลากหลายด้านและเข้าถึงเทคโนโลยีล่าสุดได้ง่ายกว่า ซึ่งช่วยให้องค์กรสามารถทดลองกลยุทธ์ใหม่ๆ ด้วยความเสี่ยงที่น้อยลง เนื่องจากพวกเขามีประสบการณ์และความเข้าใจในการนำเทคโนโลยีหรือวิธีการใหม่ๆ ไปใช้ให้เกิดผลสำเร็จ. 

ความยืดหยุ่นในการปรับขนาดการดำเนินงาน: การทดลองกลยุทธ์ใหม่ๆ อาจต้องการการปรับขนาดทีมหรือทรัพยากรอย่างรวดเร็ว ซึ่งอาจเป็นเรื่องยากหรือมีความเสี่ยงถ้าจัดการภายใน. บริษัท Outsource มีความสามารถในการเพิ่มหรือลดทรัพยากรตามความต้องการได้ง่าย ช่วยลดความเสี่ยงจากการมีทรัพยากรไม่เพียงพอหรือมากเกินไป. 

การทดลองกลยุทธ์ใหม่ๆ โดยไม่กระทบต่อการดำเนินงานหลัก: การทดลองบางอย่างอาจส่งผลกระทบต่อการดำเนินงานหลักขององค์กร การมอบหมายการทดลองเหล่านี้ให้กับบริษัท Outsource ช่วยให้องค์กรสามารถรักษาประสิทธิภาพและความเสถียรของการดำเนินงานหลักได้ ในขณะที่ยังคงสำรวจโอกาสใหม่ๆ. 

การประเมินผลและการวัดผลลัพธ์อย่างมืออาชีพ: บริษัท Outsource มักจะมีเครื่องมือและกระบวนการในการประเมินผลและวัดผลลัพธ์ของโปรเจกต์ต่างๆ ได้อย่างมืออาชีพ ซึ่งช่วยให้องค์กรสามารถเรียนรู้จากการทดลองได้อย่างมีประสิทธิภาพและใช้ข้อมูลนั้นในการปรับปรุงกลยุทธ์ต่อไป. 

การใช้บริการ Outsource ช่วยให้องค์กรสามารถทดลองกลยุทธ์ใหม่ๆ ได้ด้วยความยืดหยุ่นและความเสี่ยงที่ต่ำกว่าการจัดการทุกอย่างภายใน, ซึ่งสามารถเป็นกลยุทธ์ที่มีประสิทธิภาพในการสำรวจโอกาสใหม่ๆ และนำเสนอนวัตกรรมไปยังตลาด. 

2. ช่วยเพิ่มความสามารถในการปรับตัว  

ความยืดหยุ่นในการปรับขนาดทีมงาน: Outsource ช่วยให้องค์กรสามารถเพิ่มหรือลดขนาดทีมงานได้อย่างรวดเร็วตามความต้องการของโครงการหรือตามสถานการณ์ตลาดที่เปลี่ยนแปลงไป โดยไม่ต้องกังวลเกี่ยวกับกระบวนการจ้างงานหรือการปลดพนักงานที่อาจส่งผลกระทบต่อค่าใช้จ่ายและภาพลักษณ์ของบริษัท  

การเข้าถึงทักษะและความเชี่ยวชาญใหม่ๆ: บริษัท Outsource มักมีทีมงานที่มีความเชี่ยวชาญในด้านต่างๆ อย่างกว้างขวาง ทำให้องค์กรสามารถเข้าถึงทักษะและความรู้เฉพาะทางได้ง่ายขึ้นโดยไม่ต้องใช้เวลาและทรัพยากรในการฝึกอบรมพนักงานภายใน  

การลดความเสี่ยงและความรับผิดชอบ: การใช้บริการ Outsource ช่วยให้องค์กรสามารถโอนย้ายความเสี่ยงบางส่วนไปยังผู้ให้บริการภายนอก โดยเฉพาะในเรื่องของการจัดการทรัพยากร ความปลอดภัยของข้อมูล และความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติตามกฎหมายและข้อบังคับ  

ความเร็วในการตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลง: Outsource ช่วยให้องค์กรสามารถตอบสนองต่อความต้องการของตลาดหรือการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีได้อย่างรวดเร็ว ด้วยทรัพยากรที่พร้อมใช้งานและความเชี่ยวชาญที่สามารถนำมาใช้ได้ทันที ช่วยให้ธุรกิจไม่ตกเทรนด์และสามารถนำเสนอผลิตภัณฑ์หรือบริการใหม่ๆ ได้อย่างรวดเร็ว 

การจัดสรรทรัพยากรได้อย่างมีประสิทธิภาพ: การใช้บริการ Outsource ช่วยให้องค์กรสามารถจัดสรรทรัพยากรภายในไปยังกิจกรรมที่สร้างมูลค่าสูงสุด โดยมอบหมายงานที่ไม่ใช่หลักหรืองานที่ต้องการความเชี่ยวชาญเฉพาะทางให้กับผู้ให้บริการภายนอก  

จากที่กล่าวมา Outsource ช่วยเพิ่มความสามารถขององค์กรในการปรับตัวต่อสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ ทั้งยังช่วยเพิ่มความยืดหยุ่น ลดความเสี่ยง และสนับสนุนการเติบโตของธุรกิจในระยะยาว. 

3. ช่วยออกในการวางแผนกลยุทธ์สำหรับองค์กรในการ้ปรับตัวกับสภาวะเศรษฐกิจ 

การเพิ่มความยืดหยุ่นในการดำเนินงาน: ในสภาวะเศรษฐกิจที่ไม่แน่นอน, ความสามารถในการปรับขนาดทีมงานและทรัพยากรตามความต้องการเป็นสิ่งสำคัญ. บริการ Outsource ช่วยให้องค์กรสามารถเพิ่มหรือลดจำนวนพนักงานตามความต้องการของโครงการ ซึ่งช่วยลดค่าใช้จ่ายและเพิ่มความยืดหยุ่นในการดำเนินงาน 

การควบคุมค่าใช้จ่าย: บริการ Outsource ช่วยให้องค์กรสามารถแปลงค่าใช้จ่ายคงที่เป็นค่าใช้จ่ายแปรผันได้ ทำให้ง่ายต่อการควบคุมและปรับลดค่าใช้จ่ายในช่วงเวลาที่รายได้อาจลดลงได้ 

การเข้าถึงความเชี่ยวชาญและเทคโนโลยีล่าสุด: บริษัท Outsource มักจะเชี่ยวชาญในด้านเฉพาะทางและมีการเข้าถึงเทคโนโลยีล่าสุด. การใช้บริการเหล่านี้ช่วยให้องค์กรสามารถใช้ประโยชน์จากนวัตกรรมและเทคโนโลยีใหม่ๆ เพื่อสร้างความได้เปรียบในการแข่งขันและเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน 

การตอบสนองต่อความต้องการของตลาดที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว: บริการ Outsource ช่วยให้องค์กรสามารถตอบสนองต่อความต้องการของตลาดได้อย่างรวดเร็ว โดยไม่ต้องลงทุนในทรัพยากรหรือการฝึกอบรมพนักงานใหม่ ช่วยให้สามารถนำเสนอผลิตภัณฑ์หรือบริการใหม่ๆ ได้อย่างรวดเร็ว 

การลดความเสี่ยง: การใช้บริการ Outsource ในด้านที่ต้องการความเชี่ยวชาญเฉพาะหรือในโครงการที่มีความเสี่ยงสูงช่วยให้องค์กรสามารถลดความเสี่ยงในการดำเนินการได้ เนื่องจากความเสี่ยงส่วนใหญ่จะถูกโอนย้ายไปยังผู้ให้บริการ Outsource 

ด้วยวิธีเหล่านี้, บริการ Outsource ช่วยให้องค์กรสามารถวางแผนกลยุทธ์เพื่อปรับตัวต่อสภาวะเศรษฐกิจที่เปลี่ยนแปลงได้ ไม่เพียงแต่ช่วยให้องค์กรสามารถรักษาความยืดหยุ่นและประสิทธิภาพการดำเนินงาน แต่ยังช่วยลดความเสี่ยงและเพิ่มโอกาสในการเติบโตแม้ในสถานการณ์ที่ท้าทาย. 

การบริการ Outsourcing service คืออีก 1 ตัวเลือกสำคัญในการเปลี่ยนเกมส์ทางธุรกิจ ด้วยความเชี่ยวชาญ และการเข้าถึงเทคโนโลยีที่ทันสมัยจากทั่วโลก และพร้อมแบกรับความเสี่ยงในด้านต่างๆแทนองค์กร จากเหตุผลทั้งหมดที่กล่าวมา การเลือกใช้บริการ Outsource อาจไม่ได้เป็นเพียงแค่การจ้างผู้เชียวชาญเหมือนในอดีต แต่คือการหา พาร์ทเนอร์ทางธุรกิจ ที่พร้อมจะแบกรับความเสี่ยงและพลักดันให้ธุรกิจของคุณไปถึงเป้าหมายได้โดยสมบูรณ์แบบมากที่สุด

siamrajathanee-so

SO ผู้นำด้านธุรกิจเอาท์ซอร์สแบบครบวงจร หนึ่งเดียวในตลาดหลักทรัพย์ของประเทศไทย ที่นำ Tech-enabled outsourcing solution เข้ามาพัฒนาธุรกิจของลูกค้าให้มีประสิทธิภาพที่ดีมากยิ่งขึ้น และทาง SO ยังมีการเพิ่มศัพยภาพที่แข็งแกร่งอย่างไม่หยุดนิ่งด้วยการที่มีพันธมิตรทางธุรกิจหลากหลายกลุ่มอุตสาหกรรทั้งไทยและทั่วโลก เพื่อมอบประโยชน์สูงสุดให้กับลูกค้า ด้วยบริการที่ครอบคุลมและพร้อมตอบโจทย์ทุกความต้องการในการพัฒนาธุรกิจ

Service 4 Level สำหรับทุกธุรกิจลูกค้า
1. Workforce Outsource บริการด้านบุคลากรในตำแหน่งต่างๆ เริ่มตั้งแต่การสรรหา การบริหารกำลังคน ไปจนถึงขั้นตอนการจัดการเรื่อง Payroll ครบทั้งกระบวนการ ปัจจุบัน SO บริหารบุคลากรกว่า 10,000 อัตรา ทั้งหน่วยงานราชการ และเอกชนกว่า 450 หน่วยงาน ทั่วประเทศ
2. Business Process Outsource (BPO) พัฒนาออกแบบ และบริหารจัดการกระบวนการทางธุรกิจ ที่เหมาะสมให้กับลูกค้า ด้วยการใช้ทรัพยากรด้านแรงงาน และเทคโนโลยี เพื่อการยกระดับเพิ่มประสิทธิภาพของผลลัพธ์ให้อยู่เหนือคู่แข่งของลูกค้า
3. Specialized Outsource บริการผู้เชี่ยวชาญสำหรับงานเฉพาะด้าน เช่น “รุกขกร” งานด้านตัดแต่งต้นไม้ และดูแลภูมิทัศน์ขนาดใหญ่, งานด้านการกำจัดของเสียสำหรับโรงงานอุตสาหกรรม, การจัดหารรถพร้อมดัดแปลง และจดประกอบสำหรับงาน Logistic
4. IT Outsource & Platform บริการด้านการจัดหาบุคลากรด้าน IT และเทคโนโลยีผัจจุบัน เพื่อการพัฒนากระบวนการทำงาน เช่น เทคโนโลยี RPA, AI, OCR ฯลฯ พร้อมกับระบบที่ทาง SO พัฒนาขึ้น เช่น Digital Signature, ระบบ Time Attendance และระบบ Business Process Management (BPM)
 
จาก 4 Resource ของ SO ซึ่งเป็นส่วนหลักในการเติมเต็มให้กับ Service ทั้ง 4 Level
1.SO People ทรัพยากรด้ารบุคลากร มีความชำนาญด้านการสรรหา และคัดสรร พร้อมทั้งการพัฒนาทักษะให้กับพนักงานทุกท่าน ก่อนการจัดส่งให้บริการลูกค้า
2.SO Wheel จัดหารถเช่าทั่วไป และรถ EV ทุกประเภท พร้อมทั้งบริการดัดแปลงรถให้เหมาะสมกับธุรกิจลูกค้าตามต้องการ
3.SO Green ผู้เชี่ยวชาญด้านบริหารจัดการภูมทัศน์ หรือพื้นที่สีเขียวขนาดใหญ่ ทั้งการออกแบบ การดูแลต้นไม้ และสภาพแวดล้อมทั้งหมดในพื้นที่
4. SO Next บริหารจัดการข้อมูล หรือเอกสารจำนวนมาก และออกแบบกระบวนการทำงานให้กับธุรกิจลูกค้า ด้วย Lean & Digitize เพื่อการ Transformation อย่างมีประสิทธิภาพ
 

เป้าหมายของ SO คือการเป็นพันธมิตรและที่ปรึกษาให้แก่ลูกค้า โดยการมีส่วนร่วมในการกำหนดกลยุทธ์และนโยบายสำหรับการดำเนินธุรกิจ ด้วยบริการ Outsource แบบผสานงานด้านบุคลากร และเทคโนโลยีเข้าด้วยกัน  เรียกว่า Tech-Enabled Outsourcing Solution เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพกระบวนการทำงาน พร้อมนำเสนอวิธีการในการแก้ปัญหาที่เหมาะสมสำหรับทุกธุรกิจ

การเอาท์ซอร์สช่วยให้องค์กรมุ่งเน้นไปที่ธุรกิจหลักได้อย่างเต็มที่ มีความยืดหยุ่นในการปรับขนาดธุรกิจตามสถานการณ์ ถ่ายโอนความเสี่ยงต่างๆ ให้ SO จัดการ พร้อมเข้าถึงเทคโนโลยีสมัยใหม่และนำหน้าคู่แข่ง เป็นการเปิดประตูสู่โอกาสใหม่ๆ ตามแนวคิด "Unlock Possibilities, SO Here We Are"

Business Process Outsource หนึ่งในกลยุทธ์ ลดต้นทุนแรงงาน

SO สยามราชธานี Siamrajathanee Outsource คือ Outsourcing Service Solution bpo

Business Process Outsource หรือ BPO คืออะไร

Business Process Outsource หรือ BPO คือ การมอบระบบงานบางส่วน มาให้บุคคลภายนอกรับผิดชอบแทน ลูกค้าจึงจ้างบริษัท Outsource เพื่อให้บริษัทเหล่านั้นจัดหาคนทำงานให้ในส่วนต่างๆ ที่ไม่ได้เป็นงานแกนหลักของบริษัทลูกค้า ในปัจจุบัน บริษัทต่างๆ ต่างมุ่งมั่นขยายกิจการ เติบโตอย่างยั่งยืน ทว่าอุปสรรคสำคัญประการหนึ่ง คือ ต้นทุนแรงงาน การจ้างพนักงานประจำใหม่ ต้องเผชิญค่าใช้จ่ายมหาศาล ทั้งค่าจ้าง สวัสดิการ อุปกรณ์สำนักงาน พื้นที่ทำงาน ฯลฯ

BPO กับการลดต้นทุนด้านแรงงาน

การลดต้นทุนเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ หนึ่งในต้นทุนที่สำคัญที่สุดคือ ต้นทุนแรงงาน การลดต้นทุนแรงงานจึงเป็นกลยุทธ์ที่หลายธุรกิจใช้อย่างแพร่หลาย แต่ว่า การลดต้นทุนแรงงานนั้น ไม่ใช่แค่การไล่พนักงานออก หรือลดค่าจ้างเสมอไป ยังมีวิธีการอื่นๆ อีกมากมายที่สามารถลดต้นทุนแรงงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยไม่ส่งผลกระทบต่อขวัญกำลังใจของพนักงาน

BPO จึงเป็นอีกหนึ่งกลยุทธ์ที่สำคัญ ที่สามารถตอบโจทย์ของ ธุรกิจในยุคปัจจุบันได้อย่างลงตัว เพราะ BPO ไม่เพียงแต่ลดจำนวนบุคคลกรภายในองค์เท่านั้น แต่ยังสามารถช่วยลดกระบวนการหรือขั้นตอนทำงานได้มาก อีกทั้งไม่ต้องกังวลกับงานที่มีรายละเอียดยิบย่อย ทำให้ธุรกิจได้โฟกัสกับการทำงานหลักของธุรกิจตัวเองได้ดีขึ้น โดยมีการทำสัญญากันเป็นรายปี ช่วยลดค่าใช้จ่ายองค์กรลูกค้า พร้อมกับได้งานที่มีประสิทธิภาพและมีความยืดหยุ่น ใช้ต้นทุนต่ำกว่าการจ้างพนักงานประจำ และมีคนทำงานให้ตลอด

Case study

บริษัทผลิตชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ ประสบปัญหาต้นทุนการดำเนินงานที่สูง โดยเฉพาะค่าใช้จ่ายด้านการบัญชีและภาษี เนื่องจากมีงานเอกสารจำนวนมากและกฎระเบียบที่ซับซ้อน ส่งผลต่อภาระงานของพนักงานประจำที่ต้องจัดการงานด้านอื่นๆ เพิ่มเติม บริษัทจึงได้ตัดสินใจจ้าง BPO เข้ามาดูแลงานบัญชีและภาษีแทนพนักงานประจำ โดย BPO มีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน มีระบบและเทคโนโลยีที่ทันสมัย ทีมงานมีประสบการณ์ และเข้าใจกฎระเบียบที่เกี่ยวข้อง ซึ่งสามารถช่วยให้ บริษัทประหยัดค่าใช้จ่ายด้านการบัญชีและภาษีได้ถึง 20% เนื่องจาก BPO สามารถบริหารจัดการงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ลดขั้นตอนที่ไม่จำเป็น และใช้เทคโนโลยีเข้ามาช่วย

บริการบริหารข้อมูล ภายในองค์กร และจัดหาพนักงาน IT Outsource

So Next มุ่งเน้นให้บริการด้าน Lean Transformation และ Digitalization ในองค์กร ผ่านการให้คำปรึกษา ออกแบบกระบวนการ ค้นหาเครื่องมือที่เหมาะสม และบริหารโครงการ โดยมีเป้าหมายให้ลูกค้าสามารถโฟกัสที่ธุรกิจหลัก ปรับขนาดธุรกิจได้อย่างยืดหยุ่น ลดความเสี่ยง และสร้างนวัตกรรมใหม่ๆ ในองค์กร

สนใจบริการ

ข้อดีของ Business Process Outsourcing จาก SO NEXT

1.การลดต้นทุน การจ้างพนักงานประจำเพิ่ม มีค่าใช้จ่ายที่มากว่าจ้าง BPO การจ้าง BPO สำหรับงานที่ไม่ใช่ธุรกิจหลักของคุณอาจมีราคาประหยัดกว่าการจ้างทีมภายใน SO NEXT มอบประหยัดต่อขนาดและเข้าถึงแหล่งทักษะที่กว้างขึ้น ซึ่งอาจช่วยลดต้นทุนโดยรวมของคุณ

2.ประสิทธิภาพที่เพิ่มขึ้น มีผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางคอยสนับสนุนการทำงาน บริการ BPO จาก SO NEXT มีผู้เชี่ยวชาญงานเฉพาะทาง ซึ่งอาจช่วยปรับประสิทธิภาพการดำเนินงานของคุณและเพิ่มประสิทธิภาพ นอกจากนี้ยังอาจเข้าถึงเทคโนโลยีล่าสุดและแนวทางปฏิบัติที่ดีที่สุดให้กับบริษัทคุณ

3.การมุ่งเน้นที่เพิ่มขึ้น ให้คุณมุ่งเน้นไปที่ core business ได้อย่างเต็มที่ เมื่อจ้างงานภายนอก คุณสามารถใช้ทรัพยากรภายในของคุณเพื่อมุ่งเน้นไปที่กิจกรรมทางธุรกิจหลัก สิ่งนี้อาจนำไปสู่การพัฒนานวัตกรรมและการวางแผนเชิงกลยุทธ์ที่ดียิ่งขึ้น

4.การเข้าถึงความเชี่ยวชาญ สรรหาทีมผู้เชี่ยวชาญที่มีทักษะและความรู้เฉพาะทางที่คุณอาจไม่มีภายในองค์กร SO NEXT มีทีมผู้เชี่ยวชาญที่มีทักษะและความรู้เฉพาะทางที่คุณอาจไม่มีภายในองค์กร สิ่งนี้อาจเป็นประโยชน์อย่างยิ่งสำหรับงานที่ซับซ้อนหรืออุตสาหกรรมเฉพาะ

5.การปรับลดขนาดองค์กรได้ดีขึ้น ลดหรือเพิ่มพนักงานได้โดยไม่กระทบต่อธุรกิจหลัก สามารถปรับขนาดทรัพยากรของตนขึ้นหรือลงได้อย่างง่ายดายเพื่อตอบสนองความต้องการที่เปลี่ยนแปลงของคุณ สิ่งนี้อาจเป็นประโยชน์สำหรับธุรกิจที่ประสบกับความผันผวนตามฤดูกาลหรือกำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว

การใช้บริการ BPO ของ SO Next จะช่วยให้ธุรกิจของคุณสามารถปรับตัวเข้ากับการเปลี่ยนแปลง ลดต้นทุนการดำเนินงาน และเพิ่มประสิทธิภาพโดยรวม ทั้งหมดนี้เพื่อช่วยให้ธุรกิจของคุณเติบโตและมีความแข็งแกร่งในการแข่งขัน สามารถมุ่งเน้นไปที่ core business ของคุณได้อย่างเต็มที่

siamrajathanee-so

SO ผู้นำด้านธุรกิจเอาท์ซอร์สแบบครบวงจร หนึ่งเดียวในตลาดหลักทรัพย์ของประเทศไทย ที่นำ Tech-enabled outsourcing solution เข้ามาพัฒนาธุรกิจของลูกค้าให้มีประสิทธิภาพที่ดีมากยิ่งขึ้น และทาง SO ยังมีการเพิ่มศัพยภาพที่แข็งแกร่งอย่างไม่หยุดนิ่งด้วยการที่มีพันธมิตรทางธุรกิจหลากหลายกลุ่มอุตสาหกรรทั้งไทยและทั่วโลก เพื่อมอบประโยชน์สูงสุดให้กับลูกค้า ด้วยบริการที่ครอบคุลมและพร้อมตอบโจทย์ทุกความต้องการในการพัฒนาธุรกิจ

Service 4 Level สำหรับทุกธุรกิจลูกค้า
1. Workforce Outsource บริการด้านบุคลากรในตำแหน่งต่างๆ เริ่มตั้งแต่การสรรหา การบริหารกำลังคน ไปจนถึงขั้นตอนการจัดการเรื่อง Payroll ครบทั้งกระบวนการ ปัจจุบัน SO บริหารบุคลากรกว่า 10,000 อัตรา ทั้งหน่วยงานราชการ และเอกชนกว่า 450 หน่วยงาน ทั่วประเทศ
2. Business Process Outsource (BPO) พัฒนาออกแบบ และบริหารจัดการกระบวนการทางธุรกิจ ที่เหมาะสมให้กับลูกค้า ด้วยการใช้ทรัพยากรด้านแรงงาน และเทคโนโลยี เพื่อการยกระดับเพิ่มประสิทธิภาพของผลลัพธ์ให้อยู่เหนือคู่แข่งของลูกค้า
3. Specialized Outsource บริการผู้เชี่ยวชาญสำหรับงานเฉพาะด้าน เช่น “รุกขกร” งานด้านตัดแต่งต้นไม้ และดูแลภูมิทัศน์ขนาดใหญ่, งานด้านการกำจัดของเสียสำหรับโรงงานอุตสาหกรรม, การจัดหารรถพร้อมดัดแปลง และจดประกอบสำหรับงาน Logistic
4. IT Outsource & Platform บริการด้านการจัดหาบุคลากรด้าน IT และเทคโนโลยีผัจจุบัน เพื่อการพัฒนากระบวนการทำงาน เช่น เทคโนโลยี RPA, AI, OCR ฯลฯ พร้อมกับระบบที่ทาง SO พัฒนาขึ้น เช่น Digital Signature, ระบบ Time Attendance และระบบ Business Process Management (BPM)
 
จาก 4 Resource ของ SO ซึ่งเป็นส่วนหลักในการเติมเต็มให้กับ Service ทั้ง 4 Level
1.SO People ทรัพยากรด้ารบุคลากร มีความชำนาญด้านการสรรหา และคัดสรร พร้อมทั้งการพัฒนาทักษะให้กับพนักงานทุกท่าน ก่อนการจัดส่งให้บริการลูกค้า
2.SO Wheel จัดหารถเช่าทั่วไป และรถ EV ทุกประเภท พร้อมทั้งบริการดัดแปลงรถให้เหมาะสมกับธุรกิจลูกค้าตามต้องการ
3.SO Green ผู้เชี่ยวชาญด้านบริหารจัดการภูมทัศน์ หรือพื้นที่สีเขียวขนาดใหญ่ ทั้งการออกแบบ การดูแลต้นไม้ และสภาพแวดล้อมทั้งหมดในพื้นที่
4. SO Next บริหารจัดการข้อมูล หรือเอกสารจำนวนมาก และออกแบบกระบวนการทำงานให้กับธุรกิจลูกค้า ด้วย Lean & Digitize เพื่อการ Transformation อย่างมีประสิทธิภาพ
 

เป้าหมายของ SO คือการเป็นพันธมิตรและที่ปรึกษาให้แก่ลูกค้า โดยการมีส่วนร่วมในการกำหนดกลยุทธ์และนโยบายสำหรับการดำเนินธุรกิจ ด้วยบริการ Outsource แบบผสานงานด้านบุคลากร และเทคโนโลยีเข้าด้วยกัน  เรียกว่า Tech-Enabled Outsourcing Solution เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพกระบวนการทำงาน พร้อมนำเสนอวิธีการในการแก้ปัญหาที่เหมาะสมสำหรับทุกธุรกิจ

การเอาท์ซอร์สช่วยให้องค์กรมุ่งเน้นไปที่ธุรกิจหลักได้อย่างเต็มที่ มีความยืดหยุ่นในการปรับขนาดธุรกิจตามสถานการณ์ ถ่ายโอนความเสี่ยงต่างๆ ให้ SO จัดการ พร้อมเข้าถึงเทคโนโลยีสมัยใหม่และนำหน้าคู่แข่ง เป็นการเปิดประตูสู่โอกาสใหม่ๆ ตามแนวคิด "Unlock Possibilities, SO Here We Are"

บริษัทจัดหาพนักงาน ที่มอบ Service Mind หัวใจสำคัญที่เหนือกว่า AI & Automation

SO สยามราชธานี Siamrajathanee Outsource คือ Outsourcing Service Solution human-ai

แม้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) และระบบอัตโนมัติ (Automation) กำลังเข้ามามีบทบาทสำคัญในภาคธุรกิจมากขึ้น แต่ Service Mind กลับกลายเป็นหัวใจสำคัญ ที่ช่วยให้ธุรกิจของคุณโดดเด่นเหนือคู่แข่ง So People บริษัทจัดหาพนักงาน เชื่อว่า การบริการที่ดีเลิศ เปรียบเสมือนกุญแจสำคัญที่ช่วยให้ธุรกิจของคุณก้าวไปสู่ความสำเร็จ ธุรกิจที่ต้องอาศัยพนักงานคอยส่งมอบบริการให้กับลูกค้า การปลูกฝัง Service Mind ให้กับพนักงานทุกคนจึงมีความสำคัญอย่างยิ่ง 

หลายคนอาจมองข้ามความสำคัญของ “Service Mind” หรือ “หัวใจบริการ” แต่แท้จริงแล้ว Service Mind ยังคงเป็นหัวใจสำคัญที่ช่วยให้ธุรกิจของคุณโดดเด่น เป็นที่น่าจดจำ สร้างความประทับใจให้กับลูกค้า และนำไปสู่ความสำเร็จให้ธุรกิจอย่างยั่งยืน

Service Mind คืออะไร? 

Service Mind คือ หัวใจของการบริการที่ดี หมายถึง ความตั้งใจ มุ่งมั่น ใส่ใจ และเต็มใจที่จะให้บริการลูกค้าอย่างดีที่สุด มุ่งเน้นสร้างความพึงพอใจให้กับลูกค้า

SERVICE การบริการ
Smile (ยิ้ม) ยิ้มแย้ม แจ่มใส ในการบริการ เพื่อสร้างความรู้สึกดีๆให้เกิดขึ้นกับลูกค้า
Enthusiasm (ความกระตือรือร้น) ให้บริการด้วยความกระตือรือร้น พร้อมให้ความช่วยเหลือทุกเมื่อ
Rapidness (ความรวดเร็ว) มีความกระฉับกระเฉง การบริการอย่างรวดเร็ว ทันท่วงที
Value (การบริการให้มีคุณค่า) สร้างคุณค่าในงานบริการ ที่จะช่วยให้ลูกค้าเกิดความพึงพอใจ
Impression (สร้างความประทับใจแรกพบ) บริการอย่างประทับใจ แสดงถึงความมีจิตใจในการบริการ
Courtesy (ความอ่อนน้อมถ่อมตน) ความสุภาพอ่อนน้อม มีใจรักในงานบริการ ทำให้ลูกค้ารู้สึกประทับใจ
Endurance (ความอดทน) มีความอดทน ต้องรู้จักจัดการและควบคุมอารมณ์

MIND จิตใจ
Make Believe (การมีความเชื่อในงานที่ทำ) มีความเชื่อในสิ่งที่ถูกต้อง มีความสุขและรักในงานบริการ
Insist (ยืนหยัดในสิ่งที่ทำ) มีความมุ่งมั่นยืนหยัดในสิ่งที่ทำ ไม่ท้อถอยต่ออุปสรรคที่พบเจอ
Necessitate (เพราะลูกค้าคือคนสำคัญ) ทำให้ลูกค้าทุกคนเป็นคนพิเศษ ไม่แบ่งแยกหรือเลือกบริการ
Devote (ทุ่มเทและเอาใจใส่ต่องานบริการ) ทำอย่างเต็มความสามารถ ทุ่มเททำงานด้วยใจ

 

ในยุค AI & Automation ทำไม Service Mind ยังสำคัญกับ บริษัทจัดหาพนักงาน

    • สร้างประสบการณ์ที่เหนือกว่า แม้ AI จะทำงานได้อย่างรวดเร็ว แต่ไม่สามารถทดแทนความใส่ใจ ความเข้าใจ และการสร้างประสบการณ์ที่ดีให้กับลูกค้าได้เท่ากับมนุษย์ที่มี Service Mind
    • สร้างความสัมพันธ์กับลูกค้า Service Mind ช่วยสร้างความสัมพันธ์ที่ดี และความรู้สึกผูกพันระหว่างลูกค้ากับธุรกิจ
    • แก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า พนักงานที่มี Service Mind สามารถแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่ง AI ยังไม่สามารถทดแทนได้
    • สร้างความประทับใจ การบริการที่ยอดเยี่ยมจากพนักงานที่มี Service Mind สามารถสร้างความประทับใจที่ลูกค้าไม่สามารถลืมเลือนได้
    • สร้างความแตกต่างจากคู่แข่ง ในยุคที่ AI & Automation แพร่หลาย Service Mind กลายเป็นจุดแข็งที่ช่วยให้ธุรกิจของคุณแตกต่างจากคู่แข่ง

การเสริม Service Mind ให้กับพนักงานในยุค AI & Automation

    • เน้นทักษะด้าน Soft Skills พัฒนา Soft Skills เช่น ทักษะการสื่อสาร ทักษะการแก้ไขปัญหา และทักษะการทำงานร่วมกับผู้อื่น
    • ส่งเสริมให้พนักงานเป็นที่ปรึกษา: พัฒนาศักยภาพของพนักงานให้เป็นที่ปรึกษา สามารถให้คำแนะนำ และแก้ไขปัญหาให้กับลูกค้าได้อย่างตรงจุด
    • สร้างวัฒนธรรมองค์กรที่เน้น Service Mind ผู้นำองค์กรต้องเป็นตัวอย่างที่ดี แสดงให้เห็นถึง Service Mind ที่ชัดเจน
    • ฝึกอบรมพนักงาน จัดอบรมพนักงานเกี่ยวกับ Service Mind เทคนิคการบริการลูกค้า การสื่อสาร และการแก้ปัญหา
    • ส่งเสริมการเรียนรู้ สนับสนุนให้พนักงานเรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ พัฒนาตนเอง
    • ให้รางวัล มอบรางวัลให้กับพนักงานที่มี Service Mind ดีเยี่ยม
    • สร้างโอกาสให้พนักงานใช้ Service Mind มอบหมายงานที่ต้องใช้ Service Mind ให้กับพนักงาน

So People บริษัทจัดหาพนักงาน ให้ความสำคัญของ กลยุทธ์การปลูกฝัง Service Mind ให้กับพนักงานในยุค AI & Automation และยังมีกระบวนการคัดสรรพนักงานกว่า 8 ขั้นตอน จนไปสู่กระบวนการส่งมอบพนักงานที่ดีที่สุด และเหมาะสมต่อการทำงานในแต่ละตำแหน่งตามที่ลูกค้าต้องการ

ที่ปรึกษาด้านการบริหารบุคคลากร ให้บริการจัดหาด้วยทีมผู้เชี่ยวชาญด้าน Recruit Management พร้อมทีม Training อบรมทักษะพนักงานก่อนการเริ่มงาน เสริมด้วยเทคโนโลยี Payroll Management System เพื่อการบริหารจัดการที่ถูกต้อง แม่นยำ เพิ่มศักยภาพให้กับกระบวนการมากยิ่งขึ้น

ต้องการคำปรึกษา

8 ขั้นตอนคัดสรรพนักงาน จาก บริษัทจัดหาพนักงาน

ที่มีเจ้าหน้าที่ดูแลทุกขั้นตอน จนสิ้นสุดไปเป็น Resume ให้กับลูกค้าของเรา

    • Check Document ตรวจสอบเอกสารต่างๆของพนักงาน มั่นใจได้ว่าเอกสารและข้อมูลทุกอย่างถูกต้อง
    • First Interview สัมภาษณ์พนักงานเบื้องต้น เพื่อประเมินภาพรวมพื้นฐานของพนักงาน
    • Ms. Office Test ทดสอบการใช้งาน Microsoft Office ระดับพื้นฐาน เพื่อคัดกรองความสามารถ
    • Eng Skill วัดระดับความสามารถทางภาษา หากต้องการพนักงานที่มีทักษะ เราจัดหาให้ได้
    • Behavior test DISC การคัดทัศนะคติ เพื่อประเมินพฤติกรรมไปสู่ความเหมาะสมในการทำงาน
    • Interview with Specialist สัมภาษณ์พนักงานโดยผู้เชี่ยวชาญ เพื่อให้มั่นใจในทักษะเฉพาะของพนักงาน
    • Crime Records Check การตรวจประวัติอาชญากรรม เพื่อความปลอดภัยและคามมั่นใจ
    • Old work History Check ตรวจสอบประวัติจากที่ทำงานเดิม เพื่อยืนยันและเช็คพฤติกรรมของพนักงาน

เพราะเราเข้าใจดีว่า

    • ในยุคดิจิทัล AI & Automation ไม่ได้ตอบโจทย์ทุกความต้องการ
    • พนักงานที่มี Service Mind ต่างหากที่สร้างความประทับใจให้ลูกค้า
    • Service Mind คือหัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนธุรกิจให้ก้าวไกล

So People จึงพร้อมคัดสรรบุคลากรที่มี Service Mind ล้ำเลิศ ใส่ใจลูกค้า เข้าใจธุรกิจของคุณ

ด้วยบริการที่ครบวงจร

✅ คัดกรองคุณสมบัติ ตรงตามความต้องการ
✅ ดูแลจัดการพนักงานจนพร้อมเริ่มงาน
✅ จัดการเอกสาร พร้อมบริหารจัดการทุกเรื่องพนักงาน
✅ บริหารจัดการความเสี่ยงทุกอย่างแทนคุณ
✅ ออกแบบและมอบ Solutions ที่ดีที่สุดให้ธุรกิจ
✅ เป็นพันธมิตรที่ไว้ใจได้ มุ่งมั่นสู่ความสำเร็จร่วมกับคุณ

Service Mind คือ หัวใจของการบริการที่ดี หมายถึง ความตั้งใจ มุ่งมั่น ใส่ใจ และเต็มใจที่จะให้บริการลูกค้าอย่างดีที่สุด มุ่งเน้นสร้างความพึงพอใจให้กับลูกค้า ในยุคดิจิทัลที่ AI & Automation เข้ามามีบทบาทสำคัญ แต่ Service Mind ยังคงเป็นหัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนธุรกิจให้ก้าวไกล So People เข้าใจดีว่า พนักงานที่มี Service Mind ต่างหากที่สร้างความประทับใจให้ลูกค้า เราจึงพร้อมคัดสรรบุคลากรที่มี Service Mind ล้ำเลิศ ใส่ใจลูกค้า เข้าใจธุรกิจของคุณ

siamrajathanee-so

SO ผู้นำด้านธุรกิจเอาท์ซอร์สแบบครบวงจร หนึ่งเดียวในตลาดหลักทรัพย์ของประเทศไทย ที่นำ Tech-enabled outsourcing solution เข้ามาพัฒนาธุรกิจของลูกค้าให้มีประสิทธิภาพที่ดีมากยิ่งขึ้น และทาง SO ยังมีการเพิ่มศัพยภาพที่แข็งแกร่งอย่างไม่หยุดนิ่งด้วยการที่มีพันธมิตรทางธุรกิจหลากหลายกลุ่มอุตสาหกรรทั้งไทยและทั่วโลก เพื่อมอบประโยชน์สูงสุดให้กับลูกค้า ด้วยบริการที่ครอบคุลมและพร้อมตอบโจทย์ทุกความต้องการในการพัฒนาธุรกิจ

Service 4 Level สำหรับทุกธุรกิจลูกค้า
1. Workforce Outsource บริการด้านบุคลากรในตำแหน่งต่างๆ เริ่มตั้งแต่การสรรหา การบริหารกำลังคน ไปจนถึงขั้นตอนการจัดการเรื่อง Payroll ครบทั้งกระบวนการ ปัจจุบัน SO บริหารบุคลากรกว่า 10,000 อัตรา ทั้งหน่วยงานราชการ และเอกชนกว่า 450 หน่วยงาน ทั่วประเทศ
2. Business Process Outsource (BPO) พัฒนาออกแบบ และบริหารจัดการกระบวนการทางธุรกิจ ที่เหมาะสมให้กับลูกค้า ด้วยการใช้ทรัพยากรด้านแรงงาน และเทคโนโลยี เพื่อการยกระดับเพิ่มประสิทธิภาพของผลลัพธ์ให้อยู่เหนือคู่แข่งของลูกค้า
3. Specialized Outsource บริการผู้เชี่ยวชาญสำหรับงานเฉพาะด้าน เช่น “รุกขกร” งานด้านตัดแต่งต้นไม้ และดูแลภูมิทัศน์ขนาดใหญ่, งานด้านการกำจัดของเสียสำหรับโรงงานอุตสาหกรรม, การจัดหารรถพร้อมดัดแปลง และจดประกอบสำหรับงาน Logistic
4. IT Outsource & Platform บริการด้านการจัดหาบุคลากรด้าน IT และเทคโนโลยีผัจจุบัน เพื่อการพัฒนากระบวนการทำงาน เช่น เทคโนโลยี RPA, AI, OCR ฯลฯ พร้อมกับระบบที่ทาง SO พัฒนาขึ้น เช่น Digital Signature, ระบบ Time Attendance และระบบ Business Process Management (BPM)
 
จาก 4 Resource ของ SO ซึ่งเป็นส่วนหลักในการเติมเต็มให้กับ Service ทั้ง 4 Level
1.SO People ทรัพยากรด้ารบุคลากร มีความชำนาญด้านการสรรหา และคัดสรร พร้อมทั้งการพัฒนาทักษะให้กับพนักงานทุกท่าน ก่อนการจัดส่งให้บริการลูกค้า
2.SO Wheel จัดหารถเช่าทั่วไป และรถ EV ทุกประเภท พร้อมทั้งบริการดัดแปลงรถให้เหมาะสมกับธุรกิจลูกค้าตามต้องการ
3.SO Green ผู้เชี่ยวชาญด้านบริหารจัดการภูมทัศน์ หรือพื้นที่สีเขียวขนาดใหญ่ ทั้งการออกแบบ การดูแลต้นไม้ และสภาพแวดล้อมทั้งหมดในพื้นที่
4. SO Next บริหารจัดการข้อมูล หรือเอกสารจำนวนมาก และออกแบบกระบวนการทำงานให้กับธุรกิจลูกค้า ด้วย Lean & Digitize เพื่อการ Transformation อย่างมีประสิทธิภาพ
 

เป้าหมายของ SO คือการเป็นพันธมิตรและที่ปรึกษาให้แก่ลูกค้า โดยการมีส่วนร่วมในการกำหนดกลยุทธ์และนโยบายสำหรับการดำเนินธุรกิจ ด้วยบริการ Outsource แบบผสานงานด้านบุคลากร และเทคโนโลยีเข้าด้วยกัน  เรียกว่า Tech-Enabled Outsourcing Solution เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพกระบวนการทำงาน พร้อมนำเสนอวิธีการในการแก้ปัญหาที่เหมาะสมสำหรับทุกธุรกิจ

การเอาท์ซอร์สช่วยให้องค์กรมุ่งเน้นไปที่ธุรกิจหลักได้อย่างเต็มที่ มีความยืดหยุ่นในการปรับขนาดธุรกิจตามสถานการณ์ ถ่ายโอนความเสี่ยงต่างๆ ให้ SO จัดการ พร้อมเข้าถึงเทคโนโลยีสมัยใหม่และนำหน้าคู่แข่ง เป็นการเปิดประตูสู่โอกาสใหม่ๆ ตามแนวคิด "Unlock Possibilities, SO Here We Are"

“ เกมส์เปลี่ยน ” เมื่อเทคโนโลยีเข้ามามีบทบาทสำคัญในการกำหนด กลยุทธ์ทางธุรกิจ

SO สยามราชธานี Siamrajathanee Outsource คือ Outsourcing Service Solution gamechanger

กลยุทธ์ทางธุรกิจ เป็นสิ่งสำคัญสำหรับทำธุรกิจให้ความสำเร็จ กลยุทธ์ที่ดีจะช่วยให้องค์กรบรรลุเป้าหมายที่ตั้งไว้ ช่วยสร้างความได้เปรียบในการแข่งขัน และส่งเสริมการเติบโตขององค์กรได้อย่างยั่งยืน ปัจจุบันเทคโนโลยีมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่องและรวดเร็วจนส่งผลต่อการกำหนดกยุทธ์ทางธุรกิจ หากองค์กรไม่ได้ให้ความสำคัญในการนำเทคโนโลยีเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในการกำหนดกลยุทธ์ อาจทำให้องค์กรสูญเสียโอกาสในการแข่งขัน และขาดความองค์ความรู้ใหม่ๆในการพัฒนาธุรกิจให้ตามทันกับเทรนของโลกได้  

ความแตกต่างของกาวาง กลยุทธ์ทางธุรกิจ ในยุค Marketing 6.0 

ยุคการตลาดในอดีต

โฟกัสที่ผลิตภัณฑ์ และการขาย การตลาดในอดีตมุ่งเน้นไปที่การสร้างผลิตภัณฑ์ และการขายเป็นหลัก โดยมีการใช้กลยุทธ์ที่เน้นการส่งเสริมการขาย และการโฆษณาแบบดั้งเดิม เช่น โทรทัศน์, วิทยุ, และสิ่งพิมพ์ ป้ายโฆษณารูปแบบต่างๆ 

การสื่อสารแบบเดียวทาง บริษัทมีบทบาทเป็นผู้สื่อสารหลัก โดยลูกค้าเป็นเพียงผู้รับสาร ซึ่งมีบทบาทน้อยมากในการให้ข้อเสนอแนะหรือการมีส่วนร่วมกับสินค้าและกระบวนการสื่อสาร  

การตลาดแบบมวลชน การตลาดในอดีตมุ่งเน้นไปที่การเข้าถึงกลุ่มลูกค้าใหญ่ๆ โดยไม่คำนึงถึงความต้องการ และความสนใจส่วนบุคคลของกลุ่มลูกค้ากลุ่มย่อยซึ่งอาจะเป็นลูกค้าหลักของสินค้าหรือบริการ 

ยุค Marketing 6.0 

โฟกัสที่ประสบการณ์ของลูกค้า และความสนใจส่วนบุคคลมากขึ้น Marketing 6.0 มุ่งเน้นไปที่การสร้างประสบการณ์ที่ดีให้กับลูกค้า โดยให้ความสำคัญกับความต้องการและความรู้สึกของลูกค้ามากเป็นอันดับแรก เน้นการสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับลูกค้าและกระตุ้นให้เกิดการบอกต่อผ่านช่องทาง social ต่างๆเช่น แชร์ คอมเมนท์ รีวิวเป็นต้น 

การสื่อสารแบบสองทาง Marketing 6.0 ให้ความสำคัญกับการสื่อสารแบบสองทาง โดยลูกค้าสามารถให้ข้อเสนอแนะและมีส่วนร่วมกับแบรนด์หรือองค์กรในการสร้างเนื้อหาและการสื่อสารเกี่ยวกับสินค้าละผลิตภัณฑ์ 

การตลาดแบบเฉพาะเจาะจงและส่วนบุคคล การใช้ข้อมูล (Big Data)  และเทคโนโลยี AI เพื่อวิเคราะห์ทำความเข้าใจความต้องการของลูกค้าแต่ละคน เพื่อช่วยให้สามารถส่งมอบข้อเสนอและเนื้อหาที่เหมาะสมกับลูกค้าแต่ละคนได้ อย่างตรงจุด ถูกที่ถูกเวลา ส่งผลให้ลูกค้าสามารถตัดสินใจซื้อได้ง่ายมากยิ่งขึ้น  

การใช้เทคโนโลยีในการสร้างประสบการณ์ การใช้เทคโนโลยีดิจิทัลเช่น VR, AR, และเทคโนโลยีในมือถือ ของลูกค้า เพื่อการสร้างประสบการณ์ส่วนบุคคลที่ไม่เหมือนใครให้กับลูกค้า 

การใช้เทคโนโลยีในการสร้างความสัมพันธ์และประสบการณ์ที่ดีให้กับลูกค้า เป็นเทรนที่กำลังได้รับความนิยมสูงมากในปัจจุบัน นอกจากจะช่วยให้ลูกค้าตัดสินใจซื้อสินค้าได้ง่ายขึ้นแล้ว ยังช่วยให้องค์กรสามารถพัฒนาสินค้าหรือบริการให้ตรงกับความต้องการของลูกค้าได้มากยิ่งขึ้นอีกด้วย แต่การที่องค์กรจะสามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้อย่างถูกต้องแม่นยำนั้น องค์รต้องกำหนดกลยุทธ์ทางการตลาดให้มีความยืดหยุ่น และสามารถปรับตัวเข้ากับการเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็วของตลาดและเทคโนโลยี 

บทบาทสำคัญของเทคโนโลยีในการกำหนด กลยุทธ์ทางธุรกิจ  

เทคโนโลยีและความสำคัญในการกำหนดกลยุทธ์ทางธุรกิจในยุคปัจจุบัน ด้วยการเปลี่ยนแปลงและพัฒนาการอย่างรวดเร็ว ทำให้องค์กรต่างๆ ต้องปรับตัวเพื่อให้ทันต่อการแข่งขันและความต้องการของตลาดที่เปลี่ยนไป ดังนั้น เทคโนโลยีจึงมีความสำคัญต่อกลยุทธ์ทางธุรกิจในหลายด้าน ได้แก่

การเพิ่มประสิทธิภาพ และลดต้นทุนในการทำงาน 

เทคโนโลยีในปัจจุบันเข้ามาช่วยให้กระบวนการทำงานขององค์กรมีประสิทธิภาพมากขึ้น ลดเวลาที่ใช้ในการทำงาน และช่วยลดต้นทุนการผลิตหรือบริการต่างๆ ซึ่งเป็นการสร้างความได้เปรียบทางการแข่งขัน อาทิเช่นบริษัท A สามารถวิเคาระข้อมูลของลูกค้าจากคำสั่งซื้อตลอดทั้งปีพร้อมแสงข้อมูลสรุปผลได้ ภายใน 1-2 วัน จนองค์กรสามารถวิเคราะห์พฤติกรรมของลูกค้าและวางแผนการทำการตลาดในไตรมาสถัดไปได้   

  เข้าถึงลูกค้าได้มากยิ่งขึ้น 

 เทคโนโลยีดิจิทัลเช่น โซเชียลมีเดีย แพลตฟอร์มออนไลน์ และการตลาดผ่านอีเมลช่วยให้องค์กรสามารถเข้าถึงลูกค้าได้กว้างขวางและเฉพาะเจาะจงมากขึ้น สามารถจำแนกกลุ่มลูกค้าได้หลายกลุ่ม ส่งผลให้สามารถพัฒนาสินค้าและบริการได้ตรงตามความต้องการของลูกค้ามากขึ้น นอกจากนี้ยังช่วยในการการรักษาความสัมพันธ์กับลูกค้าได้อีกด้วย 

นวัตกรรม และการพัฒนาผลิตภัณฑ์

เทคโนโลยีมีส่วนช่วยให้องค์กรสามารถพัฒนาผลิตภัณฑ์ และบริการใหม่ๆ ที่ตอบสนองความต้องการของตลาดได้อย่างรวดเร็ว นอกจากนี้ยังช่วยให้สามารถปรับปรุงและนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพสูงให้กับลูกค้าได้อีกด้วย  

การวิเคราะห์ข้อมูล

เทคโนโลยีการวิเคราะห์ข้อมูล อาทิเช่น Tableau, Power BI, Qlik Sense มีส่วนช่วยให้องค์กรสามารถรวบรวม วิเคราะห์ และใช้ประโยชน์จากข้อมูลใหญ่ (Big Data) เพื่อตัดสินใจในการกำหนดกลยุทธ์ทางธุรกิจได้ นอกจากนี้ยังช่วยให้องค์กร สามารถทำนายแนวโน้มตลาด และตอบสนองต่อความต้องการของลูกค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ 

ความยืดหยุ่นและการปรับตัว 

ในยุคที่ตลาดมีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว เทคโนโลยีคือตัวแปรสำคัญที่ทำให้ทุกองค์กรต้องปรับตัวและตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงให้ได้  ไม่ว่าจะเป็นการเปลี่ยนแปลงในด้านกฎหมาย การแข่งขัน หรือความต้องการของลูกค้า  

จากข้อมูลข้างต้น การใช้เทคโนโลยีเข้ามาช่วยในการ กำหนดกลยุทธ์ทางธุรกิจ จึงเป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยให้องค์กรสามารถรักษาความได้เปรียบทางการแข่งขัน สร้างนวัตกรรม และเติบโตอย่างยั่งยืนในยุคดิจิทัล  

เทคโนโลยีในปัจจุบันที่ช่วยในการกำหนดกลยุทธ์

เทคโนโลยีที่สำคัญในปัจจุบันที่ช่วยในการทำธุรกิจมีมากมาย แต่ละเทคโนโลยีมีจุดเด่นและเหมาะกับการใช้งานที่แตกต่างกัน ขึ้นอยู่กับประเภทของธุรกิจและเป้าหมายทางธุรกิจ 

ปัญญาประดิษฐ์  AI 
 Artificial intelligence ช่วยให้ธุรกิจสามารถทำงานได้ง่ายขึ้นรวดเร็วขึ้น ทั้งในด้านการวิเคราะห์ข้อมูล และตัดสินใจในกิจกรรมต่างๆได้อย่างมีประสิทธิภาพ ตัวอย่างการใช้งาน AI ในธุรกิจ ได้แก่ การใช้แชทบอทเพื่อตอบคำถามลูกค้า การวิเคราะห์ข้อมูลลูกค้าเพื่อนำเสนอสินค้าหรือบริการที่ตรงใจ การใช้ AI ตรวจจับการฉ้อโกง หรือกาทุจริตต่างๆ  

คลาวด์คอมพิวติ้ง (Cloud Computing)
คลาวด์คอมพิวติ้งช่วยให้ธุรกิจสามารถเข้าถึงข้อมูล และซอฟต์แวร์ต่างๆ ผ่านอินเทอร์เน็ต โดยไม่ต้องลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานด้านไอทีเอง ตัวอย่างการใช้งานคลาวด์คอมพิวติ้งในธุรกิจ ได้แก่ การใช้คลาวด์เก็บข้อมูล การใช้คลาวด์รันแอปพลิเคชัน การใช้คลาวด์สำรองข้อมูล 

โซเชียลมีเดีย (Social Media)
โซเชียลมีเดียช่วยให้ธุรกิจสามารถเข้าถึงลูกค้า โปรโมทสินค้าหรือบริการ และสร้างความสัมพันธ์กับลูกค้า ตัวอย่างการใช้งานโซเชียลมีเดียในธุรกิจ ได้แก่ การสร้างเพจบน Facebook การใช้ Twitter โปรโมทสินค้า การใช้ Instagram แชร์รูปภาพสินค้า 

อีคอมเมิร์ซ (E-commerce)
แพลตหอร์มซื้อขายออนไลน์ที่จะช่วยให้ธุรกิจสามารถขายสินค้าหรือบริการออนไลน์ได้ ตัวอย่างการใช้งานอีคอมเมิร์ซในธุรกิจ ได้แก่ การสร้างเว็บไซต์ขายของออนไลน์ การขายสินค้าบน Shopee หรือ Lazada 

อินเทอร์เน็ตออฟธิงส์ (IoT)
IoT ช่วยให้ธุรกิจสามารถเชื่อมต่ออุปกรณ์ต่างๆ เข้าด้วยกันเพื่อเก็บข้อมูลและวิเคราะห์ข้อมูล ตัวอย่างการใช้งาน IoT ในธุรกิจ ได้แก่ การใช้ IoT ติดตามสินค้า การใช้ IoT ตรวจสอบสภาพเครื่องจักร การใช้ IoT ควบคุมอุณหภูมิในห้อง 

นอกจากเทคโนโลยีที่กล่าวมาข้างต้น ยังมีเทคโนโลยีอื่นๆ อีกมากมายที่สามารถช่วยให้องค์กรได้พัฒนาระบบการทำงานและสามารถกำหนดกลยุทธ์ได้ง่ายขึ้น  เช่น บิ๊กดาต้า (Big Data) โมบายล์เทคโนโลยี (Mobile Technology) เทคโนโลยีบล็อกเชน (Blockchain Technology) 

Outsource ผู้ช่วยคนสำคัญในการเปลี่ยนเกมส์ทางธุรกิจ  

บริษัท Outsource คือ ผู้เชี่ยวชาญในกระบวนการทำงานที่สามารถทำงานแทนองค์กรในบางส่วนได้อย่างมีประสิทธิภาพมากว่า ช่วยให้องค์กรได้โฟกัสกับงานหลักที่สามารถสร้างรายได้ให้กับองค์รได้อย่างเต็มที่ นอกจากนี้ บริษัท Outsource ยุคใหม่ยังช่วยเสริมขีดความสามารถให้การแข่งขันให้กับองค์กรได้ ช่วยให้เข้าถึงเทคโนโลยีในการทำงานที่ทันสมัย รวมไปถึงสามารถออกแบบกระบวนการในการทำงานและช่วยในขั้นตอนการวางกลยุทธ์ได้อีกด้วย  

บริษัท สยามราชทานี จำกัด (มหาชน) หรือ “SO” มีการใช้เทคโนโลยีหลากหลายผสานกับ Workforce จนเกิดเป็น Tech-enabled Outsourcing Solution ที่พร้อมตอบโจทย์การวางกลยุทธ์ทางธุรกิจ ช่วยให้องค์กรต่างๆ สามารถทำงานได้ง่ายขึ้นและมีประสิทธิภาพมากขึ้น ตัวอย่างเช่น แอพพลิเคชั่นที่ทางบริษัทพัฒนามาเพื่ออำนวยความสะดวกในการทำงานอย่าง  ERP Cloud , Employee self-service , Payroll  , Workflow BPM (Business Process Management) , E-signature  

ซึ่งระบบเหล่านี้จะเข้ามาช่วยวางระบบในการทำงาน และลดระยะเวลาในการส่งเอกสารหรือเซ็นอนุมัติเอกสารต่างๆภายในบริษัท นอกจากนี้ยังมี เทคโนโลยีการประมวลผลเอกสารอัจฉริยะ (IDP) ที่จะช่วยอำนวยความสะดวกในการออกแบบขั้นตอนในการทำงาน ลดระยะเวลา และ เพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน เช่น  OCR (Optical Character Recognition) , RPA (Robotic Process Automation) , Industrial AI 

และ เทคโนโลยีที่ช่วยในเรื่องของการจัดการข้อมูลและการวิเคราะห์ข้อมูล อย่าง Data Visualization , Dashboard ที่จะเข้ามาช่วยสรุปข้อมมูลและรายงานผลการทำงานในกิจกรรมต่างๆ ได้ง่ายขึ้น  

พร้อมกันนี้เรายังได้นำเทคโนโลยีเข้ามาผสานกับกระบวนการในการทำงาน จนได้เป็น Solution ที่พร้อมตอบโจทย์ทุกความต้องการขององค์กรได้แก่  

โซลูชั่นการจัดการทรัพยากรบุคคล (TikTrack) : ระบบการบริหารจัดการผ่านแอปพลิเคชันบนมือถือ ที่ใช้สำหรับการลงเวลา เข้า-ออกงาน ,การลางาน ,การจัดการตารางงานของแต่ละแผนก , ระบบล่วงเวลา OT  พร้อมประมวนผลที่จะแสดงข้อมูลรายบุคคลให้หัวหน้างานทราบทันที ง่าย สะดวก ม่นยำ และปลอดภัย ลดข้อผิดพลาดและการทุจริตเรื่องเวลาเข้าออกงานไปได้เลย รองรับบน Smart Phone ระบบปฏิบัติการ iOS และ Android รวมไปถึง แท็บเล็ต และอุปกรณ์พกพาอื่นๆ  

อ่านข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับระบบ Tiktrack คลิก : SO NEXT , LEAN AND DIGITIZATION YOUR BUSINESS| 

การจัดการยานพาหนะ VMS : บริการด้านยานพาหนะที่ผสานเทคโนโลยีเข้ามาช่วยอำนวยความสะดวกให้กับลูกค้าของเราเช่น  บริการเช่ารถพร้อมคนขับ , บริการรถเช่าดัดแปลง ,บริการรถเช่าเพื่อการขนส่ง พร้อมระบบบริหารจัดการยานพาหนะ หรือ VMS ย่อมาจาก Vehicle Management System  ระบบเทคโนโลยีที่ถูกจัดทำขึ้นเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ และ ช่วยอำนวยความสะดวกสำหรับองค์กรละบริษัทห้างร้าน  ไม่ว่าจะเป็นการจองรถยนต์, การอนุมัติ, การตรวจสอบข้อมูลพื้นฐานของรถยนต์ เช่น ข้อมูลรถยนต์, ภาษี, พรบ., ประกันภัย รวมไปถึงรายละเอียดการซ่อมบำรุงรักษารถยนต์ต่างๆ  ไปจนถึงพฤติกรรมของผู้ขับขี่ ซึ่งจะช่วยให้องค์กรสามารถ 

 อ่านข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ คลิก : SO WHEEL , YOUR DRIVE WE SERVE 

สรุป

เทคโนโลยีไม่เพียงแต่เป็นเครื่องมือที่ช่วยให้ธุรกิจสามารถดำเนินการได้มีประสิทธิภาพและมีความยืดหยุ่นเท่านั้น แต่ยังเป็นตัวขับเคลื่อนหลักในการสร้างนวัตกรรมและรักษาความได้เปรียบทางการแข่งขัน ให้กับองค์กรในปัจจุบัน 

siamrajathanee-so

SO ผู้นำด้านธุรกิจเอาท์ซอร์สแบบครบวงจร หนึ่งเดียวในตลาดหลักทรัพย์ของประเทศไทย ที่นำ Tech-enabled outsourcing solution เข้ามาพัฒนาธุรกิจของลูกค้าให้มีประสิทธิภาพที่ดีมากยิ่งขึ้น และทาง SO ยังมีการเพิ่มศัพยภาพที่แข็งแกร่งอย่างไม่หยุดนิ่งด้วยการที่มีพันธมิตรทางธุรกิจหลากหลายกลุ่มอุตสาหกรรทั้งไทยและทั่วโลก เพื่อมอบประโยชน์สูงสุดให้กับลูกค้า ด้วยบริการที่ครอบคุลมและพร้อมตอบโจทย์ทุกความต้องการในการพัฒนาธุรกิจ

Service 4 Level สำหรับทุกธุรกิจลูกค้า
1. Workforce Outsource บริการด้านบุคลากรในตำแหน่งต่างๆ เริ่มตั้งแต่การสรรหา การบริหารกำลังคน ไปจนถึงขั้นตอนการจัดการเรื่อง Payroll ครบทั้งกระบวนการ ปัจจุบัน SO บริหารบุคลากรกว่า 10,000 อัตรา ทั้งหน่วยงานราชการ และเอกชนกว่า 450 หน่วยงาน ทั่วประเทศ
2. Business Process Outsource (BPO) พัฒนาออกแบบ และบริหารจัดการกระบวนการทางธุรกิจ ที่เหมาะสมให้กับลูกค้า ด้วยการใช้ทรัพยากรด้านแรงงาน และเทคโนโลยี เพื่อการยกระดับเพิ่มประสิทธิภาพของผลลัพธ์ให้อยู่เหนือคู่แข่งของลูกค้า
3. Specialized Outsource บริการผู้เชี่ยวชาญสำหรับงานเฉพาะด้าน เช่น “รุกขกร” งานด้านตัดแต่งต้นไม้ และดูแลภูมิทัศน์ขนาดใหญ่, งานด้านการกำจัดของเสียสำหรับโรงงานอุตสาหกรรม, การจัดหารรถพร้อมดัดแปลง และจดประกอบสำหรับงาน Logistic
4. IT Outsource & Platform บริการด้านการจัดหาบุคลากรด้าน IT และเทคโนโลยีผัจจุบัน เพื่อการพัฒนากระบวนการทำงาน เช่น เทคโนโลยี RPA, AI, OCR ฯลฯ พร้อมกับระบบที่ทาง SO พัฒนาขึ้น เช่น Digital Signature, ระบบ Time Attendance และระบบ Business Process Management (BPM)
 
จาก 4 Resource ของ SO ซึ่งเป็นส่วนหลักในการเติมเต็มให้กับ Service ทั้ง 4 Level
1.SO People ทรัพยากรด้ารบุคลากร มีความชำนาญด้านการสรรหา และคัดสรร พร้อมทั้งการพัฒนาทักษะให้กับพนักงานทุกท่าน ก่อนการจัดส่งให้บริการลูกค้า
2.SO Wheel จัดหารถเช่าทั่วไป และรถ EV ทุกประเภท พร้อมทั้งบริการดัดแปลงรถให้เหมาะสมกับธุรกิจลูกค้าตามต้องการ
3.SO Green ผู้เชี่ยวชาญด้านบริหารจัดการภูมทัศน์ หรือพื้นที่สีเขียวขนาดใหญ่ ทั้งการออกแบบ การดูแลต้นไม้ และสภาพแวดล้อมทั้งหมดในพื้นที่
4. SO Next บริหารจัดการข้อมูล หรือเอกสารจำนวนมาก และออกแบบกระบวนการทำงานให้กับธุรกิจลูกค้า ด้วย Lean & Digitize เพื่อการ Transformation อย่างมีประสิทธิภาพ
 

เป้าหมายของ SO คือการเป็นพันธมิตรและที่ปรึกษาให้แก่ลูกค้า โดยการมีส่วนร่วมในการกำหนดกลยุทธ์และนโยบายสำหรับการดำเนินธุรกิจ ด้วยบริการ Outsource แบบผสานงานด้านบุคลากร และเทคโนโลยีเข้าด้วยกัน  เรียกว่า Tech-Enabled Outsourcing Solution เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพกระบวนการทำงาน พร้อมนำเสนอวิธีการในการแก้ปัญหาที่เหมาะสมสำหรับทุกธุรกิจ

การเอาท์ซอร์สช่วยให้องค์กรมุ่งเน้นไปที่ธุรกิจหลักได้อย่างเต็มที่ มีความยืดหยุ่นในการปรับขนาดธุรกิจตามสถานการณ์ ถ่ายโอนความเสี่ยงต่างๆ ให้ SO จัดการ พร้อมเข้าถึงเทคโนโลยีสมัยใหม่และนำหน้าคู่แข่ง เป็นการเปิดประตูสู่โอกาสใหม่ๆ ตามแนวคิด "Unlock Possibilities, SO Here We Are"

สัญญาจ้างพนักงาน ที่ใช่ สำคัญยิ่งกว่าหาคู่ชีวิต

SO-สยามราชธานี-Siamrajathanee-Outsource-Outsourcing-Assistants-Consultant - Service-Solution -cover2

เคยไหม? จ้างพนักงานใหม่มาแล้วผิดหวัง ทำงานไม่ตรงใจ ไม่เข้ากับทีม ลาออกบ่อย สร้างปัญหาให้ปวดหัว ยิ่งพนักงานในตำแหน่งที่หาคนยากมากๆแล้ว ยิ่งไม่เป็นผลดีต่อองค์กรเลย

รู้ไหมว่า… การจ้างพนักงาน ก็เหมือนการหา “คู่ธุรกิจ” เลือกผิด ธุรกิจสะดุด เลือกถูก ธุรกิจจะประสบความสำเร็จตามที่หวังไว้ได้เลยนะ

SO Next ไม่ได้เป็นเพียงแค่บริษัทจัดหาพนักงาน IT แต่เรายังเป็น “พันธมิตรทางธุรกิจ” ที่พร้อมให้คำปรึกษา สนับสนุน และช่วยให้คุณค้นพบ “พนักงาน IT” ที่ใช่สำหรับธุรกิจของคุณ

SO-สยามราชธานี-Siamrajathanee-Outsource-Outsourcing-Assistants-Consultant - recruitment 1

สัญญาจ้างพนักงาน แบบประจำ (Recruitment) เปรียบเสมือนรักแรกพบ แล้วตื่นเช้ามาแต่งงาน จดทะเบียนสมรส

เมื่อคุณเลือกจ้างพนักงานประจำ ก็เหมือนรักแรกพบ หรือ One Night Stand ที่ตื่นเช้ามาแล้วตัดสินใจแต่งงาน จดทะเบียนสมรสกันเลย คุณจะได้พนักงานที่เป็นของคุณโดยชอบธรรม มีสิทธิทางกฎหมายในการดูแลและควบคุมการทำงาน แต่ถ้าพนักงานคนนั้นเปลี่ยนไป ไม่ทำหน้าที่อย่างที่คาดหวัง ชีวิตการทำงานของคุณก็อาจจะประสบปัญหา

  • ข้อดี: หากเจอพนักงานที่ดี การทำงานจะราบรื่นและมีประสิทธิภาพ
  • ข้อเสีย: หากพนักงานไม่เป็นอย่างที่คาดหวัง การแก้ไขปัญหาจะยิ่งยุ่งยากและใช้เวลา เสียทั้งเงิน เวลาและยังเสียงานด้วย

การจ้างงานแบบประจำมีความเสี่ยง แต่ก็เป็นการลงทุนที่มีค่าหากคุณเจอคนที่ใช่ เหมือนกับการแต่งงานที่หากคู่ชีวิตดี ทุกอย่างก็จะดีตามมา แต่ถ้าคู่ชีวิตเปลี่ยนไปไม่เหมือนเดิม ก็อาจต้องพบกับปัญหามากมาย ซึ่งองค์กรต้องแบกรับความเสี่ยงไว้โดยชอบธรรมทั้งหมด

SO-สยามราชธานี-Siamrajathanee-Outsource-Outsourcing-Assistants-Consultant - outsource 1

สัญญาจ้างพนักงาน แบบ Outsource เปรียบเสมือนการเดทเพื่อศึกษาดูใจกันก่อนแต่ง

สำหรับองค์กรที่ยังไม่พร้อมรับภาระใหญ่ ไม่พร้อมผูกมัดกับใคร ยังไม่มั่นใจ ไม่อยากด่วนสรุป การจ้างพนักงานแบบ Outsource จะเป็นทางเลือกที่ดีกว่า เพราะเปรียบเสมือนการศึกษาดูใจก่อนแต่งงาน ไม่ต้องแบกรับภาระค่าใช้จ่ายและสวัสดิการ ผู้จ้างสามารถเปลี่ยนพนักงานได้ตามความเหมาะสมและไม่ผูกมัดมากเกินไป

  • ข้อดี: มีความยืดหยุ่นสูง เพราะหากพนักงานมีปัญหา ไม่ตรงตามที่องค์กรต้องการ ทั้งทางพฤติกรรมและความสามารถ ผู้จ้างสามารถขอเปลี่ยนพนักงานได้ตลอดระยะเวลาสัญญา
  • ข้อเสีย: ไม่มีความผูกพันทางกฎหมายในระยะยาว พนักงานจะอยู่กับคุณแค่ 6 เดือน – 1 ปี นับเป็นความสัมพันธ์ระยะสั้นที่พบกันเพื่อจากลา ทีมงานต้องสานสัมพันธ์จูนกับคนใหม่บ่อยๆ

การจ้างพนักงานแบบ “Outsource” เปรียบเสมือนการ “ศึกษาดูใจ” คบหากันไปก่อน เกือบจะเป็น “Friend with Benefit” เหมือนคู่รักยุคใหม่ๆ ที่เปลี่ยน “คู่เดท” ไปเรื่อยๆ ไม่อยากมีภาระ ตัดเรื่อง “ค่าใช้จ่าย สวัสดิการ กฎหมาย” ให้ SO Next บริหารความเสี่ยงให้คุณเอง เรียกได้ว่า Win-Win ทั้งคู่ คุณได้พนักงาน ที่มีทักษะสูงด้าน IT พร้อมใช้งาน รู้หน้าที่ของตัวเอง และหากมี Accident ก็สามารถเปลี่ยนคนได้ตลอดระยะเวลาสัญญา

SO-สยามราชธานี-Siamrajathanee-Outsource-Outsourcing-Assistants-Consultant - Service-Solution - Hybridworking 1

สัญญาจ้างพนักงาน แบบ Hybrid Working เปรียบเสมือนการอยู่ก่อนแต่ง

หากคุณต้องการความยืดหยุ่นสูงสุด บริการ Hybrid Working ของเราเป็นตัวเลือกที่เหมาะสม เปรียบเสมือนการอยู่ก่อนแต่ง คุณสามารถปรับเปลี่ยนสัญญาจากพนักงาน Outsource เป็นพนักงานประจำได้ตลอดระยะเวลาสัญญา หากรู้สึกว่าพนักงานคนนี้ใช่ เมื่อหมดสัญญาคุณสามารถตัดสินใจว่าจะจดทะเบียนสมรสกันต่อหรือไม่

  • ข้อดี: ให้ผู้จ้างมีโอกาสในการเลือกศึกษาดูใจ ความสัมพันธ์ไปยาวๆ โดยไม่ต้องผูกมัดกัน เปลี่ยนได้ ปรับสัญญาได้ตามความสะดวก
  • ข้อเสีย: ถ้าคุณยังไม่ตัดสินใจซะที อาจจะถูกบริษัทอื่นแย่งตัว เหมือนการเจอคนที่ใช่ในเวลาที่ช้าไป หากคุณตัดสินใจช้าไป พนักงานที่คุณอยากได้เป็นพนักงานประจำอาจจะตกลงรับข้อเสนอกับที่อื่นไปแล้ว และคุณจะต้องเริ่มนับหนึ่งใหม่กับคนอื่น เพียงเพราะเจอคนที่ใช่แต่รักษาไว้ไม่ทัน

บริการ Hybrid Working ช่วยให้องค์กรของคุณมีความยืดหยุ่นในการจัดการพนักงานมากขึ้น หากพนักงานคนนั้นทำงานได้ดีและตรงตามที่ต้องการ คุณสามารถเปลี่ยนสถานะเป็นพนักงานประจำได้ทันที ทำให้ไม่ต้องกังวลว่าจะเสียพนักงานดีๆ ไปเมื่อหมดสัญญา แต่ก็ต้องรีบตัดสินใจหน่อย เพราะตัวพนักงานเองก็มีทางเลือกในการตัดสินใจมากเหมือนกัน

SO-สยามราชธานี-Siamrajathanee-Outsource-Outsourcing-Assistants-Consultant - Service-Solution - Hybridworking 2

ทำไมต้องเลือก SO Next

  1. ผู้เชี่ยวชาญด้าน Outsource ประสบการณ์กว่า 48 ปี: สามารถบริหารรูปแบบสัญญาหลากหลายรูปแบบ และเข้าใจความต้องการขององค์กรทั้งภาครัฐและเอกชนเป็นอย่างดี
  2. เข้าถึงฐานข้อมูลผู้เชี่ยวชาญ IT Certificate: สามารถจัดหาพนักงาน IT ที่มีความเชี่ยวชาญและได้รับ Certificate เฉพาะด้าน ที่ตรงตามความต้องการขององค์กรคุณได้
  3. AI ในการ Matching พนักงานและองค์กร: นำเครื่องมือ AI Matching มาช่วยสรุปประวัติผู้สมัครให้อ่านง่าย เปรียบเทียบผู้สมัครตามเกณฑ์ที่องค์กรต้องการพร้อมให้คะแนน เพื่อช่วยให้การคัดเลือกผู้สมัครเป็นเรื่องง่ายและมีประสิทธิภาพสูงที่สุด
  4. ทีม Tech Consult ที่พร้อมให้คำปรึกษาและสนับสนุน: ทีม Consult ของเราพร้อมวางแผนกำลังคนและสัญญา (IT Workforce Planning) เพื่อหาบริการที่เหมาะสมกับองค์กร และยังให้คำปรึกษาด้านเทคนิคแก่พนักงาน Outsource ตลอดระยะเวลาสัญญาเพื่อให้แน่ใจว่าทุกโปรเจกต์จะสำเร็จลุล่วงได้ด้วยดี
  5. ฐานข้อมูลบุคลากร Tech และ non-Tech กว่า 300,000 คน: เรามีฐานข้อมูลพนักงาน Outsource ที่ครอบคลุมกว่า 100 ตำแหน่ง สามารถจัดส่ง Resume ผู้สมัครที่มีคุณสมบัติตรงตามต้องการให้พิจารณาได้ทันที

สรุป

แต่ไม่ว่าคุณจะเลือก สัญญาจ้างพนักงาน แบบประจำที่เหมือนการแต่งงานและจดทะเบียนสมรส สัญญาจ้างพนักงาน แบบ Outsource ที่เหมือนการศึกษาดูใจ หรือ สัญญาจ้างพนักงาน แบบ Hybrid Working ที่ยืดหยุ่นในการเปลี่ยนสถานะพนักงานของ SO ก็พร้อมให้บริการเต็มที่ เพราะเรามีบริการที่ตอบโจทย์ทุกความต้องการของคุณ เลือกวิธีที่เหมาะสมกับองค์กรของคุณ เพื่อสร้างความสัมพันธ์ที่ดีและยั่งยืนในระยะยาวกับพนักงานที่ใช่!

SO Next “คู่หู” ที่ใช่ สำหรับ “คู่ชีวิต” ธุรกิจของคุณ

เราหวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะได้มีโอกาสร่วมงานกับองค์กรของคุณ เพื่อสร้างสรรค์ความสำเร็จไปด้วยกัน เพราะทุกปัญหาที่คุณเจอ เราจะช่วยหาทางออกให้

บริการบริหารข้อมูล ภายในองค์กร และจัดหาพนักงาน IT Outsource

So Next มุ่งเน้นให้บริการด้าน Lean Transformation และ Digitalization ในองค์กร ผ่านการให้คำปรึกษา ออกแบบกระบวนการ ค้นหาเครื่องมือที่เหมาะสม และบริหารโครงการ โดยมีเป้าหมายให้ลูกค้าสามารถโฟกัสที่ธุรกิจหลัก ปรับขนาดธุรกิจได้อย่างยืดหยุ่น ลดความเสี่ยง และสร้างนวัตกรรมใหม่ๆ ในองค์กร

สนใจบริการ
siamrajathanee-so

SO ผู้นำด้านธุรกิจเอาท์ซอร์สแบบครบวงจร หนึ่งเดียวในตลาดหลักทรัพย์ของประเทศไทย ที่นำ Tech-enabled outsourcing solution เข้ามาพัฒนาธุรกิจของลูกค้าให้มีประสิทธิภาพที่ดีมากยิ่งขึ้น และทาง SO ยังมีการเพิ่มศัพยภาพที่แข็งแกร่งอย่างไม่หยุดนิ่งด้วยการที่มีพันธมิตรทางธุรกิจหลากหลายกลุ่มอุตสาหกรรทั้งไทยและทั่วโลก เพื่อมอบประโยชน์สูงสุดให้กับลูกค้า ด้วยบริการที่ครอบคุลมและพร้อมตอบโจทย์ทุกความต้องการในการพัฒนาธุรกิจ

Service 4 Level สำหรับทุกธุรกิจลูกค้า
1. Workforce Outsource บริการด้านบุคลากรในตำแหน่งต่างๆ เริ่มตั้งแต่การสรรหา การบริหารกำลังคน ไปจนถึงขั้นตอนการจัดการเรื่อง Payroll ครบทั้งกระบวนการ ปัจจุบัน SO บริหารบุคลากรกว่า 10,000 อัตรา ทั้งหน่วยงานราชการ และเอกชนกว่า 450 หน่วยงาน ทั่วประเทศ
2. Business Process Outsource (BPO) พัฒนาออกแบบ และบริหารจัดการกระบวนการทางธุรกิจ ที่เหมาะสมให้กับลูกค้า ด้วยการใช้ทรัพยากรด้านแรงงาน และเทคโนโลยี เพื่อการยกระดับเพิ่มประสิทธิภาพของผลลัพธ์ให้อยู่เหนือคู่แข่งของลูกค้า
3. Specialized Outsource บริการผู้เชี่ยวชาญสำหรับงานเฉพาะด้าน เช่น “รุกขกร” งานด้านตัดแต่งต้นไม้ และดูแลภูมิทัศน์ขนาดใหญ่, งานด้านการกำจัดของเสียสำหรับโรงงานอุตสาหกรรม, การจัดหารรถพร้อมดัดแปลง และจดประกอบสำหรับงาน Logistic
4. IT Outsource & Platform บริการด้านการจัดหาบุคลากรด้าน IT และเทคโนโลยีผัจจุบัน เพื่อการพัฒนากระบวนการทำงาน เช่น เทคโนโลยี RPA, AI, OCR ฯลฯ พร้อมกับระบบที่ทาง SO พัฒนาขึ้น เช่น Digital Signature, ระบบ Time Attendance และระบบ Business Process Management (BPM)
 
จาก 4 Resource ของ SO ซึ่งเป็นส่วนหลักในการเติมเต็มให้กับ Service ทั้ง 4 Level
1.SO People ทรัพยากรด้ารบุคลากร มีความชำนาญด้านการสรรหา และคัดสรร พร้อมทั้งการพัฒนาทักษะให้กับพนักงานทุกท่าน ก่อนการจัดส่งให้บริการลูกค้า
2.SO Wheel จัดหารถเช่าทั่วไป และรถ EV ทุกประเภท พร้อมทั้งบริการดัดแปลงรถให้เหมาะสมกับธุรกิจลูกค้าตามต้องการ
3.SO Green ผู้เชี่ยวชาญด้านบริหารจัดการภูมทัศน์ หรือพื้นที่สีเขียวขนาดใหญ่ ทั้งการออกแบบ การดูแลต้นไม้ และสภาพแวดล้อมทั้งหมดในพื้นที่
4. SO Next บริหารจัดการข้อมูล หรือเอกสารจำนวนมาก และออกแบบกระบวนการทำงานให้กับธุรกิจลูกค้า ด้วย Lean & Digitize เพื่อการ Transformation อย่างมีประสิทธิภาพ
 

เป้าหมายของ SO คือการเป็นพันธมิตรและที่ปรึกษาให้แก่ลูกค้า โดยการมีส่วนร่วมในการกำหนดกลยุทธ์และนโยบายสำหรับการดำเนินธุรกิจ ด้วยบริการ Outsource แบบผสานงานด้านบุคลากร และเทคโนโลยีเข้าด้วยกัน  เรียกว่า Tech-Enabled Outsourcing Solution เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพกระบวนการทำงาน พร้อมนำเสนอวิธีการในการแก้ปัญหาที่เหมาะสมสำหรับทุกธุรกิจ

การเอาท์ซอร์สช่วยให้องค์กรมุ่งเน้นไปที่ธุรกิจหลักได้อย่างเต็มที่ มีความยืดหยุ่นในการปรับขนาดธุรกิจตามสถานการณ์ ถ่ายโอนความเสี่ยงต่างๆ ให้ SO จัดการ พร้อมเข้าถึงเทคโนโลยีสมัยใหม่และนำหน้าคู่แข่ง เป็นการเปิดประตูสู่โอกาสใหม่ๆ ตามแนวคิด "Unlock Possibilities, SO Here We Are"

จ้าง Outsource หรือ In-House เลือกแบบไหน? พร้อม Framework สำหรับจ้าง IT Outsource

SO-สยามราชธานี-Siamrajathanee-Outsource-Outsourcing-Assistants-Consultant - business_opportunity IT Outsource Framework

ในโลกธุรกิจยุคใหม่ที่มีการแข่งขันสูงและเทคโนโลยีเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว การบริหารและจัดสรรทรัพยากรบุคคลอย่างเหมาะสมเป็นปัจจัยสำคัญที่จะช่วยขับเคลื่อนให้องค์กรเติบโตอย่างยั่งยืน คำถามที่ผู้บริหารหลายคนกำลังเผชิญอยู่ คือจะ จ้าง Outsource หรือจ้าง In-house (พนักงานประจำ) ดี สำหรับตำแหน่งงานไหนบ้าง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสายงานไอที (IT) ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของการแข่งขันทางธุรกิจในปัจจุบัน  

บทความนี้จะนำเสนอกรอบแนวคิด (Framework) ในการประเมินปัจจัยหลัก 4 ด้าน เพื่อช่วยให้คุณตัดสินใจเลือกระหว่าง In-house และ Outsource ได้อย่างชาญฉลาด พร้อมยกตัวอย่างการประยุกต์ใช้สำหรับบุคลากรไอทีโดยเฉพาะ 

SO สยามราชธานี Siamrajathanee Outsource คือ Outsourcing Service Solution IT Outsource Framework 3

 

4 กรอบแนวคิด (Framework)
ในการประเมินเลือก จ้าง Outsource หรือจ้าง In-house

แนวคิดหรือวิธีการใช้เพื่อตัดสินใจเลือกระหว่าง การจ้าง In-house กับใช้บริการ Outsource เป็นกลยุทธ์สำคัญที่ส่งผลต่อความสำเร็จขององค์กร ปัจจัยหลักที่ต้องพิจารณา คือ ความสำคัญเชิงกลยุทธ์ ความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน ความคุ้มค่าด้านต้นทุน และความยืดหยุ่นในการปรับขนาด บทความนี้จะวิเคราะห์แต่ละปัจจัยอย่างละเอียด เพื่อช่วยให้ผู้บริหารสามารถตัดสินใจได้อย่างเหมาะสมกับบริบทขององค์กร

  1. ความสำคัญเชิงกลยุทธ์ (Strategic Importance)

    การพิจารณาว่าตำแหน่งงานใดมีความสำคัญเชิงกลยุทธ์ต่อความสำเร็จระยะยาวขององค์กรเป็นปัจจัยแรกที่ต้องคำนึงถึง โดยหน้าที่ที่เป็นแกนหลักของธุรกิจ เป็นความสามารถหลัก (Core Competency) หรือสร้างความได้เปรียบในการแข่งขัน เช่น การออกแบบผลิตภัณฑ์ การวางแผนกลยุทธ์ การวิจัยและพัฒนา หรือการบริหารความสัมพันธ์ลูกค้า มักจำเป็นต้องจ้างเป็น In-house เพื่อสั่งสมความรู้และประสบการณ์ภายในองค์กร 

    ในทางกลับกัน สำหรับตำแหน่งที่ไม่ใช่ความสามารถหลักขององค์กร (Non-Core Functions) เช่น งานบัญชี งานธุรการ หรือการบริหารสวัสดิการพนักงาน การใช้บริการจาก Outsource อาจเป็นตัวเลือกที่ดีกว่า เพื่อให้องค์กรได้ใช้บริการจากผู้เชี่ยวชาญ โดยไม่ต้องลงทุนพัฒนาขีดความสามารถเหล่านี้ขึ้นมาเอง 

  2. ความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน (Specialized Expertise)

    อีกปัจจัยสำคัญคือ ระดับของความรู้และทักษะเฉพาะทางที่จำเป็นสำหรับตำแหน่งงานนั้นๆ หากเป็นความเชี่ยวชาญเฉพาะด้านที่หายาก ไม่สามารถสรรหาผู้มีความสามารถมาร่วมงานกับองค์กรได้ หรือต้องใช้เวลาและค่าใช้จ่ายในการพัฒนาสูง เช่น ผู้เชี่ยวชาญด้านการลงทุน นักสถิติวิเคราะห์ข้อมูลขั้นสูง หรือวิศวกรเฉพาะทาง
    การจ้างที่ปรึกษาหรือใช้บริการจาก Outsource ที่มีความเชี่ยวชาญเหล่านั้น จะเป็นทางเลือกที่คุ้มค่าและมีประสิทธิภาพกว่า แต่หากเป็นงานที่ต้องการความรู้ความเข้าใจอย่างลึกซึ้งในธุรกิจ กระบวนการ หรือผลิตภัณฑ์ขององค์กรเอง เช่น การบริหารความสัมพันธ์ลูกค้า, การประกันคุณภาพสินค้า หรือการกำหนดนโยบายด้านทรัพยากรบุคคล การพัฒนาความเชี่ยวชาญเหล่านี้ภายในและการจ้างพนักงานประจำที่รู้จักองค์กรเป็นอย่างดีจะเหมาะสมกว่า

  3. ความคุ้มค่าด้านต้นทุน (Cost-Effectiveness)

    อีกหนึ่งปัจจัยสำคัญในการตัดสินใจระหว่าง In-house และ Outsource คือผลประโยชน์ด้านต้นทุนในระยะยาว โดยทั่วไปแล้ว การจ้างพนักงานประจำจะมีค่าใช้จ่ายคงที่ที่สูงกว่า ทั้งเรื่องเงินเดือน สวัสดิการ การฝึกอบรม และค่าใช้จ่ายในการบริหารจัดการ แต่ในระยะยาวการมีทีมงานคุณภาพที่ทุ่มเทให้กับบริษัท ก็อาจส่งผลให้ผลิตภาพโดยรวมสูงขึ้น ซึ่งคุ้มค่ากว่าการ Outsource ในบางตำแหน่ง
    ในขณะที่ Outsourcing จะช่วยลดต้นทุนและผันแปรค่าใช้จ่ายไปตามความต้องการใช้งานจริง จึงคุ้มค่ากว่าสำหรับงานที่มีปริมาณไม่แน่นอน งานที่จำเป็นต้องมีเฉพาะบางช่วงเวลา หรืองานที่ใช้ทักษะเฉพาะด้านสูงแต่มีปริมาณงานไม่มากนัก เช่น การจัดทำเงินเดือน การทำความสะอาด หรือการจัดการด้านกฎหมาย การใช้ Outsource จะช่วยลดภาระในการจัดการพนักงานและต้นทุนคงที่ระยะยาวได้
    ดังนั้น ควรวิเคราะห์ต้นทุนทั้งหมดในระยะยาว รวมถึงต้นทุนค่าเสียโอกาส (Opportunity Cost) ร่วมด้วย เพื่อประเมินให้ได้ว่าการจ้างพนักงานประจำหรือการใช้บริการภายนอกจะให้ผลตอบแทนที่คุ้มค่ากว่ากัน

  4. ความยืดหยุ่นและความสามารถในการปรับขนาด (Flexibility and Scalability)

    ปัจจัยสุดท้ายที่ต้องพิจารณาคือ ความยืดหยุ่นและความสามารถในการปรับขยายหรือลดขนาดของทีมงานตามความจำเป็น สำหรับตำแหน่งงานที่มีปริมาณคงที่และต้องการความต่อเนื่อง เช่น ฝ่ายบัญชี ฝ่ายบริการลูกค้า การจ้างพนักงานประจำจะเหมาะสมกว่า เพราะการ Outsource อาจส่งผลต่อคุณภาพและความสม่ำเสมอของการทำงาน
    แต่ในทางกลับกัน สำหรับตำแหน่งงานที่มีความต้องการผันผวนตามฤดูกาล เช่น งานขายในช่วงเทศกาล หรืองานที่เป็นโปรเจกต์ระยะสั้น การใช้บริการ Outsource จะช่วยให้องค์กรสามารถเพิ่มหรือลดจำนวนพนักงานตามความจำเป็น โดยไม่ต้องแบกรับภาระต้นทุนคงที่ในระยะยาว ซึ่งเรียกว่าการ “Elastic Staffing” อันจะช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นและประสิทธิภาพโดยรวมให้กับองค์กร
    การ Outsource ยังช่วยให้องค์กรปรับขยายขนาดได้อย่างรวดเร็วในยามที่ธุรกิจเติบโต เพราะสามารถเข้าถึงทรัพยากรบุคคลจำนวนมากได้ทันที โดยไม่ต้องเสียเวลาไปกับการสรรหาและฝึกอบรม ซึ่งเป็นความได้เปรียบอย่างมากโดยเฉพาะสำหรับธุรกิจสตาร์ทอัพหรือธุรกิจ SME ที่ต้องการความคล่องตัวสูง 

งาน IT จะจ้าง Outsource ดี หรือจ้าง In-house (พนักงานประจำ) ? 

ในโลกธุรกิจยุคดิจิทัล การวางแผนกำลังคนด้านไอที (IT Workforce Planning) ถือเป็นกุญแจสำคัญที่จะช่วยให้องค์กรสามารถปรับตัวและแข่งขันได้ท่ามกลางความท้าทายและโอกาสใหม่ๆ หนึ่งในคำถามสำคัญที่ผู้บริหารมักเผชิญคือ จะ Outsource หรือจ้าง In-house ดี? การตัดสินใจนี้ไม่เพียงส่งผลต่อประสิทธิภาพและความคุ้มค่าในการดำเนินงาน แต่ยังมีผลกระทบต่อความปลอดภัยของข้อมูล ความสามารถในการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยี และการสร้างนวัตกรรมที่เป็นเอกลักษณ์ขององค์กรด้วย 

IT ตำแหน่งไหนควรจ้าง in-house ตำแหน่งไหนควรจ้าง Outsource 

เรามาดูกันว่า สำหรับบุคลากรด้านไอทีในตำแหน่งต่างๆ เราควรเลือก In-house หรือ Outsource จึงจะเหมาะสมที่สุด 

สำหรับตำแหน่งที่มีความสำคัญเชิงกลยุทธ์สูง เป็นแกนหลักในการสร้างนวัตกรรม และความได้เปรียบในการแข่งขัน เช่น

  • Chief Information Officer (CIO)ผู้นำสูงสุดด้านกลยุทธ์ไอทีและการพลิกโฉมธุรกิจด้วยเทคโนโลยี
  • IT Managerบริหารจัดการและกำกับดูแลการทำงานของทีมไอทีภายในองค์กร
  • Cybersecurity Specialistปกป้ององค์กรจากภัยคุกคามทางไซเบอร์ที่ทวีความซับซ้อนขึ้นเรื่อยๆ
  • Data Analyst / Data Scientistสกัดข้อมูลเชิงลึกจาก Big Data เพื่อขับเคลื่อนธุรกิจ
  • Artificial Intelligence (AI) Engineerพัฒนาและประยุกต์ใช้ AI เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานและสร้างโอกาสใหม่ๆ
  • Software Developer / Software Architectพัฒนาและออกแบบซอฟต์แวร์หลักขององค์กร
  • DevOps Engineerผสานการพัฒนาและปฏิบัติการไอทีเพื่อส่งมอบซอฟต์แวร์ที่มีคุณภาพสูงอย่างต่อเนื่อง
  • Cloud Engineerนำองค์กรเข้าสู่ยุคคลาวด์ เพื่อเพิ่มความคล่องตัวและประสิทธิภาพในการทำงาน

ตำแหน่งเหล่านี้ควรเป็นพนักงานประจำ เพื่อสร้างความต่อเนื่อง รักษาองค์ความรู้ภายใน และสร้างความผูกพันระยะยาวกับองค์กร 

SO สยามราชธานี Siamrajathanee Outsource คือ Outsourcing Service Solution IT Outsource Framework 2

 

ในทางกลับกัน สำหรับตำแหน่งที่ต้องการความเชี่ยวชาญเฉพาะด้านสูง แต่อาจจะไม่ใช่ Core Competency หลักขององค์กรโดยตรง เช่น

  • Web Developerพัฒนาและปรับปรุงเว็บไซต์ขององค์กร ซึ่งความต้องการอาจขึ้นลงตามแต่ละโปรเจค
  • Mobile App Developerสร้างและอัปเดตแอปพลิเคชันมือถือ ซึ่งอาจไม่จำเป็นต้องมีทีมงานขนาดใหญ่ประจำ
  • IT Consultantให้คำปรึกษาและแนะนำแนวทางด้านไอทีเฉพาะด้าน เช่น ERP, CRM หรือ Business Intelligence
  • QA Engineerทดสอบและรับประกันคุณภาพซอฟต์แวร์ ซึ่งสามารถจ้างเหมาเป็นโปรเจคได้
  • Technical Supportให้การสนับสนุนด้านเทคนิคทั่วไปแก่ผู้ใช้งาน ซึ่งอาจ Outsource เพื่อประหยัดทรัพยากร
  • IT Technicianแก้ไขปัญหาฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์พื้นฐาน สามารถจ้างบริการจากภายนอกได้เป็นครั้งคราวตามความจำเป็น
  • UI/UX Designerออกแบบหน้าตาและประสบการณ์การใช้งานแอปพลิเคชัน อาจจ้างเหมาได้ตามความต้องการของแต่ละโปรเจค
  • Network Engineerออกแบบ ติดตั้ง และดูแลระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์ ซึ่งอาจใช้บริการจากผู้ให้บริการภายนอกได้ 
SO สยามราชธานี Siamrajathanee Outsource คือ Outsourcing Service Solution IT Outsource Framework 5

 

การ Outsource งานเหล่านี้ให้ผู้เชี่ยวชาญภายนอก จะช่วยให้องค์กรเพิ่มความยืดหยุ่น ประหยัดต้นทุน และมีกำลังคนที่พร้อมรับมือกับความต้องการที่ผันผวน โดยไม่ต้องแบกรับภาระพนักงานประจำจำนวนมาก ทั้งนี้ การเลือกว่าจะ Outsource หรือ Inhouse ไม่มีสูตรสำเร็จใช้ได้กับทุกองค์กร ผู้บริหารจำเป็นต้องพิจารณาให้รอบด้านทั้งเรื่องต้นทุน กลยุทธ์ โครงสร้างการทำงาน ความปลอดภัย และความพร้อมในการจัดการความเปลี่ยนแปลง อย่างไรก็ตาม การสร้างสมดุลที่เหมาะสมระหว่าง Inhouse กับ Outsource โดยเฉพาะในสายงานไอทีที่มีความสำคัญและผลกระทบสูงนั้น จะเป็นกุญแจสำคัญส่วนหนึ่งที่จะช่วยให้องค์กรสามารถผสานศักยภาพของบุคลากร เทคโนโลยี และกระบวนการ เพื่อขับเคลื่อนธุรกิจให้เติบโตได้ท่ามกลางความท้าทายและการแข่งขันในโลกดิจิทัลอย่างยั่งยืน 

SO สยามราชธานี Siamrajathanee Outsource คือ Outsourcing Service Solution IT Outsource Framework 1
สยามราชธานี มีบริการ IT Outsource ที่แตกต่าง 
  • ฐานข้อมูลบุคลากร Tech และ non-Tech กว่า 300,000 คน พร้อมส่งให้ลูกค้าพิจารณา 
  • ระบบ AI ช่วยคัดเลือกผู้สมัครได้อย่างรวดเร็ว และ Matching กับความต้องการลูกค้า 
  • บริการ IT workforce planning วางแผนกำลังคนและสัญญา และบริการ Tech Consult ให้คำปรึกษาด้านเทคนิคแก่พนักงาน outsource ตลอดสัญญา 
  • ประสบการณ์กว่า 48 ปี ในการบริหาร รูปแบบสัญญาที่หลากหลาย ทั้ง Outsource, Recruitment หรือ Hybrid รวมถึงรูปแบบ IT Service ที่คิดเป็นรายโครงการและราย subscription 

สยามราชธานี (SO) ผู้นำบริการ IT Outsource ที่พร้อมตอบโจทย์ทุกความต้องการขององค์กรยุคใหม่ ด้วยศักยภาพที่โดดเด่นและความเชี่ยวชาญในการบริหารกำลังคน IT อย่างมืออาชีพ เราพร้อมเป็นพันธมิตรที่เติมเต็มความแข็งแกร่งด้านเทคโนโลยีสารสนเทศให้แก่คุณ 

ด้วยฐานข้อมูลบุคลากรกว่า 300,000 คน ทั้ง Tech และ non-Tech ผนวกกับระบบ AI ในการคัดเลือกผู้สมัคร ทำให้เราสามารถค้นหาบุคลากรที่เหมาะสมได้อย่างรวดเร็ว เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าได้ทันที นอกจากนี้ เรายังมีบริการให้คำปรึกษาด้าน IT workforce planning เพื่อวางแผนกำลังคนอย่างมีประสิทธิภาพ และ Tech Consult ที่พร้อมอยู่เคียงข้างพนักงาน Outsource ตลอดระยะเวลาทำงาน 

ด้วยประสบการณ์กว่า 48 ปี ในการให้บริการ IT Outsource แก่บริษัทชั้นนำ เราเข้าใจความต้องการที่หลากหลายของธุรกิจ พร้อมให้คำแนะนำในการเลือก IT Skill ที่ตรงใจ และยืดหยุ่นในการปรับรูปแบบสัญญาให้สอดคล้องกับนโยบายองค์กร ไม่ว่าจะเป็น Outsource, Recruitment หรือ Hybrid ที่เปิดโอกาสให้ลูกค้าว่าจ้างพนักงาน Outsource เป็นการชั่วคราว และปรับเป็นพนักงานประจำได้ในภายหลัง 

SO ยังมอบบริการ IT Services อย่างครบวงจร ทั้งแบบ project และ subscription รายเดือน อาทิ งาน Tester, Implement, IT Support, Digital Marketing และ Data Labeling ที่ผสานเทคโนโลยีอัจฉริยะอย่าง AI OCR และ RPA เข้ากับกำลังคนคุณภาพ เพื่อช่วยให้ลูกค้าบริหารค่าใช้จ่ายและทรัพยากรได้อย่างคุ้มค่า มั่นใจในมาตรฐานการให้บริการชั้นเลิศจากทีมงานมืออาชีพของเรา ที่พร้อมอยู่เคียงข้างและผลักดันให้คุณก้าวสู่ความสำเร็จบนเส้นทางดิจิทัล ด้วยความซื่อตรง โปร่งใส และการคำนึงถึงประโยชน์ของลูกค้าเป็นสำคัญเสมอ 

ก้าวเข้าสู่ยุคใหม่ของการบริหารทรัพยากรไอทีอย่างชาญฉลาดกับ SO ผู้เชี่ยวชาญด้าน IT Outsource ระดับแนวหน้า ติดต่อเราวันนี้เพื่อรับคำปรึกษาฟรีและข้อเสนอสุดพิเศษ ให้เราร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการนำพาองค์กรของคุณสู่ความสำเร็จอย่างยั่งยืน ด้วยศักยภาพสูงสุดของกำลังคนคุณภาพจาก SO 

บริษัท สยามราชธานี จำกัด (มหาชน) หรือ SO พร้อมเป็นหุ้นส่วนยุทธศาสตร์ด้าน IT Outsourcing สำหรับทุกตำแหน่งงานที่องค์กรของคุณต้องการ ด้วยฐานข้อมูลบุคลากร (ทั้ง IT และ non-IT) มากกว่า 300,000 คน ผนวกกับระบบ AI ในการคัดเลือก เราสามารถจัดสรรผู้มีความสามารถให้ตรงกับความต้องการและวัฒนธรรมของบริษัทคุณได้อย่างลงตัว พร้อมการสนับสนุนจาก Tech Consult คอยให้คำปรึกษา เพื่อให้มั่นใจในผลลัพธ์คุณภาพสูงสุด ยิ่งไปกว่านั้น บริการของเรายังครอบคลุมตั้งแต่การวางแผนกลยุทธ์ การสรรหา ไปจนถึงการบริหารจัดการโครงการไอทีแบบครบวงจร 

ความโดดเด่นที่ทำให้เราแตกต่างจากผู้ให้บริการรายอื่นคือ ประสบการณ์และความเชี่ยวชาญในอุตสาหกรรมบริหารบุคลากรที่สั่งสมมานานกว่า 40 ปี ทำให้เราเข้าใจถึงความต้องการและความท้าทายที่แท้จริงขององค์กร และสามารถให้คำแนะนำที่เป็นประโยชน์ในทุกขั้นตอนของกระบวนการ Outsourcing นอกจากนั้น เรายังมีความยืดหยุ่นสูงในรูปแบบการให้บริการ ไม่ว่าคุณจะต้องการ Staff Augmentation ที่สามารถปรับขนาดทีมตามความต้องการ หรือ Turnkey Project ที่เราจะรับผิดชอบจัดการงานไอทีทั้งหมดแบบเบ็ดเสร็จ เราก็มีแพ็คเกจที่หลากหลายและปรับเปลี่ยนได้ตามความต้องการและงบประมาณ รวมถึงการให้บริการแบบ Hybrid ซึ่งลูกค้าว่าจ้างพนักงานเป็น Outsource เป็นระยะเวลาหนึ่งพร้อมกับทางเลือกในการปรับพนักงานให้เป็นพนักงานประจำหากตกลงว่าจ้างระยะยาว 

ด้วยทีมงานมากประสบการณ์ของ SO คุณมั่นใจได้ว่าจะได้รับบริการที่มีคุณภาพสูงสุด บนพื้นฐานของความซื่อตรง โปร่งใส และคำนึงถึงประโยชน์ของลูกค้าเป็นสำคัญเสมอ เราพร้อมอยู่เคียงข้างและสนับสนุนคุณในทุกย่างก้าวของการเดินทางสู่ความสำเร็จด้านดิจิทัล 

หากพร้อมที่จะก้าวสู่ยุคใหม่ของการบริหารกำลังคนอย่างชาญฉลาด ติดต่อ SO เพื่อรับคำปรึกษาฟรีและข้อเสนอสุดพิเศษสำหรับคุณวันนี้ ให้เราเป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนองค์กรของคุณสู่ความสำเร็จอย่างยั่งยืนด้วยประสิทธิภาพสูงสุดของกำลังคนไอที 

บริการบริหารข้อมูล ภายในองค์กร และจัดหาพนักงาน IT Outsource

So Next มุ่งเน้นให้บริการด้าน Lean Transformation และ Digitalization ในองค์กร ผ่านการให้คำปรึกษา ออกแบบกระบวนการ ค้นหาเครื่องมือที่เหมาะสม และบริหารโครงการ โดยมีเป้าหมายให้ลูกค้าสามารถโฟกัสที่ธุรกิจหลัก ปรับขนาดธุรกิจได้อย่างยืดหยุ่น ลดความเสี่ยง และสร้างนวัตกรรมใหม่ๆ ในองค์กร

สนใจบริการ

คุณยังทิ้ง “โอกาสทางธุรกิจ” และเก็บ “สิ่งที่ไม่ใช่” เอาไว้กับองค์กรอยู่ใช่ไหม

SO-สยามราชธานี-Siamrajathanee-Outsource-Outsourcing-Assistants-Consultant - business_opportunity

หลายปีที่ผ่านมาทุกองค์กรต้องเผชิญกับปัญหาและอุปสรรค์มากมาย จากภาวะความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจอันเนื่องมาจากสงครามในยุโรปและตะวันออกกลาง ปัญหาภัยพิบัติทางธรรมชาติ ทั้งภัยน้ำท่วม ภัยแล้ง และ การเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุอย่างรวดเร็ว ทำให้เกิดการฉลอตัวของภาคการผลิตและยังสงผลให้กำลังซื้อของลูกค้าทั้งในและต่างประเทศลดลง  

การจ้างงานแบบเดิมๆอาจทำให้องค์กรสูญเสีย โอกาสทางธุรกิจ 

ในหลายๆองค์กรยังคงใช้วิธีการจ้างงานในรูปแบบเดิมที่ เน้นให้พนักงานทำงานแบบมีหน้าที่ตายตัว ต้องทำงานในสถานที่ที่กำหนด และ จำกัดระยะเวลาในการทำงานเช่น กำหนดเวลาในการเข้าออกงานคือ 8.30 -17.30 น. เป็นเวลา 5-6 วันต่อสัปดาห์ และมีกฎเกณฑ์ที่เคร่งครัด ขาดความยืดหยุ่น ไม่เหมาะสมกับตำแหน่งงานที่มีความแตกต่างกัน ซึ่งรูปแบบการจ้างงานแบบนี้กำลังล้าสมัย และทำให้องค์กรสูญเสีย โอกาสทางธุรกิจ  ไม่ว่าจะเป็น 

การบริหารต้นทุนที่มีประสิทธิภาพ

ในปัจจุบันรูปแบบการจ้างงานแบบเดิมๆ จะมีต้นทุนการดำเนินงานที่มากขึ้น เช่น ค่าเช่าสำนักงาน ค่าสาธารณูปโภค ค่าใช้ใจจ่ายในการฝึกอบรมและค่าใช้จ่ายอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับการจ้างงานระยะยาว องค์กรที่ต้องการลดต้นทุน จำเป็นต้องพิจารณารูปแบบการจ้างงานที่หลากหลายและสอดคล้องกับภาวะเศรษฐกิจ เช่น การจ้างงานแบบโปรเจคในตำแหน่ง IT support หรือ การบริหารทรัพยากรมนุษย์ ด้วยบริการ Outsource สามารถช่วยลดต้นทุนที่เกิดจากการจ้างงานแบบพนักงานประจำ และ ลดภาระในการจัดการและฝึกอบรมพนักงาน และช่วยให้องค์กรได้โยกย้ายทรัพยากรที่จำเป็นไปยังกิจกรรมหลักได้อย่างเต็มที่ 

การเพิ่มประสิทธิภาพของพนักงาน

เมื่อเทคโนโลยีเข้ามาเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของคนในสังคมมากขึ้น รูปแบบการจ้างงานที่ไม่ตอบโจทย์การใช้ชีวิตจะส่งผลต่อขวัญกำลังใจและประสิทธิภาพการทำงานของพนักงาน พนักงานที่ทำงานในกรอบที่กำหนด ไม่มีโอกาสได้พัฒนา รู้สึกเบื่อหน่าย ทำงานด้วยความเครียด และก่อให้เกิดพฤติกรรม Toxic ซึ่งส่งผลไม่ดีต่อการพัฒนาองค์กร องค์กรที่ต้องการพัฒนาขวัญกำลังใจและประสิทธิภาพการทำงานของพนักงาน จำเป็นต้อง ส่งเสริมให้พนักงานมีส่วนร่วมกับเป้าหมายขององค์กร สร้างความท้าทายและส่งเสริมให้มีความสุขกับการทำงาน

ความสามารถในการดึงดูดและรักษาคนเก่ง

รูปแบบการจ้างงานแบบเดิมๆ ดึงดูดคนเก่งได้ยาก เพราะรูปแบบการทำงานไม่สามารถตอบสนองความต้องการที่หลากหลายของคนรุ่นใหม่ได้ ไม่ว่าจะเป็น ความยืดหยุ่นในการทำงาน โอกาสในการพัฒนาศักยภาพ และความสมดุลระหว่างงานกับชีวิต ซึ่งการที่มีพนักงานที่เห่งและมีประสิทธิภาพสูงเป็นสิ่งที่สำคัญต่อการพัฒนาองค์กร องค์กรที่ต้องการดึงดูดและรักษาคนเก่งเอาไว้ จำเป็นจะต้องปรับเปลี่ยนกฎเกณฑ์และเสนอรูปแบบการจ้างงานที่ยืดหยุ่นหลากหลายและเหมาะสมกับตำแหน่งงาน เช่น ปรับเวลาการเข้าออกงานให้ยืดหยุ่น สงเสริมการทำงานแบบ ทำ 4 หยุด 3 และ การทำงานแบบ Work From Home ให้มากขึ้น 

ความสามารถในการปรับตัวเข้ากับการเปลี่ยนแปลง

องค์กรที่ต้องการประสบความสำเร็จ จำเป็นต้องพร้อมสำหรับการปรับตัวให้ทันกับการเปลี่ยนแปลง เพราะการทำงานในกรอบเดิมๆที่กำหนดให้พนักงานทำงานใน Office ที่เดียว จะขาดความคล่องตัวในการทำงาน เมื่อเกิดเหตุฉุกเฉินเช่น น้ำท่วมใหญ่ หรือ ไฟไหม้โรงงานสารเคมีในพื้นที่ใกล้เคียง อาจมีการปิดกั้นพื้นที่เป็นระยะเวลานาน ทำให้พนักงานไม่สามารถเข้าทำงานที่ Office ได้ ส่งผลให้การทำงานหยุดชะงัก และจะขาดความต่อเนื่องในการทำงาน องค์กรที่ต้องการปรับตัว จำเป็นต้องมีรูปแบบการจ้างงานที่ยืดหยุ่น พนักงานสามารถทำงานได้ทุกที่ ทุกเวลา และสามารถปรับเปลี่ยนทักษะให้เข้ากับความต้องการของธุรกิจในเวลาฉุกเฉินได้ 

ความสามารถในการสร้างสรรค์นวัตกรรมใหม่ๆ

นวัตกรรมเป็นสิ่งสำคัญสำหรับองค์กรที่ต้องการ โอกาสทางธุรกิจ รูปแบบการจ้างงานแบบเดิมๆ จะจำกัดความสามารถในการสร้างสรรค์และคิดค้นนวัตกรรมใหม่ๆในการทำงาน เพราะพนักงานที่ทำงานตามหน้าที่ ไม่มีโอกาสได้คิดนอกกรอบ หรือออกแบบวิธีการทำงานใหม่ๆ เพื่อแก้ไขปัญหา หรือ มีข้อจำกัดมากมายในการทดลองแนวทางใหม่ๆองค์กรที่ต้องการสร้างสรรค์นวัตกรรม จำเป็นต้องมีแนวทางและส่งเสริมให้พนักงานคิดสร้างสรรค์ ทำงานเป็นทีม และแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกัน ผ่านการอบรมหรือ ผ่านกิจกรรมกลุ่มต่างๆ ซึ่งล้วนเป็นต้นทุนที่สูงทั้งด้านเวลาและค่าใช้จ่ายซึ่งองค์กรจำเป็นต้องแบกรับหากต้องการปรับเปลี่ยนให้ทันตามยุคสมัย 

องค์กรที่ต้องการเติบโตและหาโอกาสใหม่ๆในการทำธุรกิจ จำเป็นต้องปรับรูปแบบการจ้างงานให้สอดคล้องกับยุคสมัย รูปแบบการจ้างงานแบบใหม่ที่ตอบโจทย์ตลาดแรงงานในปัจุจุบันได้แก่ การจ้างงานแบบอิสระ หรือ Freelance การจ้างงานแบบชั่วคราวหรือ Project และการ ใช้บริการ Outsourcing Service ในการวางกลยุทธ์วิธีการเหล่านี้จะช่วยให้องค์กรดึงดูดคนเก่งและมีความสามารถให้เข้ามาสู่องค์กร เป็นส่วนหนึ่งของการปรับตัวเพื่อรับกับการเปลี่ยนแปลงในยุค Digital Distribution  

 

ปัจจัยที่ส่งผลกระทบต่อ โอกาสทางธุรกิจ ในปัจจุบัน 

ปัจจัยภายนอกที่ส่งผลกระทบต่อธุรกิจในทุกขนาด  และ ทุกอุตสาหกรรม ซึ่งองค์กรที่มีความสามารถในการปรับตัวและเอาชนะอุปสรรคได้ จะเป็นตัวกำหนดความสำเร็จขององค์กรในอนาคต อุปสรรคหลักที่องค์กรต้องเผชิญ ได้แก่  

  1. เศรษฐกิจโลกที่ไม่แน่นอน เศรษฐกิจโลกเผชิญกับความไม่แน่นอนสูง จากปัจจัยต่างๆ เช่น สงครามในยูเครน  วิกฤตพลังงาน  และภาวะเงินเฟ้อ  ความไม่แน่นอนนี้ส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของผู้บริโภค  การลงทุน  และกิจกรรมทางเศรษฐกิจ  องค์กรต้องเตรียมพร้อมรับมือกับความผันผวนของเศรษฐกิจ  และปรับกลยุทธ์ธุรกิจให้สอดคล้องกับสถานการณ์ 
  1. การขาดแคลนแรงงาน หลายประเทศทั่วโลกกำลังเผชิญกับปัญหาการขาดแคลนแรงงาน โดยเฉพาะแรงงานที่มีทักษะสูง ซึ่งส่งผลกระทบต่อต้นทุนแรงงาน ประสิทธิภาพการผลิต และความสามารถในการแข่งขันขององค์กร  หลายองค์กรจึงต้องหาวิธีดึงดูดแรงงานที่มีความสามารถ รักษา และพัฒนาทักษะของพนักงานให้พร้อมตอบสนองทุกความเปลี่ยนแปลงที่มาถึง
  2. การหยุดชะงักของห่วงโซ่อุปทาน ห่วงโซ่อุปทานทั่วโลกยังคงเผชิญกับความเสี่ยงในการหยุดชะงักจากปัจจัยต่างๆ เช่น โควิด-19  สงครามในยูเครน  และภัยพิบัติทางธรรมชาติ  ปัจจัยต่างๆเหล่านี้ อาจส่งผลกระทบต่อการจัดส่งสินค้าที่ไม่ตรงตามเวลา ต้นทุนสินค้าที่เพิ่มขึ้น  และความพร้อมใช้งานของสินค้าประเภทต่างๆ องค์กรต้องหาแนวทางจัดการห่วงโซ่อุปทานที่มีความยืดหยุ่น และรับมือกับการหยุดชะงักที่อาจเกิดขึ้น 
  3. ปัจจัยภายนอกที่ควบควบคุมไม่ได้ การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศส่งผลกระทบต่อธุรกิจในหลายๆด้าน เช่น ภัยพิบัติทางธรรมชาติ ไฟป่า ภัยแล้ง การเพิ่มขึ้นของระดับน้ำทะเล และการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศ  องค์กรต้องปรับกลยุทธ์ในการทำธุรกิจเพื่อให้ลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ และ ให้สอบคล้องกับนโยบาย ESG ที่ส่งเสริมการดำเนินธุรกิจอย่างมีความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม รวมถึงต้องออกแบบกลยุทธ์ใหม่ๆเพื่อเตรียมรับมือกับผลกระทบของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ 
  1. การแข่งขันในตลาดที่รุนแรง การแข่งขันทางธุรกิจในปัจจุบันมีความรุนแรงมากยิ่งขึ้น  จากการเข้าสู่ตลาดของคู่แข่งรายใหม่ รวมไปถึงการพัฒนาเทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว และความต้องการของลูกค้าที่เปลี่ยนแปลงไป องค์กรต้องพัฒนากลยุทธ์การแข่งขันที่ครอบคลุมทุกความต้องการและนำเสนอสินค้าหรือบริการที่ตอบสนองความต้องการของลูกค้า  

 

Outsource ช่วยให้เข้าถึง โอกาสทางธุรกิจ ได้ง่ายขึ้น  

บริการ Outsource หรือ การจ้างผู้เชี่ยวชาญจากภายนอกเข้ามาทำงานแทนเป็นกลยุทธ์ที่มีความสำคัญในการช่วยให้องค์กรเข้าถึง โอกาสทางธุรกิจ ได้ในหลายๆด้านทั้งในปัจจุบันและอนาคตอาทิเช่น  

  1. เพิ่มความยืดหยุ่นในการดำเนินงาน : บริการ Outsource ช่วยให้องค์กรสามารถปรับขนาดทีมได้ตามความต้องการ ตามปริมาณงาน สภาวะเศรษฐกิจ หรือกลยุทธ์ทางธุรกิจ เช่น การจ้างทีมพัฒนาซอฟต์แวร์เมื่อมีโปรเจกต์ใหม่หรือต้องการขยายตลาดไปยังส่วนอื่นๆ เพิ่มทีมขายรายย่อยตามห้างสรรพสินค้าหรือพื้นที่ที่ต้องการในช่วยระยะเวลาสั้น  
  2. ช่วยบริหารต้นทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพ : การเลือกใช้บริการ Outsource ในบางส่วนของธุรกิจ เช่น IT support หรือการบริหารทรัพยากรมนุษย์ สามารถช่วยลดต้นทุนที่เกิดจาก ขั้นตอน Recruitment Process เช่น การสรรหา คัดเลือกผู้ที่ตรงตามความต้องการ การตรวจสอบประวัติ และ ลดภาระในการจัดการและฝึกอบรมพนักงาน รวมไปถึงต้นทุนแฝงต่างๆ
  3. เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน : บริษัท Outsource ที่มีการพัฒนานวัตกรรมหรือเทคโนโนโลยีใหม่ๆ ในการทำงานจะช่วยให้องค์กรมีความสามารถในการแข่งขันสูงขึ้นด้วยการเข้าถึงทรัพยากรที่มีคุณภาพและเทคโนโลยีที่ทันสมัยโดยไม่ต้องลงทุนวิจัยและพัฒนาด้วยตัวเอง 
  4. ช่วยบริหารความเสี่ยง : การเลือกใช้ Outsource เป็นกลยุทธ์ในการทำธุรกิจจะสามารถช่วยกระจายความเสี่ยงในด้านต่างๆได้ เช่น การใช้ศูนย์ข้อมูลภายนอกสำหรับการจัดเก็บและประมวลผลข้อมูล ช่วยลดความเสี่ยงจากการโจมตีทางไซเบอร์และเป็นการป้องกันการสูญหายของข้อมูลได้อย่ามีประสิทธิภาพ มากกว่าการบริหารจัดการด้วยตัวเอง ที่องค์กรต้องแบกรับทั้งคต้นทุนในการจัดการและปัจจัยเสี่ยงอื่นๆที่เกี่ยวข้อง 
  5. เข้าถึงนวัตกรรมและเทคโนโลยีใหม่ๆ : การใช้บริการ Outsource จะช่วยให้องค์กรสามารถนำเทคโนโลยีและกระบวนการใหม่ๆ มาใช้ในองค์กรได้เร็วกว่าการพัฒนาภายในองค์กรเอง ช่วยให้องค์กรเข้าถึงนวัตกรรมใหม่ๆจากทั่วโลกได้ง่ายขึ้น และช่วยให้การทำงานมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น 
  6. เข้าถึงความเชี่ยวชาญที่มากกว่า : บริการ Outsource ช่วยให้องค์กรสามารถเข้าถึงความเชี่ยวชาญที่ไม่มีในองค์กรได้ โดยองค์กรไม่จำเป็นต้องทำการจ้างผู้เชี่ยวชาญเหล่านั้นให้เป็นพนักงานประจำขององค์กรเอง นอกจากจะทำให้ได้พนักงานที่มีความสามารถตรงตามความต้องการแล้วยังช่วยให้องค์กรวางแผนการทำงานให้มีประสิทธิภาพได้มากยิ่งขึ้นอีกด้วย
  7. พร้อมตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงได้อย่างรวดเร็ว : การเลือกใช้บริการ Outsource เข้ามาเป็นส่วนหนึงในการกำหนดกลยุทธ์ทางธุรกิจ จะช่วยให้องค์กรสามารถปรับเปลี่ยนแผนการดำพเนินงาน ขนาดขององค์กร และ การเพิ่มขีดความสามารถในด้านต่างๆได้อย่างรวดเร็ว และพร้อมตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงของตลาดได้เร็วมากยิ่งขึ้น 

การจ้างงานแบบเดิมๆอาจะเป็นสิ่งที่ไม่ใช่ สำหรับองค์กรที่ต้องการโอกาสใหม่ๆในการพัฒนาธุรกิจ ซึ่งการเลือกใช้ บริการ outsource เข้ามาช่วยกำหนดกลยุทธ์ในการทำธุรกิจ อาจะตอบโจทย์มากกว่า เพราะไม่เพียงแต่ช่วยให้องค์กรสามารถลดต้นทุนและเพิ่มความยืดหยุ่นได้เท่านั้น แต่ยังช่วยให้องค์กรสามารถกำหนดเป้าหมายได้ชัดเจนและขยายโอกาสทางธุรกิจใหม่ๆ รวมไปถึงช่วยตอบสนองต่อความท้าทายทางธุรกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพ และเป็นการเพิ่มขีดความสามารถในการเติบโตและแข่งขันได้ดีขึ้นในอนาคต

siamrajathanee-so

SO ผู้นำด้านธุรกิจเอาท์ซอร์สแบบครบวงจร หนึ่งเดียวในตลาดหลักทรัพย์ของประเทศไทย ที่นำ Tech-enabled outsourcing solution เข้ามาพัฒนาธุรกิจของลูกค้าให้มีประสิทธิภาพที่ดีมากยิ่งขึ้น และทาง SO ยังมีการเพิ่มศัพยภาพที่แข็งแกร่งอย่างไม่หยุดนิ่งด้วยการที่มีพันธมิตรทางธุรกิจหลากหลายกลุ่มอุตสาหกรรทั้งไทยและทั่วโลก เพื่อมอบประโยชน์สูงสุดให้กับลูกค้า ด้วยบริการที่ครอบคุลมและพร้อมตอบโจทย์ทุกความต้องการในการพัฒนาธุรกิจ

Service 4 Level สำหรับทุกธุรกิจลูกค้า
1. Workforce Outsource บริการด้านบุคลากรในตำแหน่งต่างๆ เริ่มตั้งแต่การสรรหา การบริหารกำลังคน ไปจนถึงขั้นตอนการจัดการเรื่อง Payroll ครบทั้งกระบวนการ ปัจจุบัน SO บริหารบุคลากรกว่า 10,000 อัตรา ทั้งหน่วยงานราชการ และเอกชนกว่า 450 หน่วยงาน ทั่วประเทศ
2. Business Process Outsource (BPO) พัฒนาออกแบบ และบริหารจัดการกระบวนการทางธุรกิจ ที่เหมาะสมให้กับลูกค้า ด้วยการใช้ทรัพยากรด้านแรงงาน และเทคโนโลยี เพื่อการยกระดับเพิ่มประสิทธิภาพของผลลัพธ์ให้อยู่เหนือคู่แข่งของลูกค้า
3. Specialized Outsource บริการผู้เชี่ยวชาญสำหรับงานเฉพาะด้าน เช่น “รุกขกร” งานด้านตัดแต่งต้นไม้ และดูแลภูมิทัศน์ขนาดใหญ่, งานด้านการกำจัดของเสียสำหรับโรงงานอุตสาหกรรม, การจัดหารรถพร้อมดัดแปลง และจดประกอบสำหรับงาน Logistic
4. IT Outsource & Platform บริการด้านการจัดหาบุคลากรด้าน IT และเทคโนโลยีผัจจุบัน เพื่อการพัฒนากระบวนการทำงาน เช่น เทคโนโลยี RPA, AI, OCR ฯลฯ พร้อมกับระบบที่ทาง SO พัฒนาขึ้น เช่น Digital Signature, ระบบ Time Attendance และระบบ Business Process Management (BPM)
 
จาก 4 Resource ของ SO ซึ่งเป็นส่วนหลักในการเติมเต็มให้กับ Service ทั้ง 4 Level
1.SO People ทรัพยากรด้ารบุคลากร มีความชำนาญด้านการสรรหา และคัดสรร พร้อมทั้งการพัฒนาทักษะให้กับพนักงานทุกท่าน ก่อนการจัดส่งให้บริการลูกค้า
2.SO Wheel จัดหารถเช่าทั่วไป และรถ EV ทุกประเภท พร้อมทั้งบริการดัดแปลงรถให้เหมาะสมกับธุรกิจลูกค้าตามต้องการ
3.SO Green ผู้เชี่ยวชาญด้านบริหารจัดการภูมทัศน์ หรือพื้นที่สีเขียวขนาดใหญ่ ทั้งการออกแบบ การดูแลต้นไม้ และสภาพแวดล้อมทั้งหมดในพื้นที่
4. SO Next บริหารจัดการข้อมูล หรือเอกสารจำนวนมาก และออกแบบกระบวนการทำงานให้กับธุรกิจลูกค้า ด้วย Lean & Digitize เพื่อการ Transformation อย่างมีประสิทธิภาพ
 

เป้าหมายของ SO คือการเป็นพันธมิตรและที่ปรึกษาให้แก่ลูกค้า โดยการมีส่วนร่วมในการกำหนดกลยุทธ์และนโยบายสำหรับการดำเนินธุรกิจ ด้วยบริการ Outsource แบบผสานงานด้านบุคลากร และเทคโนโลยีเข้าด้วยกัน  เรียกว่า Tech-Enabled Outsourcing Solution เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพกระบวนการทำงาน พร้อมนำเสนอวิธีการในการแก้ปัญหาที่เหมาะสมสำหรับทุกธุรกิจ

การเอาท์ซอร์สช่วยให้องค์กรมุ่งเน้นไปที่ธุรกิจหลักได้อย่างเต็มที่ มีความยืดหยุ่นในการปรับขนาดธุรกิจตามสถานการณ์ ถ่ายโอนความเสี่ยงต่างๆ ให้ SO จัดการ พร้อมเข้าถึงเทคโนโลยีสมัยใหม่และนำหน้าคู่แข่ง เป็นการเปิดประตูสู่โอกาสใหม่ๆ ตามแนวคิด "Unlock Possibilities, SO Here We Are"